 (N)

พระวินัยธรไพย์หรือหลวงพ่อไพย์อดีตเจ้าอาวาสวัดส้มเกลี้ยง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ท่านเกิดประมาณ พ.ศ.2420-2430 และมรณภาพประมาณ 2513 โดยท่านเป็นพระสหธรรมมิกหรือพระสหายกับหลวงพ่อน้อย
วัด ธรรมศาลา และไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง เพราะบิดาของผู้เขียนยังเคยเห็นหลวงพ่อน้อยนั่งรถมาลงที่ประตูน้ำฉิมพลี ตลิ่งชัน แล้วนั่งเรือไปหาหลวงพ่อไพย์ที่วัดส้มเกลี้ยงเป็นประจำ วัตถุ มงคลของหลวงพ่อไพย์มีน้อยมากโดยท่านออกเหรียญเพียงสองรุ่นเท่านั้น เหรียญรุ่นแรกออก พ.ศ.2500 สร้างเพื่อแจกให้ญาติโยมที่เคารพศรัทธา
โดยมีจำนวนดังนี้ เหรียญเนื้ออัลบาก้า 1500 เหรียญ เหรียญเนื้อเงิน 20 เหรียญ เหรียญทอง 10 เหรียญ (เหรียญ ทองให้เฉพาะที่สั่งจองเท่านั้น) เหรียญรุ่น สองออก พ.ศ.2512 จำนวนมากกว่าเหรียญรุ่นแรกหลายเท่าแต่ได้รับความนิยมน้อยกว่ารุ่นแรก แต่ประสบการณ์ดีไล่เลี่ยกัน แต่รุ่นหนึ่งจะมีภาษีดีกว่าและประสบการณ์แน่นอนกว่าตรงที่เหรียญรุ่นหนึ่ง ตามประวัติระบุชัดเจนว่า เป็นการปลุกเสกคู่ระหว่างหลวงพ่อน้อยวัดธรรมศาลาและหลวงพ่อไพย์
ทำการปลุกเสกจนเหรียญร้าวทุกเหรียญ (คือไม่ว่าจะเป็นเหรียญเนื้ออะไรต้องมีรอยร้าวแต่เจาะจงไม่ได้ว่าจะร้าวตรงไหนหากว่าไม่มีรอยร้าวให้ตีปลอมได้เลย) ปัจจุบันหาเหรียญสภาพสมบูรณ์ที่ไม่สึกเลยหายากมากเพราะทำแจกเท่านั้นหลวงพ่อท่านไม่เคยให้เช่าหรือรับปัจจัย คนแทบวัดส้มเกลี้ยง,ตลิ่งชัน,ทวี วัฒนาและศาลายาต่างประจักษ์แก่พุทธคุณต่างหวงแหนกันมาก โดยพุทธคุณที่โดดเด่นคือแคล้วคลาดเป็นเยี่ยม และมหาอุต คงกระพันชาตรี แต่มีข้อแม้คือห้ามแขวนเข้าซ่องกะหรี่โดยเด็จขาดเพราะจากคำบอกเล่าของผู้ที่ ประสบกับตัวเองบอกว่าขณะก้าวขาผ่านธรณีประตูเพื่อเข้าซ่องไปหาความสุขเหรียญ ก็แตกจากรอยร้าวแยกเป็นสองส่วนเป็นอันรู้กันว่าพุทธคุณเป็นศูนย์แน่นอน ประสบการณ์จากผู้เขียนเองเมื่อประมาณปี2539 ผมเรียนอยู่เทคโนโลยีสยามวันหนึ่งผมเดินทางไปเรียนประมาณ12:00 น. ขณะที่นั่งอยู่ในรถเมย์สาย42 วันนั้นไม่ค่อยมีคนโดยสาร จู่ๆ ก็เกิดเหตุชุนละมุนและบรรดาเด็กเทคโนสยามประมาณ 5 คนถูกเทคนิคคู่อริจำนวน3 คนอาวุธครบมือไล่ต้อนจากท้ายรถไปหน้ารถและก็บรรเลงฟันด้วยมีดสรุปคือได้ เลือดทุกคน ผมได้แต่นั่งตาค้างรอดอยู่คนเดียวเพราะไม่มีใครใน3คนมองเห็นผมเลยทั้งๆที่ นั่งเปาะเดี่ยวเสียด้วย ทำให้ผมเชื่อพุทธคุณของพระเครื่องก็คราวนั้นนั่นเอง แต่พระเครื่องต่อให้ดีขนาดไหนถ้าหากว่าดวงถึงฆาตแล้วและไม่สามารถรักษาพระไว้กับตัวละก็ต้องตายทุกคน คือ เมื่อประมาณ พ.ศ.2523 มีเสี่ยขายสุขภัณฑ์ แถวๆพุทธมณฑลสาย 2 ถูกยิงตาย และใกล้ๆศพมีสร้อยพระเลี้ยมทองโดนกระชากขาดกองอยู่ โดยเมียผู้ตายให้การว่ามือปืนได้ลั่นไกไป 2 แชะแต่ดินปืนไม่ทำงาน ด้วยสันตชาติญาณ
ของมือปืนเดินเขามากระชากสร้อยขณะผู้ตายกำลังตกตะลึงหลุดจากคอแล้วลั่นไกสังหารแต่คราวนี้ไม่พลาดตายคาที่ เรื่องนี้ไม่หน้าเชื่อถ้าหากว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าปากต่อปาก แต่ทว่าผู้ตายคือเพื่อนของพ่อผู้เขียนนั่นเอง |