 (N)

กล่าวถึงพระกำแพงพลูจีบ สำหรับพระพิมพ์นี้ของเมืองกำแพง ซึ่งปัจจุบันนี้หายไปจากวงการนักสะสมแทบจะเรียกว่า ไม่มีการเปลี่ยนมือกันเลย กลายเป็นพระในตำนานไปโดยปริยาย
ตั้งแต่เริ่ม สะสมพระเครื่อง ผมหลงไหลในความงามและพุทธศิลป์ในพระพลูจีบมาก เป็นศิลปสุโขทัยบริสุทธิ์ พระวรกายไหวพริ้ว และมีการ " เล่นแขน " ที่ยากจะหาพระอื่นใดทาบ
ครั้งหนึ่ง พระกำแพงพลูจีบ เป็นพระเครื่องที่มีราคาค่านิยมสูงที่สุดในบรรดาพระกำแพงทั้งหลาย เพราะประสบการณ์ที่เล่าขานกันมาของคนรุ่นเก่า ในสมัยที่เชษฐาจารย์ตรียัมปวายได้จัดพระเครื่องเข้าชุด เบญจภาคี นั้น ได้จัดพระกำแพงเข้าไว้ในชุดนี้ถึง ๓ องค์ คือ พระกำแพงพลูจีบ พระกำแพงเม็ดขนุนและพระซุ้มกอ ซึ่งนับว่าเป็นพระเครื่องจังหวัดเดียวที่ได้รับเกียรติถึงขนาดนั้น
เดิมนั้น พระซุ้มกอมีค่านิยมเป็นรองพระลีลาทั้งสองพิมพ์ ต่อมาพระพลูจีบและเม็ดขนุนซึ่งมีจำนวนน้อย หายาก พระซุ้มกอถึงมีน้อยแต่มีปริมาณหมุนเวียนมากกว่า และพระซุ้มกอนั้นเวลาจัดเข้าชุดร่วมกับพระเบญจภาคีองค์อื่นๆดูสวยงาม ได้สมภาคดีกว่าสององค์ที่กล่าวมา พระซุ้มกอโดยเฉพาะพิมพ์ใหญ่ก็ค่อยๆขยับค่านิยมแซงหน้าไป พระลีลาพลูจีบที่มีน้อยอยู่แล้วจึงค่อยๆหายไปจากวงการ พวกบรรดามือปลอมก็พยายามสร้างพระพลูจีบขึ้นหลายสำนัก หลายฝีมือ บางทีก็จินตนาการพลูจีบทำเป็นรูปม้วนบิดคล้ายพลูจีบจริง ๆ ซึ่งไม่มีในพระพลูจีบของเก่าเลย
บางอาจารย์ในสมัยนี้ถึงกับเขียนว่า ในชุดเบญจภาคีนั้น หากหาซุ้มกอไม่ได้ก็ให้ใช้พลูจีบห้อยแทน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดจากข้อเท็จจริงอย่างมาก เพราะพลูจีบนั้นหายากกว่าพระซุ้มกอมาก ถ้าท่านกำเงินไปก้อนหนึ่งเพื่อหาเช่าพลูจีบและพระซุ้มกอ ท่านอาจมีโอกาสได้พระซุ้มกอ แต่พระพลูจีบแท้ๆนั้นแทบจะไม่มีโอกาสเลย ดังนั้น จึงต้องพูดว่า หากหาพระกำแพงพลูจีบมาเข้าชุดไม่ได้ให้หาพระซุ้มกอมาห้อยเข้าชุดเบญจภาคีแทน น่าจะใกล้เคียงกับข้อเท็จจริงกว่า |