ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : เกร็ดคามรู้....."เงี้ยวทิ้งปืน"



(N)


"ฉายาเงี้ยวทิ้งปืน" นี้ เป็นพระกรุเก่าของพิษณุโลก ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะพระกรุวัดท่ามะปราง เนื่องจากมีพุทธคุณเป็นเลิศปรากฏมาตั้งแต่อดีต จนได้รับฉายาว่า "เงี้ยวทิ้งปืน"

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ชาวจีนก่อการกบฏถูกทาง การจีนปราบปราม จึงพากันหนีลงมารวบรวมพลอยู่ที่เมืองพรวน เพื่อเตรียมการเข้าตีเมืองหลวงพระบาง ชาวเหนือเรียกคนจีนพวกนี้ว่า "ฮ่อ" หรือ "เงี้ยว" ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว "เงี้ยว" ก็คือ พวกไทยใหญ่ ที่ปะปนอยู่ในสยามเหมือนกับพวกฮ่อ รัชกาลที่ 5 จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระยาพิชัย (ดิส) เกณฑ์ชาวเมืองพิษณุโลกยกทัพไปปราบปรามจนได้ชัยชนะ เรียกการศึกครั้งนี้ว่า "ปราบฮ่อ" ชาวเมืองที่เข้าร่วมทัพได้รับแจกพระพิมพ์ จากวัดท่ามะปราง จ.พิษณุโลก ติดตัวกันไปคนละองค์เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ แต่ปรากฏว่าเกิดเหตุน่าอัศจรรย์ พวกฮ่อไม่สามารถทำอันตรายได้ จนเกิด ความเกรงกลัวต้องทิ้งปืนทิ้งอาวุธหนีกระเจิงไปหมด จึงเรียกขานกันว่า "เงี้ยวทิ้งปืน" นับแต่นั้นมา

ต่อมาเมื่อมีการขุดค้นพบพระพิมพ์ที่มีพุทธลักษณะเหมือน "พระเงี้ยวทิ้งปืน" หรือ "พระท่ามะปราง" จากที่ต่างๆ อีกหลายกรุ เช่น กรุวัดพระศรีรัตนมหา ธาตุ กรุเจดีย์ยอดทอง กรุอรัญญิก กรุโรงทอ กรุอัฏฐารส และกรุวัดสะตือ นอกจากนี้ ยังพบในจังหวัดอื่นๆ อีก เช่น พระท่ามะปราง วัดมหาธาตุ จ.สุพรรณ บุรี, พระท่ามะ ปราง วัดพระนอน จ.กำแพงเพชร ฯลฯ แต่สำหรับในแวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่องแล้วมักจะเรียกกันสั้นๆ โดยตัดชื่อวัดออกไป อาทิ พระท่ามะปราง จ.พิษณุโลก หรือพระท่ามะปราง จ.สุพรรณ บุรี เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะเป็นพระท่ามะปราง วัดไหน จังหวัดไหน ส่วนใหญ่พบว่าปรากฏพุทธคุณเป็นเลิศทางด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด และเมตตามหานิยมทั้งสิ้น น่าสะสมบูชาทั้งนั้น

ถือได้ว่าพระท่ามะปราง กรุวัดท่ามะปราง จ.พิษณุโลก เป็นต้นแบบของพระท่ามะปรางทั้งหมด เพราะจัดเป็นพระที่มีอายุการสร้างสูงกว่าทุกๆ ที่ที่ค้นพบพระในลักษณะเดียวกัน และ "พระท่ามะปราง" ที่สร้างชื่อเสียงและโด่งดังจนได้รับฉายา "พระเงี้ยวทิ้งปืน" นั้น ก็คือ พระท่ามะปราง กรุวัดท่ามะปราง จ.พิษณุโลก เท่านั้นครับผม
ขอบคุณ...ที่มาข้อมูล นสพ.ข่าวสดครับ

โดยคุณ k9cob (14.3K)  [จ. 03 ต.ค. 2554 - 19:42 น.]



โดยคุณ k9cob (14.3K)  [จ. 03 ต.ค. 2554 - 19:45 น.] #1885957 (1/11)


(N)


พระซุ้มไข่ปลา เป็นพระที่กำเนิดขึ้น ในสมัยอยุธยาตอนปลาย พบมากที่วัดป่าแตงใน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งยังพบที่ วัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร ฝั่งธนบุรี มีทั้งเนื้อดินและเนื้อว่าน สำหรับพระเนื้อว่านนั้น จะพบเป็นส่วนน้อย พระเนื้อดินส่วนมาก จะลงรักปิดทองไว้ พุทธลักษณะเป็น พระนั่งปางมารวิชัย มีซุ้มเป็นเม็ดนูนเล็ก ๆ คล้ายไข่ปลา จึงเป็นที่มาของชื่อ “พระซุ้มไข่ปลา” พระซุ้มไข่ปลานี้เป็นพระศิลปอยุธยา มีขนาดเล็กแต่มีรายละเอียดงดงามมากครับ

โดยคุณ น้ำปาย (429)  [จ. 03 ต.ค. 2554 - 19:45 น.] #1885958 (2/11)
ได้ชมพระ ได้ทั้งความรู้ แจ่มครับพี่

โดยคุณ k9cob (14.3K)  [จ. 03 ต.ค. 2554 - 19:46 น.] #1885959 (3/11)


(N)
ขอบคุณทุกๆท่าน ที่แวะเยี่ยมชมครับ

โดยคุณ ลุ่มน้ำแม่กลอง (1.9K)  [จ. 03 ต.ค. 2554 - 19:56 น.] #1885978 (4/11)

โดยคุณ ty2505 (1.7K)  [จ. 03 ต.ค. 2554 - 20:16 น.] #1886054 (5/11)


(N)

โดยคุณ โอ้อุบล (1.9K)  [จ. 03 ต.ค. 2554 - 20:20 น.] #1886069 (6/11)

โดยคุณ RONADO (10.2K)  [จ. 03 ต.ค. 2554 - 20:24 น.] #1886091 (7/11)

โดยคุณ stamp_2544 (213)(1)   [จ. 03 ต.ค. 2554 - 20:24 น.] #1886094 (8/11)

โดยคุณ TANAWAT2520 (1.4K)  [จ. 03 ต.ค. 2554 - 21:44 น.] #1886294 (9/11)

โดยคุณ Sakkapan (1.1K)  [จ. 03 ต.ค. 2554 - 21:56 น.] #1886329 (10/11)
ขอบคุณครับ

โดยคุณ ต้นข้าวPS (1.1K)(1)   [อ. 04 ต.ค. 2554 - 10:03 น.] #1886968 (11/11)
ขอบคุณครับ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


www5
Copyright ©G-PRA.COM