 (N)

ในงานพุทธาภิเษกต่างๆ "หลวงพ่อน้อย อินทสาโร" อดีตเจ้าอาวาสวัดธรรมศาลา อ.เมือง จ.นคร ปฐม มักจะได้รับนิมนต์ให้ร่วมปลุกเสกด้วยแทบทุกครั้ง โดยช่วงเบื้องปลายชีวิตท่านได้รับนิมนต์ไปร่วมในพิธีพุทธาภิเษก ณ ที่อื่นๆ อยู่เนืองๆ เช่น เมื่อปีพ.ศ.2500 ได้เข้าร่วมชุมนุมพระอาจารย์ 1,782 รูปในพิธีพุทธาภิเษกสร้างพระสมเด็จและรูปสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) เป็นอนุสรณ์กึ่งพุทธกาล
มีบันทึกประวัติในหนังสือชุมนุมพระอาจารย์ ความสำคัญมีว่า "พระอาจารย์น้อย อินทสโร อายุ 77 ปี พรรษา 57 เจ้าอาวาสวัดธรรมศาลา ตำบลธรรมศาลา ลงทางมหาอุตม์ กันกระทำ มหานิยม คลอดบุตรง่าย-ปลอด ภัย กันภยันตรายต่างๆ เลี้ยงบุตรง่าย ก็เด็กขี้อ่อน กันแท้งลูก ใส่ก้นถุง-มีเงินใช้ไม่ขาด มีอำนาจ"
นอกจากนี้ พิธีเททองหล่อพระพุทธรูปพระกริ่งที่สำคัญอีกครั้งหนึ่ง ที่วัดประสาทบุญญาวาท เมื่อประมาณปีพ.ศ.2508 ท่านร่วมลงแผ่นโลหะปลุกเสกไปเข้าพิธีด้วย ปรากฏว่าแผ่นโลหะนี้ เมื่อใส่ไปในเบ้าหลอมกลับไม่ละลาย ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ของพระอาจารย์ที่เกิดปรากฏการณ์แบบเดียวกันจนเป็นที่โจษจันในอิทธิปาฏิหาริย์มาแล้วครั้งหนึ่งในหมู่ลูกศิษย์ย่อมรู้กันดี ในระยะหลังที่ได้ของดีจากหลวงพ่อไปแล้วต่างได้ประสบการณ์ในอิทธิปาฏิหาริย์ ใครมีวัตถุมงคลของหลวงพ่อน้อยจึงหวงแหนมาก
"หลวงพ่อน้อย" ได้สร้างอิทธิวัตถุอันเป็นมงคลไว้หลายชนิด ทั้งที่สร้างเป็นรุ่นๆ ในจำนวนมาก และที่ปลุกเสกเป็นการเจาะจงให้กับลูกศิษย์เป็นเฉพาะรายในจำนวนน้อย เมื่อรวมกันแล้วถึง 50 กว่าชนิด การสร้างนั้นท่านมีวัตถุประสงค์เพื่อแจกเป็นที่ระลึกให้กับบรรดาผู้ที่มากราบนมัสการ รวมทั้งแจกในโอกาสต่างๆ เช่น งานทอดกฐิน และผ้าป่า งานสร้างศาลาการเปรียญ-สร้างพระอุโบสถ-สร้างโรงเรียน-สร้างหอระฆัง หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่มีการฉลองสิ่งก่อสร้างทางสงฆ์ภายในวัด
ทั้งนี้ วัตถุมงคลยอดนิยมของท่าน มีอาทิ เหรียญรุ่นแรกทรงเสมา ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อครึ่งองค์ มีอักษรตัวนูนคำว่า หลวงพ่อน้อย ด้านหลังเป็นยันต์นะปถมัง, เหรียญหล่อหน้าเสือ รุ่นแรก สร้างประมาณปีพ.ศ.2497-2498 ส่วนครั้งที่ 2 และ 3 ด้านหลังใต้ยันต์ปลายเหรียญมีเลขไทยปรากฏอยู่ ความคมชัดจะไม่เหมือนกัน, เหรียญหล่อคอน้ำเต้า สร้างปีพ.ศ. 2497-2498 มีหลายรุ่นหลายเนื้อเช่นกันกับเหรียญหล่อหน้าเสือ นอกจากนี้แล้วยังมีอีกหลายชนิด คือ รูปหล่อ พระพิมพ์สมเด็จ พระยอดธง พระปิดตา และเครื่องรางอื่นๆ
วาระสุดท้ายของหลวงพ่อน้อยท่านถึงกาลมรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อวันอังคารที่ 17 พ.ย.2513 เวลาประมาณ 18.34 น. สิริอายุได้ 83 ปี พรรษา 67 บรรดาศิษยานุศิษย์ต่างร่วมมือกันเป็นเจ้าภาพ สวดพระอภิธรรมถวายทุกคืนจนครบ 100 วัน ปรากฏว่าสังขารของท่านไม่เน่าเปื่อย
ต่อมาปีพ.ศ.2516 ทางวัดได้สร้างวิหารจตุรมุขเป็นที่ประดิษฐานสังขารของท่าน
เพื่อให้ศิษยานุศิษย์และผู้เคารพนับถือได้สักการบูชามาจวบจนทุกวันนี้ |