 (N)

วันนี้จะพูดถึงเครื่องราง สิงห์งาแกะ หลวงพ่อหอม วัดชากหมาก จังหวัดระยอง เท่าที่ผมได้คลุกคลีมาก็พอสมควร ถึงไม่ใช่เซียนใหญ่ เซียนโตอะไร แต่การได้คบหาคนรู้จัก ทั้งที่เคยบวชอยู่ที่วัดหลวงพ่อหอม และบ้านอยู่ติดวัดหลวงพ่อหอม ถึงจะไม่ใช่สมัยนั้น แต่ก็อาจอยู่ในช่วงนั้นก็ได้ (พ่แม่พี่ปู่ย่าตายาย)
การทำสิงห์งาแกะของหลวงพ่อหอม มีหลายยุค หลายสมัย ถึงจะแบ่งก็บอกไม่ได้ละอียดอะไรมาก เพราะ
1.งาที่ใช่ทำ ไม่ได้มีอันเดียว และมีทั้งโคนงา และปลายงา ซึ่งความอ่อน ความแก่ไม่เท่ากัน
2. การใช้งาน เช่น บางคนนิยมเลี่ยมแบบเปิด หรือเก็บไว้แบบไม่ห่อ ไม่หุ้มอะไรเลย ทำให้งา ถูกอากาศและความชื้น ทำให้เปลี่ยนสภาพ เช่นแตกลายงา หรือเปลี่ยนสี แต่ถ้าเลี่ยมเดิมเก่า ไม่ถูกอากาศ อาจไม่ค่อยได้เปลี่ยนสภาพ
3. ลักษณะการแกะ ตามธรรมชาติของช่างที่จะทำ มักมีการออกแบบก่อนอยู่แล้ว จึงต้องทำการตัดงาออกตามขนาดที่ต้องการแกะ อาจมีการซอยงาออกตามงานที่จะแกะ
4. เนื่องจากงากลม มักจะเหลือปีกงาและเศษงา งาจำพวกนี้ ช่างจึงเอามาแกะสิงห์สาริกา และสิงห์งาซุ้ม หรือพระพุทธงาทรงสิงห์
5. เรื่องของสิงห์มีทั้งสิงห์ทรงเครื่องและไม่ทรงเครื่อง ทรงเครื่องมักจะฝังพลอยแดง (พลอยแดง) อีกแบบคือไม่ฝังพลอย แต่จะแกะลายเป็นวงกลมๆ โดยการใช้วงเวียนขีดที่ด้านข้างของสิงห์ อาจมีบางตัวที่ไม่ได้ใช้งาเวียนก็มี (ช่าง ไม่ต้องการให้เหมือนสิงห์หลวงพ่อเดิม) เขาว่ายังงั้น เขานะใคร (ไอ้ปื๊ดครับ) ส่วนจำนวนวงที่วง จะมีแค่ 2-3 วง ถ้ามากกว่านั้น ดูจะแม่งๆ
6. สิงห์หลวงพ่อหอม มักนิยม ตัวอ้วนๆ นะครับ ตัวผอมๆ เขาว่าสิงห์อด ไส้แห้ง 5555
7. ศิลปะหรือสกุลช่าง อย่างที่บอก ช่างแกะงา ต้องนครสวรรค์ ทุกวันนี้ยังมีอยู่นะครับ เพราะฉะนั้น ให้เน้นความเก่าด้วย จะได้ปลอดภัย
นึกไม่ออก แต่เดี๋ยวมาต่อ ไปทำงานก่อนครับ |