ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : might

(N)
ชื่อ "สิงห์ป้อนเหยื่อ" เป็นฉายาของพระเครื่องพิมพ์หนึ่งของอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งชาวบ้านจะเรียกกันว่า "ฝักไม้ดำ" และ "ฝักไม้ขาว" ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัด มีแต่เรื่องเล่าขานกันต่อๆ มาดังนี้ครับผม
จากธนบุรีสู่สองแถว พิษณุโลก ผู้นำเอาสมเด็จสีดำ และสมเด็จสีขาวนี้มาสู่เมืองพิษณุโลก ก็คือ พระอาจารย์ถีร์ ซึ่งจำพรรษาอยู่ที่ วัดลครทำ บ้านช่างหล่อ ธนบุรี ตอนนั้นพระอาจารย์ถีร์ได้ทำการรื้ออิฐจากพระเจดีย์ที่ชำรุดออกมาเพื่อทำเป็นทางเดินในวัด และได้พบกับพระสมเด็จขาวและดำจำนวนหนึ่ง จึงรวบรวมและนำพระชุดดังกล่าวขึ้นเรือ เพื่อนำไปให้หลวงพ่อขำ วัดฝักไม้ดำ ต.ลานกระบือ แต่ด้วยการคมนาคมสมัยนั้นลำบากบวกกับภารกิจอื่นของท่าน ทำให้ท่านไปไม่ถึงยังจุดหมายที่ได้ตั้งใจไว้ จึงนำพระดังกล่าวไปฝากไว้กับ นายอู้ใช้ แซ่ลิ่ม โยมอุปฐาก ที่ตลาดเก่าริมแม่น้ำยม โดยสั่งไว้ว่าให้เก็บไว้ให้ดี เมื่อมีโอกาสขึ้นมาอีกจะนำไปวัดฝักไม้ดำ


"…เมื่อประมาณปี พ.ศ.2482 มีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อพระอาจารย์ถีร์พายเรือมาขึ้นที่ตลาดอำเภอบางระกำ พอถึงก็นำถังเหล็กที่อยู่ในเรือขึ้นมา ปรากฏว่าภายในถังใบนั้นบรรจุพระเครื่องอยู่เต็ม ท่านได้เอาพระทั้งหมดนี้ไปฝากไว้กับคหบดีอำเภอบางระกำ แล้วบอกว่า "ขอฝากพระทั้งหมดนี้ไว้ก่อน แล้วจะมารับคืนในภายหลัง"

ท่านคหบดีได้เก็บรักษาพระเครื่องทั้งหมดไว้นานถึง 3 ปี แต่พระภิกษุรูปนั้นก็หาได้กลับมารับพระคืนไป ท่านจึงตัดสินใจขนย้ายพระทั้งหมดไปเก็บรักษาไว้ที่วัดจะเป็นการสมควรกว่า โดยฝากไว้กับพระครูสุนทรประดิษฐ์ เจ้าอาวาสวัดสุนทรประดิษฐ์ในสมัยนั้น ประมาณปี พ.ศ.2485 ซึ่งท่านพระครูก็ได้นำพระไปเก็บไว้ในบริเวณพระอุโบสถ และในปีนั้นเองก็เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ น้ำท่วมพระอุโบสถของวัดทำให้พระเครื่องที่เก็บไว้ถูกน้ำท่วมไปด้วย เมื่อน้ำลดจึงปรากฏคราบตะกอนดินจับเต็มองค์พระ แต่ไม่ใช่ในลักษณะคราบกรุ

พระเครื่องเหล่านั้น เริ่มปรากฏสู่ภายนอกเมื่อพ่อค้าไม้รายหนึ่งเดินทางไปทำงานแล้วแวะที่พระอุโบสถวัดสุนทรประดิษฐ์ จึงนำพระออกมาให้เช่าที่ จ.พิษณุโลก ในสนนราคาที่สูงพอสมควรในสมัยนั้น ปรากฏว่าผู้ที่เช่าบูชาไปประจักษ์ในพุทธานุภาพ ความต้องการจึงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จำนวนพระเริ่มร่อยหรอลง ท่านเจ้าอาวาสจึงได้นำพระส่วนหนึ่งเก็บซ่อนไว้ แต่ก็ถูกขโมยไปจนหมดในที่สุด…"

"ฝักไม้ดำ" ลักษณะเป็นพระพิมพ์ใหญ่ เนื้อผง มีหลายสี ทั้งสีดำ น้ำตาล ขาว และเขียว ด้านหน้าพระประธานแสดงปางลีลา ล้อมรอบด้วยอักขระขอมที่แสดงถึงพระพุทธคุณมากมาย มุมทั้ง 4 ขององค์พระอ่านว่า "นะ มะ พะ ทะ" ส่วนด้านหลัง ด้านบนมีอักขระขอมว่า "มะ อุ อะ" ตอนกลางมีพระประทับนั่ง 3 องค์ ซ้ายสุดปางสมาธิ องค์กลางปางมารวิชัย และขวาสุดประทับนั่งประนมมือ ถัดลงมาเป็นอักขระขอมว่า "นะ ปะ ทะ อะ ระ หัง" ล่างสุดเป็นรูปสิงห์ป้อนเหยื่อให้เสือ อันอาจเป็นที่มาของฉายา "สิงห์ป้อนเหยื่อ" ก็เป็นได้

สำหรับ "ฝักไม้ขาว" จะเป็นพระที่มีขนาดย่อมลงมา ส่วนใหญ่จะมีคราบผิว เนื้อฟู และบางส่วนแตกปริจากการถูกน้ำท่วม พุทธลักษณะขององค์พระมีหลายแบบ ทั้งประทับนั่งและประทับยืน

พิจารณาจากอักขระขอมที่ผู้สร้างบรรจงสร้างสรรค์ลงในองค์พระ ย่อมเป็นที่ประจักษ์ถึงความเพียบพร้อมครบครันของ "ฝักไม้ดำ" และ "ฝักไม้ขาว" ทั้งเจริญรุ่งเรือง เมตตามหานิยม แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี แม้ราชสีห์ที่ว่าโหดร้ายยังศิโรราบต่อเมตตาธรรมยอมป้อนเหยื่อให้กับเสือซึ่งเป็นศัตรู จึงนับเป็นที่แสวงหาของนักนิยมสะสมอย่างมาก ยิ่งในสมัยนั้นเหล่าบรรดาทหารหาญต่างพากันดั้นด้นไป อ.บางระกำ เพื่อแสวงหาไว้เป็นเกราะเพชรคุ้มภัยต่างๆ ซึ่งการเดินทางก็เรียกได้ว่า "ระกำ" สมชื่อจริงๆ ท่านจอมพล ป.พิบูลสงคราม ยังนำ "สิงห์ป้อนเหยื่อ" มาบรรจุตลับฝังเพชรและอาราธนาติดตัวตลอดเวลาครับผม

พันธุ์แท้พระเครื่อง โดย…..ราม วัชรประดิษฐ์ ที่มาหนังสือพิมพ์ข่าวสด

โดยคุณ ยุทธ2 (528)  [จ. 16 ธ.ค. 2556 - 12:37 น.]



!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www5