ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : นักสะสมเครื่องรางคงรู้จักกันดีครับ



(N)


บรรยายตามภาพครับ กับมรดกตกทอดจากเจ้าของเก่าครับ

มีซ่อมเก่ามา 4 จุด ครับผม

แล้วพบกันเร็วๆนี้ที่หน้าประมูลครับผม

โดยคุณ Amulet_Learning (1.1K)  [อา. 18 ก.ย. 2554 - 21:08 น.]



โดยคุณ super1 (628)(2)   [อา. 18 ก.ย. 2554 - 21:59 น.] #1857051 (1/7)
จำหลวงพ่อไม่ได้แต่ข้อมูลเขาว่านำผ้าที่ห่อศพทาถักเป็นตะกรุดตาดเอว ไม่รู้ถูกหรือเปล่า

โดยคุณ Amulet_Learning (1.1K)  [อา. 18 ก.ย. 2554 - 22:16 น.] #1857084 (2/7)
นี่คือเชือกคาดเอวของ หลวงพ่อโชติ วัดตะโน ครับผม

ข้อมูลครับ

เชือกคาดเอว
หากกล่าวถึงเชือกคาดเอว ไม่มีใครไม่รู้จัก (เชือกคาดเอวของหลวงพ่อโชติ วัดตะโน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพ) เชื่อกันว่า หลวงพ่อโชติเรียนวิชาการถักเชือกคาดเอวมาจากพระธุดงค์รูปหนึ่ง แต่อีกระแสว่า ท่านเรียนจากหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า

หลวงพ่อโชติ เริ่มทำเชือกคาดเอวครั้งแรกในสมัยสงครามอินโดจีน โดยทำแจกให้กับทหารที่ไปสนามรบ ลักษณะเชือกคาดเอวของท่านจะถักขึ้นจากผ้าคลุมฝาโลงศพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผ้าดิบสีขาว แต่ที่บูชานำไปลงรักหรือนำไปทายางไม้ เพื่อทำให้มีความคงทนยิ่งขึ้น โดยผ้าที่นำมาถักนั้นจะต้องเป็นผ้าคลุมโลงศพของผีตายโหงที่เป็นผู้ชายและ ต้องเสียชีวิตวันอังคารหรือวันเสาร์ เมื่อได้ผ้ามาก็ลงอักขระตามตำรา จากนั้นท่านจะถักผ้าให้เป็นเชือกลักษณะเป็นเกลียว ซึ่งขณะถักท่านจะบริกรรมคาไปด้วย เมื่อถักเสร็จท่านก็จะปลุกเสกอีกครั้งหนึ่ง

ในการปลุกเสก มีเรื่องเล่ากันว่าท่านจะปลุกเสกจนหัวเชือกที่มีลักษณะคล้ายตะกร้อโค้งเข้า หาบ่วงจนสอดใส่เองได้ หรืออีกกระแสหนื่งบอกว่า เวลาปลุกเสกให้เชือกนั้นเลื่อนตัวบิดไปบิดมาได้เหมือนงู จึงจะใช้ได้ ***อิทธิคุณของเชือกคาดเอว*** เด่นในด้านคงกระพันชาตรีและป้องกันภูตผีปีศาจ อีกทั้งยังช่วยในเรื่องแคล้วคลาดด้วย (แต่มีคนเคยบอกว่า ห้ามเอาเชือกของท่านไปตีเด็ก เพราะถ้าตีแล้วเด็กจะเสียสติ)

สมัยก่อนโน้นวัดตะโนมีผู้คนต่างกันมาหาหลวงพ่อ เพื่อขอเชือกคาดจากหลวงพ่อโชติ ท่านมาตาบอดตอนชราภาพ สาเหตุก็เพราะว่าค่ายกครูของผู้ที่จะทำเชือกคาดนั้นต้องหนึ่งสลึง ถ้าพูดถึงในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เงินสลึงไม่ใช่เงินน้อยๆ เผอิญมีเจ้าหนุ่มชาวสวนคนหนึ่งอยากได้แต่ไม่มีสตางค์ ก็เลยไปกราบเท้าอ้อนวอนท่าน ท่านใจอ่อนก็เลยทำให้ฟรีไม่เรียกค่ายกครู เท่านั้นแหละครูของท่านก็มาบอกว่าเองจะต้องตาบอดแน่นๆ และท่านก็บอดจริงๆ ตั้งแต่ พ.ศ. 2490 มาถึง พ.ศ. 2500 สิบปีเต็มๆ ที่หลวงพ่อต้องให้ศิษย์ถักให้ แล้วท่านก็มาปลุกเสกอีกที

การอาราธนาใช้พระคาถา มีดังนี้
ตั้งนะโมสามจบ แล้วระลึกถึงท่านผู้เป็นเจ้าของเชือก แล้วว่า (อุธัง อัทโธ นะโมพุทธายะ โธอุด ธังอัด ผุดผัดผิดปิดด้วยนะโมพุทธายะ มะอะอุ อุอะมะ นะปิดนะหยุด อัตถะ อยาวะ)

เครดิต http://www.kumarntalk.net/webboard-id4578.html

โดยคุณ Amulet_Learning (1.1K)  [อา. 18 ก.ย. 2554 - 22:19 น.] #1857093 (3/7)
ขอบคุณพี่ super1 ที่เข้ามาเยี่ยมชมครับผม

โดยคุณ super1 (628)(2)   [อา. 18 ก.ย. 2554 - 22:30 น.] #1857112 (4/7)
ข้อมูลเยี่ยมครับ

โดยคุณ joke1 (411)  [อา. 18 ก.ย. 2554 - 22:34 น.] #1857117 (5/7)

โดยคุณ โอ้อุบล (1.9K)  [จ. 19 ก.ย. 2554 - 04:15 น.] #1857263 (6/7)

โดยคุณ thanodom (1.3K)  [จ. 19 ก.ย. 2554 - 14:15 น.] #1857809 (7/7)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


www5
Copyright ©G-PRA.COM