ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : สุดยอดพุทธศิลป์***พระพุทธชนะมาร***วัดธรรมบันดาล จ.นครราชสีมา



(N)


เพิ่งได้มาสดๆ ร้อนๆ เลยครับ องค์จริงใหญ่มาก

ตามหาเจ้าของใหม่อยู่ครับ เหมาะเป็นพระประธานในบ้านได้เลยครับ

ฝากให้พี่ๆช่วยดูแล

https://www.g-pra.com/auction/view.php?aid=6024605

โดยคุณ มั่งมีโชค (984)(1)   [ส. 23 เม.ย. 2554 - 19:40 น.]



โดยคุณ มั่งมีโชค (984)(1)   [ส. 23 เม.ย. 2554 - 19:42 น.] #1632999 (1/6)


(N)


ประวัติพระพุทธชนะมาร หามาให้อ่านเพลินๆครับ น่าสนใจมาก

ขอขอบคุณเจ้าของเวปมา ณ.ที่นี้นะครับ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เดิมที เดียวในพระพุทธศาสนาไม่มีการสร้างพระพุทธรูป เนื่องจากในพระวินัยมีการห้ามไม่ ให้สร้างรูปเคารพแทนองค์พระพุทธเจ้า หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว จึงมีศิลปกรรมที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเกิดขึ้น ในยุคแรกๆจะสร้างเป็นสถูปเจดีย์บ้าง รอยพระพุทธบาทบ้าง พุทธอาสนะที่ประทับบ้างแทนรูปพระพุทธเจ้า


คติ การสร้างพระพุทธรูปสำหรับเป็นที่เคารพบูชานั้น เริ่มมีสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ห้าโดยเริ่มสร้างกันที่แคว้นคันธารราษฎร ปัจจุบันอยู่ในประเทศปากีสถาน มีพระเจ้ากนิษกะแห่งราชวงศ์กุษะณะ ซึ่งทรงเป็นพุทธมามะกะและมีการติดต่อค้าขายอย่างใกล้ชิดกับอาณาจักรโรมัน ทรงได้นำ เอาความคิดทางศิลปะแบบกรีก-โรมัน ที่นิยมสร้างประติมากรรมรูปเทพเจ้าไว้เคารพบูชา มาเป็นแบบอย่าง ทางพระพุทธศาสนาจึงมีการจัดสร้างรูปพระพุทธเจ้าขึ้นเป็นรูปเคารพบูชา แรกๆเรียกแบบพระพุทธรูปว่า แบบคันธารราษฎร หลังจากนั้นเป็นต้นมา ได้มีการสร้างพระพุทธรูปขึ้นมาอีกมากมายทางภาคเอเซียและตามเส้นทางสายแพรไหม
คติ การสร้างพระพุทธรูปทั่วไป จะยึดรูปแบบอิริยาบถที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในพระพุทธประวัติ โดยเรียกรูปพระพุทธเจ้าที่สร้างขึ้นเป็น ปาง ในประเทศไทยมีการสร้างพระพุทธรูปขึ้นมาก มายหลายปาง ปางที่นิยมสร้างกันมาก คือ ปางพระพุทธชนะมารและปางสมาธิ
พระ พุทธรูปปางชนะมาร เป็นพระพุทธรูปปางที่สร้างขึ้นจากพระพุทธประวัติตอนที่พระพุทธเจ้าผจญมาร ก่อนที่จะตรัสรู้ ดังมีเรื่องกล่าวไว้ย่อๆว่า ในครั้งนั้นพระสิทธัตถะรู้ด้วยพระปรีชาญาณว่า พระองค์จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมโพธิญาณ พระองค์จึงสระสรงพระวรกายหมดจดแล้วเสด็จไปประทับนั่งยังโคนต้นโพธิ์ วันนั้นเป็นวันเพ็ญเดือนวิสาขะ ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา ก่อนพุทธศก ๔๕ ปี เวลาเช้านางสุชาดาบุตรีเศรษฐีใหญ่แห่งหมู่บ้านเสนานิคม คิดจะบวงสรวงเทวดาด้วยการจัดข้าวมธุปายาสใส่ถาดทอง นำไปถวายยังโคนต้นโพธิ์
เมื่อ มาถึงก็พบเห็นพระสิทธัตถะประทับนั่งอยู่ ที่โคนต้นโพธิ์ด้วยอาการที่สงบ ก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธา คิดว่าเป็นเทวดาจึงน้อมถาดข้าวมธุปายาสเข้าไปถวาย พระสิทธัตถะทรงรับข้าวมธุ ปายาสนั้นไว้ แล้วเสด็จไปยังท่าน้ำเนรัญชรา ทรงเสวยข้าวมธุปายาสนั้นทั้งหมด ต่อจากนั้นก็ทรงถือถาดทองลงสู่แม่น้ำแล้วอธิษฐานเสี่ยงพระบารมีว่า ถ้าพระองค์จะได้ตรัสพระปรมาภิเษกสัมโพธิ ญาณ ขอให้ถาดทองนี้จงลอยทวนกระแสน้ำขึ้นไป แล้วก็ทรงลอยถาดทองนั้นลงไปในแม่น้ำเนรัญชรา
ขณะ นั้นด้วยอานุภาพพระบารมีของพระองค์ ที่ทรงบำเพ็ญมาบริบูรณ์ดีแล้วได้แสดงให้เห็นอัศจรรย์ ทำให้ถาดทองนั้นลอยทวนกระแสน้ำเนรัญชราขึ้นไปประมาณ1เส้น แล้วก็จมลงตรงนาคภพพิมานแห่งพญากาฬนาคราช
ครั้นเวลาเย็นพระสิทธัตถะเสด็จกลับยังโคนต้นโพธิ์ ระหว่างทางเสด็จได้พบกับคนหาบหญ้า ชื่อโสตถิยะ เขาได้เห็นพระอาการอันละมุนละไม ของพระสิทธัตถะก็เกิดความเลื่อมใสใคร่จะถวายของ แต่ไม่มีอะไรอื่นนอกจากหญ้าคา จึงน้อมนำหญ้าคาไปถวาย พระสิทธัตถะทรงรับหญ้าคาปูลาดเป็นอาสนะ แล้วทรงตั้งสัตยาธิษฐาน 8 ณ รัตนบัลลังก์ไต้ต้นโพธิ์นั้นว่า แม้จะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม พระองค์จะไม่ยอมลุกจากที่นั่งนั้นจนกว่าจะตรัสรู้ ถึงแม้จะอดตายในที่นั้นก็ยอม เหล่าเทพยดาได้ยินสัตยาธิษฐานก็พากันชื่นชมโสมนัสยินดีปรีดา พากันเฝ้ารอพระมหาบุรุษเพื่อจะได้สักการะ บูชา หากพระองค์ตรัสรู้
ฝ่าย พญาวัสวดีมาราธิราชพญามาร ได้ยินมหาบุรุษตั้งสัตยาธิษฐานก็อิจฉากลัวเจ้าชายสิทธัต ถะจะตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณพ้นจากอำนาจของตน จึงป่าวประกาศเรียกพลเสนามารนำสรรพอาวุธยกทัพเข้าขัดขวางการบำเพ็ญบารมี
เมื่อ พญามารมาถึง ก็สั่งให้เหล่าเสนามารห้อมล้อมพร้อมทั้งประกาศศักดานุภาพของตนข่มให้พระมหา บุรุษสะดุ้งตกใจกลัว ครั้นเมื่อไม่เห็นพระองค์ทรงหวั่นไหว จึงสั่งให้หมู่เสนามารบุกรุกเข้าทำร้ายด้วยการพุ่งสรรพอาวุธเข้าใส่ แต่สรรพอาวุธทั้งหลายไม่อาจทำอันตรายใดๆกลับกลายเป็น บุปผามาลัยมาบูชาพระสิทธัตถะแทน
เมื่อ พญามารไม่อาจทำร้ายพระองค์ได้ จึงกล่าวว่า ดูก่อนสิทธัตถะ บัลลังก์นี้เกิดขึ้นด้วยบุญของเรา ท่านเป็นผู้ไม่มีบุญสมควรจะนั่ง จงลุกไปเสีย
พระมหาบุรุษตรัสตอบว่า ดูก่อนพญามาร บัลลังก์นี้เกิดขึ้นด้วยบุญที่เราได้บำเพ็ญมานานนับประมาณหามิได้ เราผู้เดียวเท่านั้นที่สมควรจะนั่ง
พระ มหาบุรุษทรงดำริ ในที่นี้มีแต่หมู่เสนามาร ไม่มีใครหาญกล้ามาเป็นพยานได้ จึงตั้งสัต ยาธิษฐานว่า ดูก่อนแม่นางธรณีเอ๋ย เธอจงมาเป็นพยานในการบำเพ็ญกุศลของเราในกาลบัดนี้เถิด
พระ นางวสุนธราเจ้าแม่ธรณีไม่อาจนิ่งเฉยอยู่ต่อไปได้จึงแทรกปฐพีขึ้นมาปรากฏกาย ทำอัญ ชลีอภิวาทพระมหาบุรุษแล้วประกาศให้พญามารทราบว่า พระมหาบุรุษเมื่อครั้งยังเป็นพระโพธิ์สัตว์
ได้ บำเพ็ญบุญมามากมายตลอดกาลเหลือที่จะประมาณได้ แม้แต่น้ำกรวดที่หลั่งลงบนมวยผมข้าพเจ้าก็เหลือที่จะคณานับ กล่าวจบก็ปล่อยมวยผมบีบน้ำที่พระมหาบุรุษกรวดสะสมไว้ในอดีตเป็นอเนกชาติ ให้หลั่งไหลออกมากลายเป็นทะเลหลวง กระแสน้ำพัดพาเอาพญามารและหมู่เสนามารลอยไปสุดขอบฟ้าจักรวาล พญามารตกตะลึงด้วยความกลัวและอัศจรรย์ใจ ด้วยความกลัวภัย พนมมือนมัส การเปล่งคำสรรเสริญในบุญบารมียอมรับความปราชัยแล้วรีบอันตรธานหนีหายไปจาก ที่นั้นโดยเร็ว
เมื่อพระมหาบุรุษ ทรงกำจัดพญามารและหมู่เสนามารให้ปราชัยไปด้วยพระบารมีแล้ว ก็ทำให้พระองค์ทรงเบิกบานพระทัย ได้ปิติเป็นกำลังภายในสนับสนุนเพิ่มพูนแรงปฏิบัติธรรมภาวนา มากขึ้น ดังนั้นพระองค์จึงมิได้ปล่อยให้เสียเวลา ทรงตั้งพระทัยที่จะเจริญสมาธิภาวนาทำจิตให้แน่วแน่ ปราศจากอุปกิเลสจนจิตสุขุมโดยลำดับ และตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในที่สุด
จาก พุทธตำนานนี้ ในอดีตมีผู้นำเอารูปพระพุทธเจ้ามาประกอบเข้ากับรูปพระแม่ธรณีแล้วสร้าง เป็นพระพุทธรูปปางชนะมารมาแล้ว เนื่องมาจากความเชื่อและความศรัทธาที่มีต่อพระแม่ธร ณีและบารมีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่สามารถขจัดพญามารและเหล่าเสนามารให้ผ่ายแพ้ผ่านพ้นอุปสรรค์มาตรัสรู้ได้ นั้น จะช่วยทำให้ผู้ที่มีไว้กราบไหว้บูชาทำมาหากินเจริญรุ่งเรือง มี โชคมีลาภ มีความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาและชนะมาร ชนะอุปสรรค์ ชนะศัตรู ชนะวิบากกรรม ทำให้เรื่องที่ร้ายๆกลับกลายเป็นดีขึ้นได้
ผู้ ที่ทำมาหากินเกี่ยวกับอิฐ หิน ดิน ทราย หรือแร่ธาตุต่างๆ รวมไปถึงผู้ที่ทำนาทำไร่ ทำ สวน ทำการเกษตร และรับเหมาก่อสร้างด้วยแล้ว ยิ่งจะให้ความสนใจจัดสร้างและจัดหามากราบไหว้บูชากัน เพราะต่างก็มีความเชื่อกันว่าภายในพื้นอิฐ หิน ดิน ทราย และแร่ธาตุต่างๆนั้น นอก จากจะมีพระแม่ธรณีสถิตเป็นประธานอยู่แล้ว ยังมีวิญญาณเจ้าที่เจ้าทางตลอดทั้งเทพยดาอารักษ์ อีกทั้งซากสังขารมนุษย์และสัตว์อื่นๆสถิตอยู่ด้วย หากไม่จัดสร้างหรือหาพระพุทธรูปปางพระพุทธชนะมารที่ประกอบด้วยพระพุทธเจ้า และพระแม่ธรณีไว้กราบไหว้บูชาจะทำให้ต้องอาถรรพณ์ทำมาหากินไม่ขึ้น เก็บเงินเก็บทองไม่อยู่ หรือไม่ก็ทำให้พบแต่ความวิบัติหายนะไปต่างๆนานาได้ นอก จากความเชื่อดังกล่าวแล้ว ยังมีคำกล่าวเพิ่มเติมเอาไว้อีกว่า ถ้าใครได้สร้างพระพุทธรูปปางชนะมารไว้สืบทอดพระพุทธ ศาสนา เมื่อตายไปจะไม่ไปตกนรกอีกด้วย จากความเชื่อดังกล่าวคนโบราณจึงมักนิยมจัดสร้างไว้กราบไหว้บูชาประจำตัว และสร้างอุทิศเผื่อแผ่ให้พ่อแม่ญาติพี่น้องลูกหลานหรือคนที่ตนรักทั้งที่ยัง มีชีวิตอยู่และล่วงลับไปแล้ว
โดย เฉพาะผู้ที่เคยทำแท้ง จะสนใจจัดสร้างถวายวัดไถ่กรรมจากวิญญาณของลูกที่ถูกทำแท้งกันเป็นพิเศษ เพราะมีความเชื่อกันว่าวิญญาณของลูกจะอโหสิกรรมให้หรือไม่ก็เอาชนะวิญญาณ เจ้ากรรมนายเวรนั้นได้
เหตุที่ ทำให้มีความเชื่อเช่นนั้น เพราะคนรุ่นปู่ย่าตาทวดและครูบาอาจารย์ท่านเล่าต่อๆกันมาว่า ถ้าสร้างพระพุทธรูปปางชนะมารถวายวัดอุทิศให้กับวิญญาณใด วิญญาณนั้นจะอโหสิกรรมให้
เรื่อง ของกรรมและวิบากกรรมจะคิดว่าไม่สำคัญคงไม่ได้ ถึงแม้ปัจจุบันโลกจะพัฒนาการทางด้านวิทยาศาสตร์ให้ก้าวหน้าไปได้ไกลถึง ต่างดาวและย่อโลกให้เล็กลงได้แล้วก็ตาม แต่มนุษย์ก็ยังไม่สามารถที่จะพัฒนาการทางด้านชีวิตให้หนีพ้นจากกฎแห่งกรรมไป ได้ ใครทำกรรมใดไว้ก็ยัง คงต้องได้รับผลของกรรมและวิบากกรรมนั้นเป็นสิ่งตอบแทนเสมอ ไม่ว่าบุคคลผู้นั้นจะเป็นคนต่าง ชาติต่างศาสนาหรือว่าคนร่ำรวย คุณหญิง คุณนาย ไฮโซ โลวโซ เมื่อทำกรรมใดไว้ก็ต้องได้รับผลของกรรมนั้นตอบสนองเหมือนกันหมด จะมีผิดกันก็ตรงที่ใครจะได้รับผลของกรรมและวิบากกรรมนั้นช้าหรือเร็วกว่ากัน เท่านั้น
โดยเฉพาะผลกรรมที่เกิด จากการทำแท้งนั้น ให้โทษร้ายแรงทันตาเห็น ไม่ต้องรอไปถึงภพหน้าหรือชาติไหนๆ ในชาตินี้ก็สามารถทำให้ผู้ที่ทำแท้งหรือแท้งเอง มีอันเป็นไปต่างๆนานาได้
อย่าง เช่น ทำให้ทำมาหากินไปขึ้น เก็บเงินเก็บทองไม่อยู่ ครอบครัวแตกแยก มีสุข ภาพเจ็บป่วยประจำ บางรายถึงกับทำให้ล้มละลายหมดเนื้อหมดตัวหรือไม่ก็มีบุตรเป็นเด็กพิการไป เลยก็มี
และผลของกรรมและวิบากกรรม ที่เกิดจากการทำแท้งนั้น ไม่ใช่จะให้โทษแต่เฉพาะผู้เป็นแม่ที่ไปทำแท้งเท่านั้น ยังมีผลไปถึงผู้ที่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือหรือบังคับให้คนไปทำแท้ง อีก ด้วย หากใครไม่เชื่อก็ลองไปดูตัวอย่างจากคนที่เคยทำแท้งหรือแท้งเองมาแล้วก็ ได้ ดูสิว่า มีใครไม่ได้รับผลของกรรมและวิบากกรรมดังกล่าวนั้นมาบ้าง
วิธี ที่คนโบราณนิยมทำ ให้วิญญาณของลูกที่ถูกทำแท้งและวิญญาณเจ้ากรรมนายเวร อโหสิ กรรมให้เร็วๆ ก็คือ การสร้างพระพุทธรูปปางชนะมารถวายวัดอุทิศให้กับวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรนั้นไป สาเหตุที่เลือกสร้างกันแต่เฉพาะพระพุทธรูปปางชนะมาร ก็เพราะเห็นว่าวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรนั้นเปรียบเสมือนมารของคนเราเหมือน กัน ดังนั้นการสร้างพระพุทธรูปถวายวัดเพื่อเอาชนะมารให้ได้ผล จึงเลือกสร้างกันแต่เฉพาะพระพุทธรูปปางชนะมารดังกล่าว ไม่นิยมสร้างพระพุทธรูปปางอื่นที่มีชื่อคล้ายกัน อย่างเช่น ปางมารวิชัย ปางชี้มาร ปางสะดุ้งมาร อาจเป็นเพราะเห็นว่าไม่มีพระแม่ธรณีรวมอยู่ด้วย
จาก พระพุทธตำนานดังกล่าว อาจารย์วัลลภ ธรรมบันดาล และคณะกรรมการมูลนิธิธรรมบันดาล มีความเห็นตรงกันว่า ถ้าปล่อยให้พระพุทธประวัติตอนที่พระพุทธเจ้าเมื่อครั้งยังเป็นพระสิตธัตถะ ผจญมาร มีเรื่องเล่าอยู่แต่ในหนังสือหรือภาพจิตรกรรมฝาผนังตามวัดต่างๆอย่างนั้น พุทธ ศาสนิกชนทั่วไป ก็จะไม่มีโอกาสได้กราบไหว้บูชาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ให้กว้างขวางออก
ไปอีกได้ จึงพร้อมใจกันจัดสร้างพระพุทธรูปปางชนะมารขึ้นไว้ให้เป็นพระประธานประจำวัด ธรรมบันดาล พร้อมทั้งสร้างธรรมมณฑลให้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชนะมารไปพร้อมๆกัน

โดยคุณ RONADO (10.2K)  [ส. 23 เม.ย. 2554 - 21:01 น.] #1633097 (2/6)

โดยคุณ ร่มฉัตร (2.1K)  [ส. 23 เม.ย. 2554 - 21:11 น.] #1633117 (3/6)
สุดยอดเลยพี่

โดยคุณ bangbai (3.9K)  [ส. 23 เม.ย. 2554 - 21:43 น.] #1633185 (4/6)

โดยคุณ pop_014 (2.3K)  [อา. 24 เม.ย. 2554 - 09:30 น.] #1633505 (5/6)

โดยคุณ cchhaaii (2.6K)  [อา. 24 เม.ย. 2554 - 10:16 น.] #1633552 (6/6)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


www5
Copyright ©G-PRA.COM