ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : Show พระย่อย ฝากไว้ในใจด้วยครับ 6



(N)


เริื่มด้วยองค์แรก
ลูกอมผงพรายกุมาร ลป.ทิม ปี 2517 ใช้แทนขุนแผนได้สบายครับแต่ราคา ต่างกันเยอะ
พร้อมด้วยบัตรรับรอง ไม่ต้องเสียวครับ
สภาพบรอนยังสวยครับ

โดยคุณ toeykeng (296)  [จ. 22 ส.ค. 2554 - 21:18 น.]



โดยคุณ toeykeng (296)  [จ. 22 ส.ค. 2554 - 21:18 น.] #1811008 (1/14)


(N)


องค์ที่ 2
สมเด็จหลวงปู่ภู พิมพ์เจ็ดชั้นหูติ่ง
มีซ่อมครับ มาพร้อมบัตร รับรอง สภาพนี้ไม่ซ่อม มี 50 ขึ้นครับ
องค์นี้ราคาครึ่งเดียวครับ เอาขึ้นคอไม่อายใคร
ผู้สร้าง
หลวงปู่ภู หรือ พระครูธรรมานุกูล แห่งวัดอินทรวิหาร ตำบลบางขุนพรหม กรุงเทพฯ

ศิลปสกุลช่าง
ช่างราษฎร์ ยุครัตนโกสินทร์ยุคหลัง

อายุการสร้าง
หลวงปู่ภู ท่านสร้างพระมาตลอด หากจะนับช่วงอายุที่แน่ชัด ในวงการพระจะนับจากรุ่นแซยิด ตอนท่านอายุครบ 100 ปี เมื่อ พ.ศ. 2470 ซึ่งมีอายุการสร้างพระโดยประมาณ 83 ปี ขึ้นไป

องค์ประกอบพระ
หลวงปู่ภู ท่านได้สร้างพระไว้หลายรุ่น โดยใช้หลักการเดียวกับพระสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) คือใช้ผงปูนผสม กับผงพุทธคุณ จากการสังเกตจะเห็นว่า พระช่วงแรก ๆจะมีเนื้อค่อนข้างหยาบ (อาจจะมีส่วนผสมของผงพุทธคุณมากกว่า)

ลักษณะวรรณะพระ
ลักษณะโดยทั่วไปจะมีความแน่นและแห้งจัด สีจะออกเหลืองหม่น ๆ ลักษณะเนื้อพระจะคล้ายพระสมเด็จบางขุนพรหมกรุเก่ามากในบางองค์จะออกเป็นสีขาวนวล ๆ หรือสีออกเทา ก็มี

พุทธลักษณะ
พระหลวงปู่ภู เป็นพระที่สร้างไว้ จำนวนพิมพ์มากที่สุดประเภทหนึ่ง มีทั้งพิมพ์สมเด็จแบบต่าง ๆ พิมพ์ห้าเหลี่ยม พิมพ์สามเหลี่ยม แบบกลีบบัว แบบพระปิดทวาร แบบพระปิดตา แบบเล็บมือ รวมทั้งที่สร้างขึ้นแล้วมีขนาดเล็ก ๆ อีกมากมายหลายพิมพ์ จนเรียกได้ว่าพระหลวงปู่ภู มีพุทธลักษณะทุกอิริยาบถทั้ง นั่ง ยืน นอน

จำแนกพิมพ์
จากการที่พระหลวงปู่ภู เป็นพระที่มีการสร้างหลายแบบ ดังที่กล่าวมาแล้ว จึงทำให้ยากต่อการกำหนดพิมพ์ที่สร้างขึ้นมาให้แน่นอนลงตัวได้ คงจะพอจำแนกพิมพ์ที่เป็นที่นิยมเล่นหากันจริง ๆ เท่านั้นเพื่อเป็นสังเขปต่อการศึกษา จดจำ
1. พระพิมพ์แซยิด แขนหักศอก
2. พระพิมพ์แซยิด แขนกลม
3. พระพิมพ์เจ็ดชั้นหูติ่ง แขนกลม
4. พระพิมพ์แปดชั้น แขนหักศอก
5. พระพิมพ์แปดชั้น แขนกลม
6. พระพิมพ์สามชั้น ก้างปลา หูบายศรี
7. พระพิมพ์สามชั้น ทรงเจดีย์
8. พระพิมพ์ฐานคู่แขนกว้าง
9. พระพิมพ์ฐานคู่ พิมพ์เล็ก
10. พระพิมพ์ยืนอุ้มบาตรใหญ่
11. พระพิมพ์ยืนอุ้มบาตรเล็ก
12. พระพิมพ์ใสยาสน์
13. พระพิมพ์ยืนลีลา
14. พระพิมพ์สังกัจจายน์ห้าเหลี่ยม
15. พระพิมพ์ปิดตาสองหน้า
16. พระพิมพ์สมาธิห้าเหลี่ยม
17. พระพิมพ์เจดีย์ซุ้มเรือนแก้ว
18. พระพิมพ์จิ๋วต่าง ๆ เป็นต้น

โดยคุณ toeykeng (296)  [จ. 22 ส.ค. 2554 - 21:19 น.] #1811010 (2/14)


(N)
บัตรรับรองครับ

โดยคุณ toeykeng (296)  [จ. 22 ส.ค. 2554 - 21:20 น.] #1811015 (3/14)


(N)


องค์ที่ 3
เหรียญพระพุทธชินราช 2485 นิยม อะจุด พร้อมบัตรรับรอง
สภาพผิวมีคราบจากการเก็บครับ แต่เหรียญยังคมสวยงามครับ เอาแบบไวๆ เคาะเดียวโดนครับผม

โดยคุณ toeykeng (296)  [จ. 22 ส.ค. 2554 - 21:20 น.] #1811018 (4/14)


(N)
บัตรรับรองครับ

โดยคุณ toeykeng (296)  [จ. 22 ส.ค. 2554 - 21:21 น.] #1811030 (5/14)


(N)


องค์ที่ 4
เหรียญวัดราชบพิธ ครั้งที่ 4 ปี 2481 แบบหนา มีกริ่ง พร้อมบัตรรับรอง
ถือเป็นเหรียญที่มีพิธีการสร้างที่ยิ่งใหญ่เหรียญหนึ่งครับ สภาพใช้ แต่ก็ยังสวย แถมเป็นเหรียญแบบหนา มีกริ่ง ตอก code ใ้ต้ฐาน หายากครับ สภาพสวยๆ ราคาทะลุ หนื่นกลางไปแล้ว องค์นี้ ราคาเบากว่าเยอะ เหมาะไว้บูชาติดตัว วัดใจเคาะเดียวไปเลยครับ สำหรัีบเหรียญ พ.ศ.ลึกๆ แถมบัตรรับรองด้วยครับ

การสร้างครั้งที่ ๔ นี้คือวันที่ ๑๖ - ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ (พิธีจุดเทียนชัย ฯลฯ และเททอง) และวันที่ ๒๕ - ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ (พิธีปลุกเสกและฉลองสมโภช) ท่านเจ้าคุณศรีฯ ได้บรรยายถึงการประกอบพิธีการสร้างครั้งนี้ไว้ในหนังสือ แถลงเรื่องฯ ว่า ประกอบพิธีตอนที่ ๑ (คือการหล่อ) เมื่องานได้ลงรูปและดำเนินมาตามลำดับดังกล่าวแล้ว ต่อจากนั้นก็ย่างเข้าขั้นประกอบพิธีหล่อพระรูปและแหวนต่อไป และพิธีหลอมหล่อนี้นับว่าเป็นตอนสำคัญยิ่งของการสร้างพระรูป เพราะถือกันตามความนิยมว่า ถ้างานตอนนี้สำเร็จไปด้วยดี ผลที่มุ่งก็ดีตลอดไป แต่ถ้าหากไม่เรียบร้อย คือมีการติดขัดเกิดขึ้นจนงานล่วงลุไปตามฤกษ์ยามมิได้ หรือเทียนชัยสำแดงอาเพศให้ประจักษ์เช่นแตกหรือดับเสียก่อนเสร็จงานเป็นต้น ก็เป็นการร้ายอย่างยิ่งทีเดียว ซึ่งมีปรากฏเป็นตัวอย่างมาแล้วมาก ฉะนั้นในการนี้ ก็จำเป็นต้องหาความรู้จากผู้ที่รู้แบบแผนและคุ้นเคยกับงานชนิดนี้มาเสียก่อนว่าจะต้องจัดต้องทำอะไรบ้าง ทั้งต้องให้ตรวจหาฤกษ์ยามทำให้เหมาะตรงกับเวลาคือองศาจรของดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ด้วย จึงจะอำนวยผลดีตามคตินิยม เพราะฉะนั้นในการนี้ทั้งหมดข้าพเจ้าจึงได้ไปขอความแนะนำจากท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ (ต่อมาคือ สังฆราช (อยู่) วัดสระเกศ) และขอให้ตรวจหาฤกษ์ยามที่จะประกอบพิธีการให้เสร็จสิ้นทุกประการ ทุกครั้งทุกคราวที่ได้กระทำมาแล้วกระทั่งครั้งนี้ด้วย การจึงลุล่วงไปด้วยดี เพียบพร้อมเต็มตามพิธีทุกประการ นับว่าเป็นพระคุณอย่างยิ่งหาที่สุดมิได้ ฉะนั้นเมื่อถึงวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๔๘๑ เวลา ๑๖ นาฬิกา ๔๒ นาที ได้ปฐมฤกษ์จุดเทียนชัย สมเด็จพระสังฆราช ผู้ทรงเป็นพระมหาเถระผู้ใหญ่ในงาน จึงทรงจุดเทียนชัย โดยมีพระมหาเถราจารย์ ๑๒ รูปเจริญพระพุทธมนตร์ ดังปรากฏตามรายพระนาม, นาม ดังต่อไปนี้ ๑. สมเด็จพระสังฆราช วัดสุทัศน์ ๒. สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ วัดบวรนิเวศ ๓. สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดเทพศิรินทร์ ๔. สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดพระเชตุพน ๕. พระศาสนโศภณ วัดมกุฎกษัตริยาราม ๖. พระพรหมมุนี วัดบรมนิวาส ๗. พระพิมลธรรม วัดมหาธาตุ ๘. พระธรรมวโรดม วัดราชาธิวาส ๙. พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ วัดอรุณ ๑๐. พระธรรมเจดีย์(ต่อมาคือสังฆราช อยู่) วัดสระเกศ ๑๑. พระธรรมปิฎก วัดพระเชตุพน ๑๒. พระธรรมโกษาจารย์ วัดเบญจมบพิตร เมื่อสวดจบแล้ว พระอาจารย์ ๑๖ รูปคือ ๑. พระธรรมทานาจารย์ วัดระฆัง ธนบุรี ๒. พระพุทธวิหารโสภณ วัดวงฆ้อง อยุธยา ๓. พระครูวิสุทธิศีลาจารย์(ลพ.พริ้ง) วัดบางปะกอก ธนบุรี ๔. พระครูสิทธิสารคุณ(ลพ.จาด) วัดบางกะเบา ปราจีนบุรี ๕. พระครูกรุณาวิหารี(พระอาจารย์เผือก) วัดกิ่งแก้ว สมุทรปราการ ๖. พระครูนันทธีราจารย์(พระอาจารย์เหลือ) วัดสาวชะโงก ฉะเชิงเทรา ๗. พระอุปัชฌาย์คล้าย วัดศาลามูล นครปฐม ๘. พระพระอุปัชฌาย์อี๋ วัดสัตตหีบ ชลบุรี ๙. พระอุปัชฌาย์รุ่ง วัดท่ากระบือ สมุทรสาคร ๑๐. พระอุปัชฌาย์เรื่อง วัดใหม่พิณสุวรรณ [สุพรรณบุรี] ๑๑. พระปลัดมา วัดราชบูรณะ พระนคร ๑๒. พระอาจารย์บุญชู วัดโปรดเกษ สมุทรปราการ ๑๓. พระอาจารย์แม้น วัดมักกะสัน พระนคร ๑๔. พระอาจารย์แฉ่ง วัดบางพัง นนทบุรี ๑๕. พระอาจารย์จง วัดหน้าต่าง[นอก] อยุธยา ๑๖. พระอาจารย์นอ วัดใหม่ อยุธยา ได้ผลัดเปลี่ยนกันคราวละ ๑ รูปขึ้นนั่งปรกบริกรรมกำกับ และพระพิธีธรรม ๑๒ รูปคือ ๑. พระมหาแช่ม ป. ๖ น.ธ. เอก วัดสระเกศ ๒. พระมหาใจ ป. ๔ น.ธ. เอก วัดสระเกศ ๓. พระบัว น.ธ. โท วัดสระเกศ ๔. พระหนู น.ธ. โท วัดสระเกศ ๕. พระพระครูศัพทสุนทร(แช่ม) วัดพระเชตุพน ๖. พระครูอมรโฆษิต(เมี้ยน) วัดพระเชตุพน ๗. พระครูวิจิตรสังฆการ(แพว) วัดพระเชตุพน ๘. พระมหาสำรวย ป. ๓ วัดพระเชตุพน ๙. พระมหาเพิ่ม ป. ๖ วัดสุทัศน์ ๑๐. พระครูพรหมศร(วัน) วัดสุทัศน์ ๑๑. พระครูอมรศัพท์(แม้น) วัดสุทัศน์ ๑๒. พระสมุห์หนู วัดสุทัศน์ ผลัดเปลี่ยนกันคราวละ ๔ รูปขึ้นสวดภาณวาร, [สวด]พุทธาภิเศกตามเยี่ยงอย่างราชพิธี และ มีอุบาสกผลัดเปลี่ยนกันนั่งชักลูกประคำบริกรรมพระพุทธคุณเรื่อยไปจนเสร็จพิธี รุ่งขึ้นวันที่ ๑๗ ธันวาคม ได้เวลา ๙ นาฬิกา ๒๖ นาทีอันเป็นปฐมฤกษ์เททอง โหรลั่นฆ้องชัย พระมหาเถราจารย์เจ้าพร้อมด้วยพระพิธีธรรมสวดชัยมงคลคาถา เจ้าภาพเริ่มเททองหล่อพระรูปและแหวนพอสังเขป แล้วปล่อยให้ช่างเทต่อไปจนครบถ้วนตามจำนวนที่ต้องการ เสร็จแล้วถวายอาหารเพล ครั้นฉันเพลเสร็จแล้ว สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ดับเทียนชัย เป็นเสร็จงานตอนที่ ๑ เพียงเท่านี้ ต่อจากนี้ช่างได้นำไปตกแต่งให้เรียบร้อยงดงามทั้งหมดเสียก่อน จึงจะหาฤกษ์งามยามดีประกอบพิธีตอนที่ ๒ ตอนที่ ๓ คือปลุกเสกและฉลองอีกครั้งหนึ่ง จึงจะนับว่าเสร็จพิธีโดยสมบูรณ์ แล้วแจกจ่ายสมนาคุณแก่ผู้ที่ส่งทุนบำรุงนำไปสักการบูชาตามประสงค์ ประกอบพิธีตอนที่ ๒ (คือปลุกเสก) เมื่อพิธีได้ทำสำเร็จแล้วตามประสงค์ จึงได้หาฤกษ์ประกอบพิธีปลุกเสก ปรากฏว่าฤกษ์ยามไปร่วมสบเหมาะกับวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๕ เวลาย่ำค่ำล่วงแล้ว ๔ นาที เป็นปฐม ฤกษ์ทำการปลุกเสก นับเป็นอดิเรกอุดมฤกษ์หาที่เปรียบมิได้ เพราะเสาร์ ๕ ข้างขึ้นน้อยครั้งที่จะพบ จึงอาราธนาพระมหาเถราจารย์เจ้ากับพระอาจารย์ทั้งหลายบรรดาที่ได้กรุณาลงแผ่นทองเข้ามาประกอบพิธีหลอมหล่อพระรูปและแหวนนั้นทุกรูปมาประกอบพิธีปลุกเสกอีกครั้ง หนึ่งแต่ก็เป็นที่น่าเสียใจเป็นที่สุดที่พระอาจารย์บางรูปทนความชราพยาธิไม่ไหว เช่น พระครูพรหมเวชวุฒิคุณ วัดชัยมงคล สงขลาและครูบาพระศรีวิชัย วัดจามเทวี ลำพูน เป็นต้น ได้มรณภาพไปเสียแล้ว และบางรูปก็ชราภาพจนไม่สามารถจะไปจากกุฏิได้ เช่น ๑. พระมหา เมธังกร วัดน้ำคือ แพร่ ๒. พระครูวิจิตรธรรมานุวัติ วัดบ้านค่าย ระยอง ๓. พระครูธรรมาภินันท์ วัดหลุมดิน ราชบุรี ๔. พระอาจารย์แช่ม วัดปากคลองบางสาลี สุพรรณบุรี ๕. พระอาจารย์คำ วัดบางไผ่นาด นครปฐม ๖. พระอาจารย์ปลื้ม วัด[ปากคลอง]มะขามเฒ่า ชัยนาท ๗. หลวงพ่อกบ วัดเขากบทวาศรี นครสวรรค์ ๘. พระอาจารย์กรอง วัดเทพจันทร์ อยุธยา เป็นต้น ก็ไม่สามารถจะมาร่วมพิธีปลุกเสกได้ ข้าพเจ้าจึงได้พยายามเสาะหาพระอาจารย์และอาราธนามาซ่อมที่ขาดเพื่อให้เต็มตามจำนวนเดิม แต่ก็ไม่สมประสงค์ เพราะกระชั้นกับวันที่ประกอบพิธีปลุกเสกเสียแล้ว จึงไม่มีเวลาพอที่จะอาราธนาให้ครบได้ แต่ก็ได้เพิ่มเติมมาบ้างคือ ๑. พระครูวิบูลวชิรธรรม(สว่าง) วัดท่างิ้ว อำเภอบรรพต นครสวรรค์ ๒. พระครูการาม วัดหน้าพระลาน นครศรีธรรมราช ๓. พระอธิการอ้วน วัดสามทอง สุพรรณบุรี ๔. พระอาจารย์เส่ง วัดประสาท อยุธยา ๕. หลวงพ่อเสือ วัดสามกอ ฉะเชิงเทรา ๖. พระครูวิมลญาณสุนทร วัดมหาเจดีย์ ฉะเชิงเทรา เพราะฉะนั้น ณ วันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ เวลาย่ำค่ำล่วงแล้ว ๔ นาที เป็นปฐมฤกษ์ปลุกเสก พระมหาเถราจารย์เจ้าและพระอาจารย์ได้มาประกอบพิธีนี้ทั้งหมดรวม ๑๐๕ รูปเข้านั่งประจำที่ผินหน้าสู่ทิศอุดร เบื้อง หน้ามีบาตรซึ่งบรรจุพระรูป, เหรียญ และแหวนจัดตั้งไว้พร้อมสรรพ เริ่มพิธีบริกรรมเพ่งพระรูป, แหวน และเหรียญเพื่อประสาทความศักดิ์สิทธิ์ในสิ่งที่ปรารถนาต่อไป จนเป็นที่พอใจแล้วจึงหยุด นับเป็นเสร็จพิธีปลุกเสกเพียงเท่านี้ ประกอบพิธีตอนที่ ๓ (ฉลองและสมโภช) เมื่อเสร็จจากการปลุกเสกแล้ว มหรสพเริ่มแสดงให้เป็นการครึกครื้นพอสมควรแก่เวลา รุ่งเช้าวันที่ ๒๖ มีนาคม เวลา ๑๐ นาฬิกา อาราธนาพระมหาเถราจารย์ ๑๒ รูปในชุดเดิมเจริญพระพุทธมนตร์ฉลอง แล้วถวายอาหารบิณฑบาตพร้อมด้วยพระอาจารย์ทั้งหมดเสร็จแล้ว โหรเบิกแว่นเวียนเทียนสมโภชพระรูป, เหรียญ, แหวน พระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา เมื่อเวียนเทียนครบ ๓ รอบแล้ว จึงได้อาราธนาพระเถระผู้ใหญ่เจิมพระรูป, เหรียญ, แหวนทั่วทุกบาตรและโหรเจิมซ้ำเสร็จแล้ว นับว่าเสร็จพิธีปลุกเสกและสมโภชฉลองแต่เพียงเท่านี้ โลหะที่ใช้ในการสร้างครั้งนี้ท่านเจ้าคุณศรีฯ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ แถลงเรื่องฯ ว่า โลหะที่ประกอบในพิธีกรรมครั้งนี้ก็ต่อเนื่องมาจากการสร้างครั้งที่ ๑ ซึ่งมีโลหะเหลือเบ้าจากพิธีหล่อพระชัยของวัดต่าง ๆ และเศษทองพระชัยของหลวง และแร่ธาตุพิเศษที่ประกอบขึ้นด้วยการแปรธาตุของผู้ชำนาญมีแร่อันนิยมว่ามีคุณภาพวิเศษประมวลอยู่พร้อม ทั้งยังได้ร่วมกับ[แผ่น]ทองแดงซึ่งพระอาจารย์กว่า ๑๐๘ รูปลงอักขระและปลุกเสกจนสุดความสามารถแล้ว นำมารวมประกอบพิธีหล่อครั้งที่ ๔ นี้

โดยคุณ toeykeng (296)  [จ. 22 ส.ค. 2554 - 21:22 น.] #1811034 (6/14)


(N)


ใต้ฐาน พร้องบัตรรับรองครับ

โดยคุณ sawang (596)  [จ. 22 ส.ค. 2554 - 21:22 น.] #1811035 (7/14)

โดยคุณ toeykeng (296)  [จ. 22 ส.ค. 2554 - 21:23 น.] #1811045 (8/14)


(N)


องค์สุดท้ายครับ
พระกรุวัดสามปลื้ม พิมพ์กลีบบัวเล็ก มีซ่อม เคาะเดียว
พระกรุนีิปัจจุบันหาชมได้ยากเนื่องจากเป็นพระที่แตกหักได้ง่าย พี่ๆ เพื่อนๆ ท่านใดสนใจเคาะเลยครับ
พระกรุวัดสามปลื้ม มีอายุมากกว่า150 ปี ผู้สร้าง มีด้วยกัน 2 ข้อมูล คือ 1. ผู้สร้างคือ พระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 2. ท่านพระอาจารย์พรหม และพระอาจารย์ช้าง สองพระเกจิอาจารย์ผู้เก่งกล้าวิทยาคมที่อยู่ "คณะกุฏิ" ณ วัดสามปลื้ม เมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 ขณะนั้นพระธรรมานุกูล (ด้วง) เป็นเจ้าอาวาส ศิลปสกุลช่าง ช่างราษฏร์ ยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น อายุการสร้าง ได้มีบันทึกไว้ว่า ได้พบพระเครื่องสกุลนี้ 3 ครั้งด้วยกันนับแต่ปีพ.ศ. 2400 พ.ศ.2414 และพ.ศ.2483 องค์ประกอบพระ พระ วัดสามปลื้ม เป็นพระเนื้อผงสีขาว แตกหักง่าย นอกจากนี้ยังมีชนิดผงดำผสมใบลานเผา ชนิดเนื้อตะกั่ว และแม้แต่ เนื้อชิน ก็มีผู้พบเห็น จากเจดีย์เมื่อคราวแตกกรุ ลักษณะวรรณะพระ ในพระเนื้อผง จะมีเนื้อละเอียด แก่น้ำมันตังอิ้ว พระเกือบทั้งหมดลงรักปิดทองมาจากกรุ มีลักษณะที่แตก เปราะ หักง่าย พุทธลักษณะ เป็นพระปางสมาธิ นั่งบนฐานทึบ มีผ้าทิพย์ จำแนกพิมพ์ แม้ว่าพระ กรุวัดสามปลื้ม จะมีจำนวนมากมาย และจากบันทึกการพบครั้งสุดท้ายในเจดีย์องค์ที่สามของวัดว่าพบถึง 50,000 กว่าองค์นั้น แต่ที่นิยมในวงการพระมีดังนี้ 1. พระพิมพ์กลีบบัว (เศียรโล้น) 2. พระพิมพ์กลีบบัว (เศียรแหลม) 3. พระพิมพ์ห้าเหลี่ยม 4. พระพิมพ์บัวฟันปลา 5. พระพิมพ์สามเหลี่ยมใหญ่ 6. พระพิมพ์สามเหลี่ยมเล็ก 7. พระพิมพ์พิเศษ ปางต่าง ๆ (แต่ไม่นิยม)

โดยคุณ toeykeng (296)  [จ. 22 ส.ค. 2554 - 21:24 น.] #1811054 (9/14)


(N)
บัตรรับรองครับ
พี่ๆ ท่านใดสนใจ เคาะที่ค้อนได้เลยนะครับ
ไม่เคาะไม่ว่าเข้ามาชมผมก็ดีใจแล้วครับ

โดยคุณ nim4011 (2.1K)  [จ. 22 ส.ค. 2554 - 21:26 น.] #1811068 (10/14)
สุดยอดครับพี่ ข้อมูลเป็นวิทยาทานมากเลยครับ

โดยคุณ welding24 (4.5K)  [จ. 22 ส.ค. 2554 - 21:26 น.] #1811070 (11/14)

โดยคุณ TANAWAT2520 (1.4K)  [จ. 22 ส.ค. 2554 - 21:38 น.] #1811133 (12/14)

โดยคุณ RONADO (10.2K)  [จ. 22 ส.ค. 2554 - 23:11 น.] #1811344 (13/14)

โดยคุณ kengko (377)  [อ. 23 ส.ค. 2554 - 23:37 น.] #1812935 (14/14)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


www5
Copyright ©G-PRA.COM