ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : หลวงพ่อโอด



(N)


พระครูนิสัยจริยคุณ หรือ หลวงพ่อโอด ปัญญาธโร อดีตเจ้าอาวาสวัดจันเสน จ.นครสวรรค์ ท่านเชี่ยวชาญทางด้านการปฏิบัติมาก โดยศึกษาเบื้องต้นจากหลวงพ่อรุ่ง แล้วไปเรียนต่อที่สำนักวิปัสสนากรรมฐาน วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ จากนั้นในปีพ.ศ.2505 ได้ไปศึกษาที่วิเวกอาศรม จ.ชลบุรี จนท่านมีความชำนาญ และมีพลังจิตกล้าแข็ง สามารถล่วงรู้เหตุการณ์ในอดีต และในอนาคตอย่างแม่นยำ ในระหว่างปีพ.ศ.2500 เป็นต้นมา ท่านได้เปิดสำนักสอน วิปัสสนากรรมฐานขึ้นที่วัดจันเสน โดยท่านเป็นผู้สอน และในระยะเวลาที่เข้าพรรษาท่านจะนั่งปฏิบัติของท่านติดต่อกัน 7 วัน โดยไม่ลุกออกมาจากกุฏิเลย

ท่านเป็นพระที่มากด้วยเมตตา แต่ละวันจะนั่งคอยรับแขกอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ใครมีเรื่องทุกข์ร้อนใจก็จะให้คำแนะนำที่ดี ไม่เลือกชั้นวรรณะ บางคนขึ้นไปขอเงิน ขอสิ่งของต่างๆ ท่านก็ให้โดยมิได้หวงแหน บางคนนำของมาเสนอขาย ท่านก็ซื้อไว้ทั้งที่รู้ว่าเป็นของไม่ดี การพูดคุยกับญาติโยมที่มาหาหรือว่ากล่าวใคร ท่านจะยิ้มอยู่เสมอ ไม่แสดงอาการให้เห็นว่ารำคาญ หรือรังเกียจใครเลย

สำหรับวัตถุมงคลที่มีชื่อเสียงที่สุดของท่านคือ ลูกอม และสีผึ้ง สร้างตามตำรับของหลวงพ่อรุ่ง มีพุทธคุณทางด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาด และคงกระพัน เหรียญรุ่นแรกออกปีพ.ศ.2518 ก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน น้ำมนต์ดีเด่นทางเมตตา สะเดาะเคราะห์ ปัดเป่าคดีความต่างๆ

วัตถุดิบ ในการสร้างลูกอม ของหลวงพ่อโอด สิ่งที่ต้องมีที่ท่านได้จัดหาตามตำราของท่านที่ได้รับการสืบทอดมาจากหลวงพ่อ รุ่ง วัดหนองสีนวล เช่น ดินเจ็ดเมือง ขี้ตะไคร่เรือจ้างเจ็ดท่า ขี้ตะไคร่ตะลุงช้างเจ็ดเสา รังนกหัวหงอก ดินอุดโพรงนกเงือก เทียนวิปัสสนา ส่วนผสมลูกอมหลวงพ่อรุ่ง สีผึ้งหลวงพ่อเดิม ผงวิเศษ ผงพุทธคุณ สีผึ้ง ขนหน้าผากเสือ ขนเสือ และอื่นๆ พุทธคุณที่เด่นๆ คือแคล้วคลาด เมตตามหานิยม มหาอุดคงกระพัน กันคุณไสย

นอกจากนี้ ยังมีทรายเสกศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งอยู่ในกระถางธูปขนาดใหญ่ภายในห้องพระที่หลวงพ่อโอดปลุกเสกทุกคืน โดยประชาชนที่มากราบไหว้หลวงพ่อนาค และหลวงพ่อโอด จะต้องนำถุงใส่ทรายในกระถางธูปนี้กลับบ้านทุกคน เพราะเชื่อกันว่ามีสรรพคุณในการคุ้มครองป้องกันไฟ โจรผู้ร้าย และภูตผีปีศาจ

สมัยที่ท่านมีชีวิตวัดจันเสนจะมีงานประจำปีเพียงปีละ 3 ครั้งเท่านั้นคือ 1.งานวันคล้ายวันเกิดของหลวงพ่อโอด 2.งานวันสงกรานต์ 3.งานวันลอยกระทง ทุกงานจะขาดภาพยนตร์และลิเกไม่ได้ ซึ่งที่วัดนี้จะไม่เหมือนวัดอื่นๆ เพราะภาพยนตร์ ลิเกที่มาแสดงจะต้องจ้างให้เลิกแสดงทุกครั้งในวันสุดท้ายของงาน หากว่าหลวงพ่อโอดไม่จ้างให้เลิกเล่นแล้ว ทั้งภาพยนตร์ ลิเก ก็จะเล่นอยู่อย่างนั้น ไม่ว่าจะเช้า สายเพียงใด โดยเป็นเช่นนี้มากว่า 20 ปีแล้ว เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะทุกคนต่างเชื่อมั่นกันว่า จำนวนเงินที่ท่านจ้างให้เลิกแสดงนั้น จะไปตรงกับหวยที่ออกในงวดนั้นๆ เสมอ

บั้น ปลายชีวิตท่านอาพาธด้วยโรคเบาหวานมานานนับสิบๆ ปี แต่ท่านก็ใช้พลังจิตของท่านข่มกลั้นความเจ็บป่วยนั้นมาตลอด จนสุดท้ายอาการกำเริบมากจนไตไม่ทำงาน ต้องนำเข้าโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ เพื่อล้างไต เมื่อกลับมาอยู่วัดได้ไม่นานอาการก็ทรุดลงอีก คณะศิษย์จึงนำท่านไปรักษาที่โรงพยาบาลบ้านหมี่ ก่อนที่จะมรณภาพ ตรงกับวันอาสาฬบูชา วันที่ 17 ก.ค.2532 เวลา 2 ทุ่มเศษ สิริอายุได้ 72 ปี 6 เดือน 19 วัน 50 พรรษา

สังขารของท่านถูกเก็บไว้ให้กราบไหว้สักการะนานนับสิบปี ก่อนที่จะจัดงานพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ 27 ก.พ.2543

โดยคุณ ปฐมกรรมฐาน (231)  [จ. 23 เม.ย. 2555 - 19:55 น.]



!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!



www5
Copyright ©G-PRA.COM