 (N)

ประวัติพระครูวิบูลเขมกิจ( หลวงพ่อจันทา เขโม )
ชาติภูมิ เดิมชื่อ จันทา นามสกุล พลรักษ์เทพ โยมบิดาชื่อ นายผา พลรักษ์เทพ โยมมารดาชื่อ นางลา เกิดเมื่อวันขึ้น 11 ค่ำ เดือน 6 ปีวอก ตรงกับวันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2427 ในเเผ่นดินรัชการที่ 5 เกิดที่บ้านโคกม่วง ต.โคกม่วง อ.ปากพลี จ.นครนายก ต่อมาย้ายไปอยู่บ้านท่ามะเฟือง ต.เนินหอม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เเละต่อมาได้ย้ายอีกครั้งไปอยู่บ้านหนองงูเหลือม ต.เนินหอม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ตามบิดา-มารดาซึ่งมีที่นาสำหรับปลูกข้าวเเละทำมาหากินที่นั่น ท่านมีพี่น้องร่วมท้องเดียวกันมา 7 คน ดังมีชื่อต่อไปนี้
1. นางสีทา
2. นายที
3. นางลี
4. นางมี
5. นายมา
6. นายทอง
7. พระครูวิบูลเขมกิจ( จันทา เขโม พลรักษ์เทพ )
เมื่อเยาว์วัย ขณะยังเป็นทารกเเบเบาะอยู่ อายุได้ไม่ถึง 10 วัน โยมมารดาก็เสียชีวิตไป จึงต้องอาศัยบิดาเเละนางสีทา พี่สาวคนโต เป็นผู้เลี้ยงดูจนเติบใหญ่รู้ความ เเละได้เล่าเรียนอยู่ที่บ้านหนองงูเหลือม ต.เนินหอม จ.ปราจีนบุรี เเต่ต.เนินหอมเป็นเขตเเดนที่อยู่ติดกับอ.ปากพลี จ.นครนายก ราษฎรละเเวกบ้านปากพลี บ้านเกาะหวาย เเละต.เนินหอม ส่วนใหญ่มีเชื้อสายไทยพวนนิยมพูดคำไทยพวนเป็นพื้น ดังนั้นหลวงพ่อจันทา เขโม จึงพูดภาษาพวน ได้คล่องตั้งเเต่ยังมีอายุน้อย
สำหรับชีวิตวัยเยาว์ของหลวงพ่อจันทา โยมมารดามีญาติพี่น้องมีตำเเหน่งหน้าที่ใหญ่โต บ้างก็รับราชการ พี่ชายของมารดาท่านนั้นก็มียศถาบรรดาศักดิ์เป็น ท่านขุนพิลึกโยธา เป็นนายฮ้อยควบคุมคาราวานกองเกวียนนับร้อยๆเล่ม ฐานะเป็นนายกองใหญ่ทางราชการเเต่งตั้งให้เป็นขุนพิลึกโยธา นายกองใหญ่ผู้คุมช้างหลายสิบเชือก ในบ้านโคกม่วง ต.โคกม่วง อ.ปากพลี จ.นครนายก ซึ่งมีอำนาจเทียบเท่ากับนายกำนันผู้มีหน้าที่คอยปกป้องดูเเลราษฎรในหมู่บ้านเพื่อให้สงบเรียบร้อย บรรดาญาติโยมดังกล่าวนี้ล้วนเป็นไทยพวนที่อพยพมาจากเชียงขวางใกล้เมืองเวียงจันทร์ทั้งสิ้น
อุปสมบท เมื่อหลวงพ่อจันทา มีอายุ 39 ปี ได้อุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดเขานางบวช ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2466 โดยมีท่านเจ้าคุณพระญาณนายก ( ปลื้ม จนโทภาโส ) ชื่อเต็มว่าพระญาณนายกสาวกจริยานุวัตร นครนายก สังฆปาโมกข์ ตำเเหน่งเจ้าอาวาสวัดอุดมธานี เป็นเจ้าคณะอำเภอเขาใหญ่ปากพลี เเละเป็นเจ้าคณะจังหวัดนครนายก ท่านเป็นพระอุปัชฌาย์ในการบวช เเละพระอธิการทา เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายาว่า เขโม พระอธิการทา ผู้นี้เป็นเจ้าอาวาสวัดเขานางบวชมาช้านานเเล้ว มีความสนิทสนมกับเจ้าคุณพระอมราภิรักขิต(พระครูปลัดชัย) วัดบรมนิวาส
ภายหลังอุปสมบทได้จำพรรษาอยู่วัดเขานางบวช ได้ร่ำเรียนวิปัสสนากรรมฐานกับพระอธิการทา ผู้เป็นอาจารย์ถ่ายทอดวิชาให้ อีกทั้งยังเล่าเรียนพระปริยัติธรรม เเล้วเข้าสอบประโยคนักธรรมสนามหลวงจนได้นักธรรมตรี ในปี พ.ศ.2467 หลวงพ่อจันทา เขโม ก็ได้สั่งสอนเเสดงเทศน์ธรรมเเก่ชาวบ้านตำบลสาริกาเเละนาหินตั้งเสมอ เมื่อยามว่างออกพรรษาเเล้วก็ถือธุดงค์เป็นวัตรเเสวงหาความวิเวกบำเพ็ญวิปัสสนาในป่าลึกประจิม เสาะหาอาจารย์ดีร่ำเรียนวิชาอาคมจนมีวิทยาคมสูง
เมื่อท่านพระครูวิบูลเขมกิจ( หลวงพ่อจันทา เขโม ) เป็นเจ้าอาวาสวัดเขานางบวช ตั้งเเต่ปี พ.ศ.2476 เเล้ว ท่านได้บูรณะปฎิสังขรณ์เสนาสนะถาวรวัตถุ จากสภาพเดิมที่ทรุดโทรมผุพังไปตามกาลเวลาให้มีสภาพงดงามใหม่ขึ้นเเละใหญ่โตยิ่งกว่าเดิม เป็นหลักเป็นฐานมั่นคงเเละเป็นที่เชิดหน้าชูตาเเก่สาธุชนชาวพุทธบริษัท อีกทั้งบริเวณวัดสะอาดร่มรื่น สมกับเป็นสถานที่บำเพ็ญภาวนา ในเเต่ละปีทางวัดจัดงานนมัสการเทศกาลประจำปี กลางเดือนห้า มักมีสาธุชนใจบุญจากทั่วสารทิศเดินทางมาสู่วัดเขานางบวชเเห่งนี้ เดินไต่บันไดขึ้นไปบนยอดเขาประมาณ 248 ขั้น เป็นการจาริกเเสวงบุญสู่ยอดเขา ซึ่งมีมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง เเละกราบไหว้บูชาพระประธาน 25 พุทธศตวรรษ ซึ่ง นายชูสง่า ไชยพันธ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ในสมัย 45 ปีก่อน ได้กระทำพิธีเเห่เเหนพระเครื่องชุด 25 พุทธศตวรรษ นำขึ้นไปบรรจุไว้บนมณฑปอีกจำนวนมาก
อนึ่ง ยังมีพระพุทธรูปโบราณ เป็นพระพุทธรูปยืน ปางประทานพร ที่ชาวนครนายกนับถือกันว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานบนยอดเขานางบวชเเห่งนี้ ทางวัดได้เปิดโอกาสให้สาธุชนได้ปิดทองคำเปลวบนองค์พระพุทธรูป ปางประทานพรศักดิ์สิทธ์องค์นี้ด้วย มีราษฎรชาวสาริกาเเละชาวบ้านตำบลนาหินตั้งมาทำบุญก้นเเน่นขนัด นอกจากนี้ทางวัดเขานางบวช ยังมีการจัดงานเทศกาลทำบุญเเห่บั้งไฟ อันเป็นประเพณีเก่าเเก่ที่ปรากฎในตำนานเรื่อง ท้าวผาเเดงกับนางไอ่คำ พระธิดาสาวสวยของพระยาขอมผู้เรืองอำนาจ ครั้งอดีตกาลพันปีมาเเล้ว งานนี้มักจัดกลางเดือน 2 ทุกๆปี มิเคยขาด
นอกจากนี้ ท่านพระครูวิบูลเขมกิจ ( หลวงพ่อจันทา เขโม ) ยังบูรณะก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ ซึ่งมีขนาดใหญ่โตมาก สิ้นเงิน 8 เเสนบาทเศษ อีกทั้งบูรณะพระมณฑปที่สร้างมาตั้งเเต่ปี พ.ศ.2465 ตลอดจนบันไดทางขึ้นสูง 248 ขั้น อนึ่ง เกี่ยวกับการปกครองพระภิกษุ - สามเณรขณะนั้น ท่านพระครูวิบูลเขมกิจ ( จันทา เขโม ) เป็นผู้มีปฎิปทาสูงปกครองโดยธรรมใช้คำสั่งสอนที่สุภาพนุ่มนวล จนกระทั่งคณะศิษยานุศิษย์ล้วนเลื่อมใสเคารพนับถือท่านหลวงพ่อมาก ทั้งบรรพชิตเเละคฤหัสถ์ เท่าที่สืบประวัติค้นคว้าดู พบว่าปี พ.ศ.2507 เจ้าอธิการทองสัย เดชธโร ผู้เป็นสัทธิวิหาริกเป็นผู้ต้นคิดในการขอให้ท่านสร้างเหรียญรุ่นเเรก เเละยังมีพระอธิการสัมฤทธิ์ อชิโต เป็นศิษย์ผู้ใกล้ชิดเป็นเวลานาน จึงได้รับเเต่งตั้งจากคณะสงฆ์ให้เป็นเจ้าอาวาสวัดเขานางบวช ภายหลังหลวงพ่ออุปัชฌาย์จันทา เขโม ถึงเเก่มรณภาพเเล้ว
ชีวิตบั้นปลาย ท่านพระครูวิบูลเขมกิจ( จันทา เขโม ) ย่างเข้าวัยชราภาพ 85 ปี เมื่ออาพาธเนื่องจากชราภาพ จึงถึงมรณะภาพ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2512 สิริรวมอายุได้ 85 ปี พรรษา 47 ท่ามกลางความเศร้าโศกอาลัยอาวรณ์ของบรรดาศิษยานุศิษย์ทั้งปวง
เหรียญ รุ่นเเรก พระครูวิบูลเขมกิจ( จันทา เขโม ) ปี 2507 สร้างเเละปลุกเสก เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2507 ลักษณะเป็นเหรียญรูปไข่ มีหูในตัว มีเนื้อทองเเดงเเละเนื้ออัลปาก้า(หายาก ) เหรียญนี้มีขนาดกว้าง 2 ซ.ม.สูง 3 ซ.ม.หนาราว 1 มิลลิเมตรเศษ ในวงการเหรียญเมืองนครนายกกล่าวว่าเหรียญรุ่นเเรกนี้ วงการนิยมบูชาเสาะหา เหรียญพิมพ์หน้าเล็ก กล่าวคือ ด้านหน้าเหรียญ ใบหน้าหลวงพ่อมักจะเล็ก ดวงตาเล็ก ปากเล็ก คางเรียวเเหลม เป็นลักษณะของพระผอม นอกจากนี้ยังมีใบหน้าเเก่ ที่หน้าผากปรากฎรอยย่นเป็นขีดขวางสามเส้น ถ้าหากพิจารณาดูตัวอักษรไทยด้านบนรูปท่านเขียนว่า ** พระครูวิบุลเขมกิจ ** เเละข้างล่างยังมีตัวหนังสือไทยว่า หลวงพ่อวัดเขานางบวช โปรดสังเกตดูตัวหนังสือจะมีขนาดตัวอักษรเล็ก อีกทั้งตัวอักษรก็นูนชัดเจนเเละคม สังเกตเลขปี พ.ศ. 2507 ให้ดีก็จะพบว่า ** เลขศูนย์มีขีด ** สำหรับขีดดังกล่าวนี้เห็นเป็นเส้นนูนเหนือเลขศูนย์ เป็นเส้นนูนที่มีความยาวราว 1 มิลลิเมตร ปลายหางพาดไปชนขอบล่างของยันต์ใบพัด คล้ายเป็นรอยเส้นเเตกในพิมพ์บล็อก วงการนิยมบูชาเหรียญ พิมพ์หน้าเล็ก ศูนย์มีขีด เเต่อย่างไรก็ตาม พิมพ์หน้าใหญ่ ที่เลขศูนย์ไม่มีขีดนั้นก็ยังมีผู้เสาะเเสวงหากันอยู่
พุทธคุณเหรียญหลวงพ่อวัดเขานางบวช
ชาวนครนายกเลื่อมใสศรัทธาหลวงพ่อจันทา เขโม มานมนานตั้งเเต่ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดเขานางบวช ในปี พ.ศ.2476 เเล้ว ทว่าหลวงพ่อท่านไม่ได้สร้างเหรียญไว้เลย จวบจนปี พ.ศ.2507 จึงอนุญาติให้คณะศิษยานุศิษย์สร้างเหรียญหลวงพ่อวัดเขานางบวช รุ่นเเรก เเละเมตตาปลุกเสกให้ ท่านลงเมตตามหานิยม โดยเฉพาะมหานิยมทางเสียง ไม่ว่าจะเป็นนักเทศน์หรือนักสวดในพิธีต่างๆ หรือพิธีกรในงานต่างๆก็ช่วยให้มีผู้สนใจฟังคับคั่ง ถ้าหากเป็นศิลปิน-นักเเสดงก็มีผู้คนนิยมชมชอบ เป็นนักร้องก็จักมีมนต์ขลังสะกดผู้ฟังให้หลงใหลน้ำเสียง มีผู้คนมาสู่สำนักเเละเรือนชาน อีกทั้งป้องกันสัตว์ร้าย เเละคมศัสตราวุธทั้งปวง ผู้คนท้งปวงยกย่องสรรเสริญ เพียงบอกว่า ** เหรียญหลวงพ่อวัดเขานางบวช ** โดยมิต้องเอ่ยถึงชื่อเสียงเรียงนามของพระคณาจารย์ผู้สร้างเหรียญนี้ก็ย่อมเชื่อมั่นได้ในพุทธคุณดีเด่นของเหรียญนี้ ซึ่งมีอุปเท่ห์การใช้มากมายเหลือหลาย
เหรียญหลวงพ่อวัดเขานางบวช เป็นเหรียญรูปไข่ มีหูในตัว เหรียญรุ่นเเรกที่พระครูวิบูลเขมกิจ ( หลวงพ่อจันทา เขโม ) เจ้าอาวาสวัดเขานางบวช หมู่ที่ 5 ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก สร้างขึ้น เเละปลุกเสกเเจกศิษยานุศิษย์ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2507 อาจจัดว่าเป็นเหรียญใหม่ เเต่ทว่าขณะนั้น หลวงพ่อจันทา เขโม มีอายุ 80 ปี พรรษา เพราะเมื่อสมัยยังหนุ่มอายุน้อย พรรษาไม่มาก ท่านก็ไม่เคยสร้างเหรียญไว้เลย เเม้บรรดาศิษยานุศิษย์จะขออนุญาติสร้างเหรียญ ท่านก็ไม่ยินยอมให้สร้างเหรียญรูปเหมือนของท่าน มิเช่นนั้นก็คงจะมีเหรียญของท่านที่สร้างขึ้นราวปี พ.ศ.2480 ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เเละสงครามมหาเอเชียบูรพา จะอุบัติขึ้น ในปี พ.ศ. 2484 เเละนานยืดเยื้อ 4 ปีเต็ม จนถึงปี พ.ศ.2488 สรุปว่า หลวงพ่อจันทา เขโม วัดเขานางบวชเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังเเห่งเมืองนครนายก รุ่นราวคราวเดียวกันกับ พระครูโอภาสนวกิจ( หลวงพ่อสาลี ) อายุ 80 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดปทุมวงษาวาส ( วัดบ้านใหม่ ) อ.ปากพลี จ.นครนายก เเละเป็นอดีตคณะอำเภอปากพลี เเละยังรุ่นราวคราวเดียวกันกับท่าน พระครูสุนทรธรรมประกาศ ( หลวงพ่อสมุย จารุว์โส ) อายุ 71 ปี พรรษา 42 อดีตเจ้าอาวาสวัดเกาะโพธิ์ อ.ปากพลี จ.นครนายก ท่านผู้นี้เป็นสหายสนิทของท่าน พระครูวิมลศิลาจารย์ ( หลวงพ่อเส็ง พุทธปาลิโต ) อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีประจันตาคาม ต.ประจันตาคาม อ.ประจันตาคาม จ.ปราจีนบุรี ขณะนั้นมีอายุ 67 ปี พรรษา 47 ท่านเป็นพระคณาจารย์ชื่อเสียงโด่งดังของจ.ปราจีนบุรี ในช่วงเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา ผู้สร้างเหรียญพระปลัดวิมล ( เส็ง พุทธปาลิโต ) รุ่นเเรก ที่เป็นเหรียญใบเสมา พ.ศ. 2485 ด้านหลังเหรียญมียันต์อิติปิโสเเปดทิศ ซึ่งเป็นเหรียญยอดนิยมมีผู้นิยมกันมากในจังหวัดปราจีนบุรีเเละนครนายก |