| รายละเอียด |
***วัดใจ 20.-*** พระผง สองสมเด็จ สมเด็จโต - สมเด็จหลวงปู่ทวด นิตยสารศักดิ์สิทธิ์ ปี38 (มวลสารเยี่ยม...ปลุกเสกนาน 2 ปี) + ศักดิ์สิทธิ์มากๆครับ พุทธคุณเยี่ยมครอบจักรวาลครับ พร้อมกล่องเดิมครับ
ใช้เวลากว่า๒ปีในการเดินทางเพื่อนิมนต์ยอดพระเกจิอาจารย์ทั่วประเทศจารอักขระมหายันต์ใบลานศักดิ์สิทธิ์๙๙๙แผ่นว่านวิเศษ๑๐๘มวลสารผงวิเศษ๑๐๘อาทิเช่น ข้าวก้นบาตร หลวงปู่เทสก์ วัดหินหมากเป้ง,ก้นยาหลวงปู่ดูลย์ วัดบูรพาราม,ข้าวสารเทวดาครูบาธรรมชัย,เส้นเกษาหลวงปู่สิม,แป้งเสกหลวงปู่บุดดา,น้ำมันงาและผงวิเศษครูบาสุรินทร์ วัดศรีเตี้ย,ก้นยาและยาเส้นหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่,ฯลฯ พระอาจารย์ที่ปรกปลุกเสกอาทิเช่น ครูบาเจ้า เกษม เขมโก,หลวงปู่คร่ำ ยโสธรา,หลวงปู่แพ เขมังกโร,หลวงพ่ออุตตมะ อุตตโม,หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ,สมเด็จพระมหาธีราจารย์,พ่อท่านนอง ธัมภูโต วัดทรายขาว,หลวงปู่หยอด ชินวังโส,หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ,หลวงปู่คำพันธ์ โฆษปัญโญ,หลวงปู่คำ วัดหนองแก,หลวงปู่ทองเบิ้ม วัดวังยาว,หลวงพ่อยิด วัดหนองจอก,หลวงปู่เกตุ วัดเกาะหลัก,หลวงพ่อคล้อย วัดถ้ำเขาเงิน,หลวงพ่อเก๋ วัดแม่น้ำ,หลวงพ่อลำไย วัดทุ่งลาดหญ้า,หลวงปู่ร่วง วัดศาลาโพธิ์,หลวงพ่อฮวด วัดดอนโพธิ์ทอง,หลวงปู่เมี้ยน วัดโพธิ์กบเจา,หลวงพ่อศรีเงิน วัดดอนศาลา,หลวงพ่อกลั่น วัดเขาอ้อ,พ่อท่านแดง วัดควนนางพิมพ์,หลวงพ่อคล้อยวัดภูเขาทอง,หลวงปู่ดี วัดพระรูป,ฯลฯ
เครดิต นวเรศ วิมล
7 ชั่วโมง
·
"ของขวัญ" แห่งความ "นับถือกันจริง"
***********************************************************************
เมื่อครั้งที่ "นิตยสารศักดิ์สิทธิ์" ได้สร้าง "พระสองสมเด็จ" และได้นำไปเข้าพิธีมหาพุทธชัยมังคลาภิเษกและถวายให้พระอริยคณาจารย์ผู้ทรงคุณแห่งยุคอธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวเกือบทั่วประเทศเมื่อช่วยปีพ.ศ.2537
การได้ดำเนินไปด้วยดีจน"เกือบถึงที่สุด"แล้วนั้น
สุดท้าย เมื่อทาง "ศักดิ์สิทธิ์" คิดจะหา "พระสำคัญ" เสก"ปิดท้าย" พระสองสมเด็จ ทางผอ.กมล เอกมโนชัย เจ้าของและผู้อำนวยการบริหารของนิตยสารได้ปรึกษากับผม ที่ตอนนั้น เป็น"คอลัมนิสต์" แห่งคอลัมน์"ของดีจากวัด" อยู่พอดีในตอนหนึ่งว่า
"เนาว์ๆ ระหว่าง"หลวงปู่...????????...."(ขอสงวนนามเด็ดขาด เพื่อความเหมาะสม แต่บอกใบ้ให้นิดหนึ่งว่า เป็นพระที่ดังมากในยุคนั้น) กับ "หลวงปู่คร่ำ วัดวังหว้า" ที่ ระยอง เนาว์คิดว่า ควรจะเอาไปให้องค์ไหนเสกปิดพระสองสมเด็จดี..?????????????????"
เมื่อได้ฟัง ผมก็ได้แต่นิ่งอึ้งไปอยู่ชั่วอึดใจ
เพราะ "หลวงปู่ทั้งสอง"องค์ ก็เป็นเสมือนหนึ่ง "ครูบาอาจารย์" ของผมก็ว่าได้
แต่เมื่อจะต้องเลือกเอาเพียง "หนึ่งเดียว" จะเลือกองค์ไหนดี..??????????????????????
แต่...เมื่อเอาจริยาวัตรของ"หลวงปู่ทั้งสอง"มาชั่งน้ำหนักและเปรียบเทียบกันในหัวสมองชั่วอึดใจ ก็พิจารณาเห็นได้ในพริบตาว่า
"พระครูสุตตพลวิจิตร" หรือ "หลวงปู่คร่ำ ยโสธโร" แห่งวัดวังหว้า อ.แกลง จ.ระยอง มีความ "เหนือกว่า" ทั้งโดย จริยา โดยศีล และโดยวัตร อันบริสุทธิ์ผุดผ่อง และ"ถูกต้องร่องรอยตามพุทธวินัย"ยิ่งกว่า "หลวงปู่อีกองค์" ที่ได้รับการเสนอชื่อมาเป็น Candidate อยู่หลายขุม
และ "หลวงปู่อีกองค์" ที่ว่า ผมก็เคย"ถวายตัวเป็นศิษย์"ตรงๆอีกด้วย
ในขณะที่ "หลวงปู่คร่ำ" ผมยังไม่เคยถวายตัวเป็นศิษย์เลยสักครั้ง
แต่เพื่อยัง "การใหญ่" ให้สำเร็จ โดยมุ่ง"ประโยชน์ส่วนรวม"เป็นแก่นสารสาระที่สำคัญ เราจะเห็นแค่หน้าค่าตาใครๆมิได้เป็นอันเด็ดขาด
จำจะต้องละต้องวาง "ความสัมพันธ์ส่วนตัว" ให้สิ้นเชิง
ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทั่วๆไปทำได้ยากอย่างที่สุด แน่แท้
สุดท้าย ผมก็ตอบคุณกมล เอกมโนชัย เจ้าของนิตยสารศักดิ์สิทธิ์กลับไปในทันใดสั้นๆ แต่ได้ใจความแบบ "เบ็ดเสร็จเด็ดขาด" ชนิด "ปิดประตูตีแมว" หรือ "ตอกฝาโลง" ไม่ให้มีการ "พลิกโผ" ใดๆได้อีกด้วยประการทั้งปวงว่า
"ถ้านำพระสองสมเด็จไปให้หลวงปู่คร่ำเสกปิดท้าย พระสองสมเด็จนี้จะมีความเป็นอมตะตลอดกาลครับผม..!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
"โอเค..!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!" เจ้าของนิตยสารศักดิ์สิทธิ์ร้อง
"งั้นเราเอาพระสองสมเด็จไปให้หลวงปู่คร่ำเสกปิดท้ายกัน..!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
สาธุ สาธุ สาธุ.................................
******************************************************************************
และเมื่อถึงวันเวลาแห่งการ"สรุปปิดท้าย" พระสองสมเด็จจำนวนเกือบ "180,000 องค์" ก็ได้รับการขนไปถึงวัดวังหว้า ที่อ.แกลง จ.ระยอง ในทันใด
โดยที่ไม่มีการ "ส่งซิก" หรือ "ประสาน" ใดๆมาก่อนทั้งสิ้น
และทันใดที่ผมเข้าไปกราบหลวงปู่คร่ำถึงในห้องพัก โดยที่ยังไม่ทันได้กล่าวคำใดๆให้มากความ หลวงปู่ท่านก็ดึงผ้าทิชชู่ข้างๆมาแผ่นหนึ่ง
ก่อนจะ"คายชานหมาก" ที่ท่านกำลังเคี้ยวอยู่ ก่อนส่งให้ผมในทันใด
ซึ่งเป็นจริยาที่ท่านไม่เคยทำให้ผมหรือกับใครที่ "ไม่เคยคุ้นเคย" ใดๆง่ายๆมาก่อน
ไม่ต้องสงสัยว่า โดยส่วนตัวของผม จะปีติยินดีในความเมตตาของหลวงปู่ท่านในครั้งนี้สักเพียงไหน..??????????????????
หรือว่า หลวงปู่คร่ำท่านจะมีญาณรู้ว่า
"ไอ้เจ้าเด็กคนนี้ มันนับถือเราจริงฮิ...!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
เลยให้ "ของขวัญ" หรือ "ของที่ระลึก" ไว้เป็นอนุสรณ์เสียหน่อย
ถ้าจำไม่ผิด ผมก็ได้นำชานหมากที่หลวงปู่คร่ำคายให้สดๆร้อนๆ เข้าปลุกเสกพร้อม "พระสองสมเด็จ" ที่หลวงปู่ท่านเสกด้วยคาถา "พรหม 8" เกือบ "2 ชั่วโมง" อีกด้วย
เรียกได้ว่า เป็น "ชานหมากสองสมเด็จ" ก็ว่าได้ ไม่ผิดแล้ว
ซึ่งส่วนตัว ก็ได้ "สงวนเก็บรักษา" ไว้อย่างดี ตราบจนเท่าถึงวันนี้
วันที่ หลวงปู่คร่ำได้ "ดับขันธ์" เข้าสู่ "อมตมหาปรินิพพาน" ไปได้ "28 ปี" แล้ว
หมายเหตุ, เรื่องนี้ ผมไม่ได้ "ว่าไปเรื่อย" หรือ "พูดเองเออเอง"ใดๆเน้อ
แต่ว่าไปตามที่ "รู้" มาก่อนล่วงหน้า
รวมถึงตามที่ "พระวิปัสนาจารย์ชื่อดัง" องค์หนึ่งในยุคปัจจุบัน (ขอสงวนนามเด็ดขาดเช่นกัน)ได้เคยไปกราบหลวงปู่คร่ำแต่ในกาลก่อนเคยเล่าให้กับศิษย์ใกล้ชิดฟังด้วย
ตอนแรก อาศัยที่ "พระวิปัสนาจารย์ชื่อดัง" ท่านนั้นเน้นการ "วิปัสสนาภาวนา"มากกว่า เลยไม่ได้สนใจอะไรกับ "พระเครื่องหลวงปู่คร่ำ"สักเท่าใดนัก
เมื่อกราบสรีรสังขารหลวงปู่คร่ำเสร็จ คงได้พระได้เหรียญหลวงปู่คร่ำติดมือมาเพียงองค์สององค์ประมาณนั้น
แต่พอ "พระวิปัสนาจารย์ชื่อดัง" ออกมาถึงประตูวัด พร้อมกับ "กำพระหลวงปู่คร่ำ"มาด้วย ก็เกิด "สะดุดใจ" ใน "มหาพลังพิเศษ" ที่หลวงปู่คร่ำประจุอยู่ในเหรียญในพระเข้าอย่างจังใหญ่..!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ก่อนที่ "พระวิปัสนาจารย์ชื่อดัง" องค์นั้น จะหันหลังกลับเข้าวัดวังหว้าไปอีกรอบ
และเช่าบูชา ทั้งพระทั้งเหรียญหลวงปู่คร่ำไปฝากญาติธรรมอีกเป็น"กุรุสๆ"...!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เหตุผลที่ทราบมาในภายหลังก็คือ
"พลังจิตของหลวงปู่คร่ำนั้น บรรลุถึงขั้นสูงสุด ถึงระดับพระอรหันตเจ้าแล้ว...!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
แต่
"จิตอรหันต์ของหลวงปู่คร่ำที่ประจุในวัตถุมงคลนั้น กลับมีคุณสมบัติพิเศษยิ่งกว่าจิตพระอรหันต์หลายๆองค์ที่ "พระวิปัสนาจารย์ชื่อดัง" เคยกราบเคยไหว้เคยสัมผัสและเคยพบพานมาอย่างน่าประหลาดใจ...!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!??????????????????????????"
นั่นก็คือ
"หลวงปู่คร่ำท่านถึงขนาดเสกเอา "นิพพาน"ประจุลงในพระเครื่องได้เลยทีเดียว...!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
ชัดไหม..??????????????????????
จบป้ะ..????????????????????????????????
นะโม วิมุตตานัง
นะโม วิมุตติยา |