| ชื่อพระเครื่อง |
110 / พระผงว่านยา หลวงพ่อชื่น วัดป่ามุนี จ.อ่างทอง ปี2475 สภาพน่ารัก หายากน่าใช้น่าสะสมครับ |
| รายละเอียด |
หลวงพ่อชื่น วัดป่ามนี จ.อ่างทอง เนื้อผงผสมว่านพุทธคุณ สภาพสวยมาก องค์นี้เป็นยุคต้นเนื้อจะจัด(นิยม) กดลึกเต็ม พระหนาหลังอูมเต็ม นับเป็นพระดี มวลดี ปีลึก ราคาเบาอีกรุ่นหนึ่งที่สายพุทธคุณไม่ควรมองข้าม (จริงๆแล้วพระองค์นี้ติดรางวัลที่๑ มา แต่เจ้าของหาใบประกวดไม่เจอ)
## หลวงพ่อชื่นเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีวิชา กระสุนคด พระเครื่อง ว่านยา ของท่านรักษาพิษงูได้ ท่านได้สร้างพระเครื่องเป็นพระเนื้อผงผสมว่านยา ใส่ไว้ในตุ่มเป็นจำนวนมาก สันนิษฐานว่าน่าจะ 84,000องค์ มีอยู่ด้วยกันหลายพิมพ์ เช่น พิมพ์เม็ดบัว พิมพ์ปิดตา พิมพ์ปรกโพธิ์ พิมพ์บัวสองชั้น พิมพ์ฐานผ้าทิพย์ เป็นต้น
## พระของท่านมีทั้งที่บรรจุในกรุและที่ไม่ได้บรรจุกรุ จะเห็นว่าผิวของพระไม่เหมือนกันที่มีคราบกรุกับไม่มีคราบกรุ เนื้อของพระจะออกเป็นสีเทาอมเขียวคล้ายๆ กับพระวัดท้ายตลาด จัดสร้างขึ้นมาราวปี๒๔๖๐ โดยประมาณ
แล้วบรรจุเก็บไว้บนเพดานกุฏิหลวงพ่อเพชร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปหินเขียว และพบเจอเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๙๓ เหตุที่พบพระผงว่านยาของหลวงพ่อชื่น เพราะมีการรื้อกุฏิหลวงพ่อเพชรออกเพื่อสร้างกำแพงแก้ว และอัญเชิญหลวงพ่อเพชรไปประดิษฐานหน้าหลวงพ่อโต พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ซึ่งเป็นพระปูนปั้นสมัยอยุธยา
## วัดป่ามุนีแห่งนี้มีชื่อเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า วัดป่าโพธิ์ทอง เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของจังหวัดอ่างทอง หากแต่ไม่มีปรากฏหลักฐานความเป็นมาแต่เดิม ผู้เฒ่าผู้แก่บอกเล่าว่าครั้งปู่ย่าตาทวดก็เห็นวัดนี้มาแล้ว ซึ่งสังเกตจากถาวรวัตถุและเสนาสนะของวัดสันนิษฐานได้ว่าได้สร้างขึ้นมาแต่ครั้งสมัยอยุธยา
## วัดป่ามุนีมีอดีตเจ้าอาวาสรูปหนึ่งชื่อ หลวงพ่อชื่น อินฺทชิต ที่มีชื่อเสียงกระเดื่องนามในอดีต เป็นพระเถระที่ถือสันโดษและเคร่งครัดในวิปัสสนากรรมฐาน ชื่อเสียงของท่านนั้นโด่งดังมาจาก ยาปีป ซึ่งเป็นยาสำรวมใช้รักษาได้สารพัดโรค เพราะหลวงพ่อชื่นไม่เพียงเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคมเท่านั้น ในด้านวิชาแพทย์แผนโบราณท่านก็มีความรอบรู้เป็นอย่างดี จึงมีชื่อในด้านการรักษาโรคภัยไข้เจ็บของชาวบ้านด้วยยาสมุนไพร ที่หลวงพ่อชื่นได้ปลูกว่านยาสมุนไพรไว้เป็นจำนวนมาก และว่านยาเหล่านี้ที่หลวงพ่อชื่นนำมาผสมเข้ากับผงวิเศษสร้างเป็นพระเครื่องจำนวนมากมาย และกล่าวกันว่ามีถึง ๘๔,๐๐๐ องค์ เท่าพระธรรมขันธ์
## มีอยู่ด้วยกัน ๔ พิมพ์ คือ
๑. พิมพ์เม็ดบัว
๒. พิมพ์ปรกโพธิ์
๓. พิมพ์ฐานผ้าทิพย์
๔. พิมพ์ปิดตา
## พระครูวิจารณ์โสภณ (นาม มณิโชโต) ยังได้เล่าถึงเรื่องราวที่ท่านเคยพบเห็นประจักษ์แก่สายตามาแล้ว คือ หลวงพ่อชื่น หรือพระอาจารย์ชื่นท่านสำเร็จวิชายิงกระสุนโค้ง สามารถที่จะใช้อำนาจจิตบังคบให้ลูกกระสุนไปถูกเป้าตามความปรารถนา เช่า เฝ้าอยู่ทางด้านหลังแต่ยิงกระสุนไปทางด้านหน้าแต่ลูกกระสุนกลับวิ่งโค้งไปถูกเป้าอย่างนี้เป็นต้น
## พระครูวิจารณ์โสภณ (นาม มณิโชโต) ท่านว่า มีอยู่ครั้งหนึ่งขณะที่ลูกศิษย์นั่งล้อมวงกันอยู่นั้น ท่านได้ถามขึ้นมาว่า เอ็งเห็นมะม่วงช่อนั้นไหม ถ้าเอ็งอยากจะได้ลูกสุกเหลืองนั้นเดี๋ยวข้าจะปลิดเอาลงมา ลูกศิษย์ต่างสนใจที่จะเห็นฝีมือหลวงพ่อที่เขาเล่าลือกันนักเหมือนกัน ท่านพูดพลางก็เดินเข้าไปในกุฏิสักพักหนึ่งก็ออกมาพร้อมด้วยคันกระสุนและลูก เห็นท่านง้างเล่นๆ อยู่สองสามครั้งแล้วก็ปล่อยลูกกระสุนออกไปอย่างไม่ต้องเล็งแลเท่าใดนัก ความแปลกมหัศจรรย์ได้ปรากฏแก่สายตาทันที นั่นคือมะม่วงลูกสุกเหลืองอร่ามลูกนั้นขั้วได้ขาดเหมือนถูกปลิด มะม่วงทั้งช่อถูกเฉพาะขั้วลูกที่หมายตาไว้เท่านั้น
## หรือแม้กระทั่งนกที่บินอยู่ในอากาศ หากท่านหมายตัวไหนไว้ แล้วง้างคันธนูปล่อยกระสุนไป นกตัวนั้นจะตกลงมาทันที แต่ก็แปลกมหัศจรรย์กว่านั้นอีก นกตัวนั้นเมื่อตกถึงพื้นก็ฟื้นคืนสติไม่เคยตายเลยสักตัว และเพราะวิชายิงกระสุนคดนี้เอง บริเวณวัดป่ามุนีเต็มไปด้วยไม้ผลนานาชนิด ทั้งมะพร้าว พุทรา มะม่วง กล้วย ส้ม มีบรรดาหัวขโมยแอบมาขโมยอยู่บ่อยๆ แต่ถ้าหลวงพ่อชื่นเห็น ท่านจะหยิบคันธนูยิงกระสุนคด แม้ขโมยจะทันเห็นท่านแอบหลบหลังต้นไม้ใหญ่ก็ตาม กระสุนที่ยิงยังโค้งมาถูกทุกที จึงเป็นที่หวาดกลัวของพวกหัวขโมยทั้งหลาย
## เล่ากันว่าคันธนูของหลวงพ่อชื่นนั้น คันแข็งมาก ขนาดคนแข็งแรง ๒ คนยังไม่สามารถง้างขึ้นได้เลย แต่กลับกันหลวงพ่อชื่นเพียงใช้แรงเบาๆ ก็ง้างคันใส่กระสุนลงไปก็ได้แล้ว ไม่เพียงเท่านั้นสำหรับคันธนูนั้นเหลาขึ้นจากไม้ไผ่สำหรับหามศพตายทั้งกลม เฉพาะที่ตายวันเสาร์เผาวันอังคาร เมื่อได้ไม่ไผ่แล้วต้องทำพิธีเหลาเซ่นวักผีตายทั้งกลมนั้น ส่วนลูกกระสุนใช้ดิน ๗ ป่าช้ามาปั้น ขณะปั้นต้องบริกรรมคาถาไปพร้อมด้วย และในขณะที่จะยิงต้องเพ่งจิตบริกรรมให้แน่วแน่ไปยังเป้าหมายที่หมายตาเอาไว้
วิธีใช้พระหลวงพ่อชื่นรักษาอสรพิษนั้น ถ้าเป็นงูพิษกัดให้เคี้ยวกินเข้าไปทั้งองค์เลย ที่เหลือหรือพอมีอยู่อีกให้ฝนกับน้ำหรือถ้าได้น้ำมะนาวยิ่งวิ่งได้ทันใจดี ถ้าเป็นตะขาบ แมงป่องให้ฝนทา การเคี้ยวกินพระว่านยานี้บางท่านจะอาเจียนออกมา แต่บางท่านก้ไม่อาเจียน เรื่องนี้เอาแน่ไม่ได้
อย่างไรก็ตามในเรื่องของ พุทธคุณ แห่งองค์พระเนื้อผงว่านยาหลวงพ่อชื่นยังคงมี ดังที่ จ่าเปี๊ยก กล่าวไว้ในนิตยสาร อาณาจักรพระเครื่อง ว่า
ลูกชายจ่าเอิญ ตำรวจอำเภอโพธิ์ทองไปรับราชการเป็นตำรวจอยู่ที่จังหวัดยะลา ผู้หญิงถูกงูกะปะกัดโรงพยาบาลไม่รับรักษา ลูกชายจ่าเอิญทราบเหตุเข้านึกถึงพระหลวงพ่อชื่นที่พ่อให้มาว่ามีอิทธิอภินิหารในทางรักษาพิษงูได้ผลชะงักนัก จึงเอาออกมาให้หญิงนั้นเคี้ยวกิน ผลปรากฏว่าแม้พิษงูกะปะที่ร้ายเหลือร้ายนั้น พระว่านยาของท่านอาจารย์ชื่นยังรักษาให้หายได้อย่างอัศจรรย์เท่ากับหญิงนั้นเก็บชีวิตตกได้ทีเดียวแหละ เมื่อรักษาหญิงนั้นหายแล้วแม่ผู้หญิงคนนั้นได้ยกให้เป็นเมียอยู่กินกันมาจนถึงบัดนี้
- รับประกันตามกฏ -
- ทุกรายการจัดส่ง Ems ให้ทุกราคาครับ -
** ข้อนี้สำคัญครับ รบกวนพี่ๆที่ชนะการประมูล หากโอนแล้วผมขอรบกวนแจ้งยอดวันที่และเวลาให้น้องชายด้วยนะครับ เผื่อปิดหลายรายการจะได้ไม่ตกหล่นครับผม **
*** พระปิดเกิน 5,000 บาท ไม่ออกบัตร ลด1,000บาท ทุกรายการครับ***
(พระมีบัตรรับรอง เคยออกบัตรมาแล้วไม่ได้ลดแล้วนะครับ) |
| ราคาเปิดประมูล |
100 บาท |
| ราคาปัจจุบัน |
140 บาท (!!! ปิดประมูลแล้ว !!!) |
| เพิ่มขึ้นครั้งละ |
10 บาท |
| วันเปิดประมูล |
ศ. - 01 พ.ค. 2569 - 21:12:19 น. |
| วันปิดประมูล |
ส. - 02 พ.ค. 2569 - 22:31:20 น. (ปิดประมูลแล้ว) |
| ผู้ตั้งประมูล |
Sukanya2015 (2.1K)  
|