นี่คือเชือกคาดเอวของ หลวงพ่อโชติ วัดตะโน ครับผม 
ข้อมูลครับ
เชือกคาดเอว
หากกล่าวถึงเชือกคาดเอว ไม่มีใครไม่รู้จัก (เชือกคาดเอวของหลวงพ่อโชติ วัดตะโน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพ) เชื่อกันว่า หลวงพ่อโชติเรียนวิชาการถักเชือกคาดเอวมาจากพระธุดงค์รูปหนึ่ง แต่อีกระแสว่า ท่านเรียนจากหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า
หลวงพ่อโชติ เริ่มทำเชือกคาดเอวครั้งแรกในสมัยสงครามอินโดจีน โดยทำแจกให้กับทหารที่ไปสนามรบ ลักษณะเชือกคาดเอวของท่านจะถักขึ้นจากผ้าคลุมฝาโลงศพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผ้าดิบสีขาว แต่ที่บูชานำไปลงรักหรือนำไปทายางไม้ เพื่อทำให้มีความคงทนยิ่งขึ้น โดยผ้าที่นำมาถักนั้นจะต้องเป็นผ้าคลุมโลงศพของผีตายโหงที่เป็นผู้ชายและ ต้องเสียชีวิตวันอังคารหรือวันเสาร์ เมื่อได้ผ้ามาก็ลงอักขระตามตำรา จากนั้นท่านจะถักผ้าให้เป็นเชือกลักษณะเป็นเกลียว ซึ่งขณะถักท่านจะบริกรรมคาไปด้วย เมื่อถักเสร็จท่านก็จะปลุกเสกอีกครั้งหนึ่ง
ในการปลุกเสก มีเรื่องเล่ากันว่าท่านจะปลุกเสกจนหัวเชือกที่มีลักษณะคล้ายตะกร้อโค้งเข้า หาบ่วงจนสอดใส่เองได้ หรืออีกกระแสหนื่งบอกว่า เวลาปลุกเสกให้เชือกนั้นเลื่อนตัวบิดไปบิดมาได้เหมือนงู จึงจะใช้ได้ ***อิทธิคุณของเชือกคาดเอว*** เด่นในด้านคงกระพันชาตรีและป้องกันภูตผีปีศาจ อีกทั้งยังช่วยในเรื่องแคล้วคลาดด้วย (แต่มีคนเคยบอกว่า ห้ามเอาเชือกของท่านไปตีเด็ก เพราะถ้าตีแล้วเด็กจะเสียสติ)
สมัยก่อนโน้นวัดตะโนมีผู้คนต่างกันมาหาหลวงพ่อ เพื่อขอเชือกคาดจากหลวงพ่อโชติ ท่านมาตาบอดตอนชราภาพ สาเหตุก็เพราะว่าค่ายกครูของผู้ที่จะทำเชือกคาดนั้นต้องหนึ่งสลึง ถ้าพูดถึงในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เงินสลึงไม่ใช่เงินน้อยๆ เผอิญมีเจ้าหนุ่มชาวสวนคนหนึ่งอยากได้แต่ไม่มีสตางค์ ก็เลยไปกราบเท้าอ้อนวอนท่าน ท่านใจอ่อนก็เลยทำให้ฟรีไม่เรียกค่ายกครู เท่านั้นแหละครูของท่านก็มาบอกว่าเองจะต้องตาบอดแน่นๆ และท่านก็บอดจริงๆ ตั้งแต่ พ.ศ. 2490 มาถึง พ.ศ. 2500 สิบปีเต็มๆ ที่หลวงพ่อต้องให้ศิษย์ถักให้ แล้วท่านก็มาปลุกเสกอีกที
การอาราธนาใช้พระคาถา มีดังนี้
ตั้งนะโมสามจบ แล้วระลึกถึงท่านผู้เป็นเจ้าของเชือก แล้วว่า (อุธัง อัทโธ นะโมพุทธายะ โธอุด ธังอัด ผุดผัดผิดปิดด้วยนะโมพุทธายะ มะอะอุ อุอะมะ นะปิดนะหยุด อัตถะ อยาวะ)
เครดิต http://www.kumarntalk.net/webboard-id4578.html |
|