ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : +++++รู้ไหมเอ่ย ใครรู้ช่วยตอบทีครับ +++++

(D)
เกี่ยวกับ ผงปถมัง อิทธิเจ มนิสิงเห คือผงอะไรครับอยากรู้แบบละเอียดครับเคยได้ยินแต่ชื่อ ยังไงผมว่าคงมีอีกหลายท่านที่ไม่รู้เหมือนกับผม ใครทราบ ช่วยตอบทีนะครับ
ปลใ เพื่อเป็นวิทยาทาน ครับ
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกคำตอบครับ

โดยคุณ peeengin (1.2K)  [ส. 05 ม.ค. 2551 - 09:48 น.]



โดยคุณ goodmondays (5K)  [ส. 05 ม.ค. 2551 - 10:43 น.] #207101 (1/6)
เท่านี้รู้ เป็นผงของสมเด็จพระสังฆราช รูปปัจจุบัน
ถ้าผิดหรือถูกยังไง ต้องขอโทษไว้ ณ ที่นี้ครับ


โดยคุณ ไม้มงคล (11.6K)(1)   [ส. 05 ม.ค. 2551 - 15:14 น.] #207199 (2/6)
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9C%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%96%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%87#.E0.B8.AD.E0.B9.89.E0.B8.B2.E0.B8.87.E0.B8.AD.E0.B8.B4.E0.B8.87

โดยคุณ ไม้มงคล (11.6K)(1)   [ส. 05 ม.ค. 2551 - 15:15 น.] #207200 (3/6)
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9C%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%88

โดยคุณ ไม้มงคล (11.6K)(1)   [ส. 05 ม.ค. 2551 - 15:18 น.] #207202 (4/6)
สูตรผงปถมํ ของวัดระฆัง คือ วิธีการสร้างผงวิเศษมีวิธีดังนี้ การบริการพระคาถา เขียนสูตร ชักยันต์ด้วยชอล์คลงบนกระดาษชนวน เขียนแล้วลบ ลบแล้วเขียนใหม่ทำเช่นนี้นับเป็นร้อยครั้ง จะได้เศษชอล์คจากการลบ ซึ่งถือว่าเป็นผงศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดจากการตั้งจิตบริกรรมพระเวทย์ในขณะที่เขียนให้ครบถ้วนตามจำนวนที่พระเวทย์ในแต่ละบทกำหนดไว้ ขั้นผงที่ได้ออกมาเป็นผงที่ได้ออกมาเป็นผงที่มีชื่อ “ ปถมัง ”

เมื่อได้ผง “ ปถมัง ” แล้ว นำผงนี้มาปั้นเป็นดินสอ ตากแห้ง แล้วนำแท่งดินสอชอล์ดที่เกิดจากผงปถมัง มาเขียนสูตรพระเวทย์อีกบทหนึ่งเขียนแล้วลบ ทำซ้ำกันตามจำนวนครั้งที่พระเวทย์บทใหม่กำหนด จนเกิดผงชอล์ดครั้งใหม่ ที่เรียกว่า “ ผงอิธะเจ ”

นำผงอิธะเจมาปั้นเป็นแท่งชอล์ด เขียนสูตรพระเวทย์อีก เขียนแล้วลบ ลบแล้วเขียนเช่นนี้จนได้ ผงมหาราช แล้วก็ผงมหาราช กระทำเช่นเดียวกับขั้นตอนการทำตอนการผงอื่นๆ หากแตกต่างกันที่สูตรในการเขียน อักขระเลขยันต์ และจำนวนครั้งที่ถือเป็นเฉพาะแต่ละสูตรจนได้ ผงพุทธคุณ และสุดท้ายคือ ผงตรีนิสิงเห

นำผงตรีนิสิงเห อันเกิดจากหลอมรวมสูตรทั้ง ๕ มาเป็นหนึ่งเดียว

โดยคุณ kasemchonburi (3.1K)  [ส. 05 ม.ค. 2551 - 20:42 น.] #207295 (5/6)
คำตอบต่อไปนี้เป็นความคิดเห็นและเข้าใจส่วนตัวที่อาจถูกหรือไม่ถูก แต่เท่าที่ศึกษามาพอสรุปได้ดังนี้

ผงวิเศษที่ชาวพุทธมักพูดถึงกันอยู่เสมอมีอยู่ 5 ชนิด คือ 1. ผงปถมัง 2.ผงอิทธิเจ 3.ผงมหาราช 4.ผงพุทธคุณ และ 5. ผงตรีนิสิงเห

การทำผงวิเศษทั้ง 5 ชนิด เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากการศึกษาพระธรรมของพระสงฆ์ในสมัยโบราณที่ถ่ายทอดผ่านต่อกันแบบอาจารย์กับศิษย์ เนื่องจากการศึกษาในสมัยก่อนไม่มีหนังสือหรือเครื่องเขียนแบบปัจจุบันนี้ การเรียน การฝึกฝนและการทบทวนอักขระเลยยันต์หัวใจพระคาถาและเวทย์มนต์ต่างๆจึงใช้แท่งดินสอพองเขียนหัวใจพระคาถา คือ พระพุทธวจนะต่างๆ รวมทั้งอักขระเลขยันต์ลงบนกระดานชนวน แล้วจึงลบเขียนใหม่ ซึ่งนอกจากจะเป็นการฝึกฝนให้เกิดความแม่นยำแล้วยังเป็นอุบายให้เกิดสมาธิด้วยเพราะการเขียนแต่ละครั้งต้องใช้สมาธิสูงมาก ผงวิเศษที่เกิดขึ้นจากการใช้ดินสอพองเขียนแล้วลบเขียนแล้วลบนี้ จึงถือกันว่าเป็นของสูงและมีอานุภาพทางด้านต่างๆมากจะทอดทิ้งลงบนพื้นดินไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องนำผงที่ลบได้ดังกล่าวเก็บใส่ผอบหรือบาตรใส่น้ำพระพุทธมนต์ไว้ ซึ่งต่อมาได้มีการนำผงพุทธคุณนี้มาผสมหรือสร้างเป็นพระเครื่องและวัตถุมงคลต่างๆ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจและสืบทอดพระพุทธศาสนา

การทำผงวิเศษทั้ง 5 ชนิด อาจแตกต่างกันบ้างในส่วนพิธีกรรมแล้วแต่เกจิอาจารย์แต่ละสายจะปฏิบัติสืบต่อกันมา แต่ส่วนใหญ่จะใช้อักขระและพระคาถาใกล้เคียงกัน เช่น ผงปถมัง ใช้นะปถมัง หรือ นะทรงแผ่นดิน หรือ นะปัดตลอด นะโมพุทธายะ องค์พระ มะอะอุ อุณาโลม ส่วนผงอิทธิเจ ใช้สูตรพระบาลีในคัมภีร์มูลกัจจายนะ คาถาอิทธิเจ ๑๓ ตัว คือ อิธะเจตะโสทัฬหังคัณหาหิถามะสา ฯลฯ เป็นต้น

สำหรับแท่งดินสอพองที่ใช้เขียนผงนี้ เกจิอาจารย์บางท่านได้นำวัตถุมงคลอื่นๆมาผสมด้วย เช่น ผสมด้วยไคลโบสถ์ ไคลเสมา ไคลพระศรีมหาโพธิ์ ดินเจ็ดโป่ง เจ็ดป่า ดอกรักซ้อน ยอดสวาด กาหลง หรือ เครื่องหอมอื่นๆ โดยเชื่อว่าจะทำให้มีอานุภาพมากยิ่งขึ้น

การทำผงวิเศษนี้บางสำนักจะต้องดูฤกษ์ยามในการทำและต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไปบางครั้งใช้เวลานานหลายเดือนกว่าจะได้ผงในจำนวนที่ต้องการ บางครั้งก็ใช้เวลาเป็นปีๆ จึงเป็นของที่ทำยาก หายาก

ผงวิเศษแต่ละชนิดมีอานุภาพหรือพุทธคุณแตกต่างกัน ตามคาถาหรืออักขระเลขยันต์ที่ใช้เป็นหัวใจของการเขียนและลบผงนั้นๆ พอสรุปได้ดังนี้

1. ผงปถมัง มีอานุภาพทางด้านอยู่ยงคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด

2. ผงอิทธิเจ มีอานุภาพทางเมตตามหานิยม ใครเห็นใครรัก เอ็นดู

3. ผงมหาราช มีอานุภาพทางมหาเสน่ห์ เหมาะสำหรับการค้าขาย ธุรกิจ เข้าหาผู้ใหญ่

4. ผงพุทธคุณ มีอานุภาพป้องกันสิ่งอัปมงคล อาถรรพณ์และไสยศาสตร์ดำ ป้องกันทำคุณไสย มีอิทธิพลล้ำเลิศทางด้านแคล้วคลาดปลอดภัย เมตตามหานิยมและมหาอำนาจด้วย

5. ผงตรีนิสิงเห มีอิทธิคุณทางด้านมหาอำนาจ สามารถล้างอาถรรพณ์ น้ำมันพราย สยบอิทธิฤทธิ์ของภูติผีปีศาจได้

การทำผงวิเศษทั้ง 5 ชนิดนี้ จะทำแต่ละชนิดแยกกันก็ได้ เพื่อให้มีอิทธิคุณเป็นอย่างๆแล้วแต่เกจิอาจารย์แต่ละท่านประสงค์จะนำไปสร้างวัตถุมงคลให้มีอิทธิคุณด้านใด หรือบางสำนักอาจทำรวมๆเพื่อให้มีอิทธิคุณทุกด้าน ตามแบบสมเด็จโต วัดระฆัง ก็ได้ (สมเด็จโตท่านจะใช้ดินสอพองเขียนอักขระเลขยันต์และลบมาเป็นผงปถมังก่อน แล้วนำผงปถมังที่ได้มาปั้นเป็นดินสอ เขียนอักขระเลขยันต์และลบมาเป็นผงอิทธิเจ จากนั้นนำผงอิทธิเจมาปั้นเป็นดินสอ เขียนอักขระเลขยันต์และลบมาเป็นผงมหาราช แล้วนำผงมหาราช มาปั้นเป็นดินสอ เขียนอักขระเลขยันต์และลบมาเป็นผงพุทธคุณ และนำผงพุทธคุณมาปั้นเป็นดินสอ เขียนอักขระเลขยันต์และลบมาเป็นผงสุดท้าย คือ ผงตรีนิสิงเห เรียกว่า นำสูตรทั้ง 5 มารวมเป็นหนึ่งเดียว แล้วนำผงตรีนิสิงเห ที่ได้ มาผสมกับปูนเปลือกหอย ข้าวสุก ดินสอพอง กล้วยน้ำหว้า น้ำมันตังอิ๊ว สร้างเป็นพระสมเด็จวัดระฆังอันโด่งดัง จึงทำให้พระสมเด็จวัดระฆังมีอานุภาพหรือพุทธคุณทุกด้านและกลายเป็นจักรพรรค์ของพระเครื่องที่มีราคาแพงที่สุดในปัจจุบัน

โดยคุณ peeengin (1.2K)  [จ. 07 ม.ค. 2551 - 08:35 น.] #207839 (6/6)
ขอบขอบคุณสำหรับผู้ที่ร่วมตอบคำถามของกระผมทุกท่านนะครับ ทีนี้รู้แล้วครับ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


www5
Copyright ©G-PRA.COM