| รายละเอียด |
เหรียญลายมือลายเซ็นต์ ปี 2546 หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ได้สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2546 ซึ่งนับเป็น รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ ที่ได้อัญเชิญลายเซ็น และลายมือบันทึกธรรม ตลอดจนอักขระยันต์หัวใจยูงทองแท้ๆ ที่หลวงปู่มั่น ได้เขียนไว้ด้วยองค์เอง มาบรรจุไว้ในเหรียญภูริทัตโตอนุสรณ์อย่างสมบูรณ์แบบและสวยงามที่สุด อย่างที่ไม่อาจจะหาเหรียญหลวงปู่มั่น รุ่นใดๆ มาเสมอเหมือนได้
ด้านหน้า จะแกะเป็นรูปหลวงปู่มั่น ครึ่งองค์ แวดล้อมด้วยอักขระยันต์ นะโมวิมุตตานัง นะโมวิมุติยา พร้อมด้วยลายเซ็นพระภูริทัตตเถร ลายมือดั้งเดิมของท่านเองแท้ๆ
ส่วนด้านหลัง ได้อัญเชิญลายมือบันทึกธรรมของหลวงปู่มั่น ที่ว่าด้วยเรื่องขันธวิมุติสมังคีธรรม มาประดิษฐานเป็นมหาธรรมมงคลอันสูงสุดไว้จนเต็มเนื้อที่ อย่างสวยงามและได้อารมณ์แห่งความหลุดพ้นอย่างเต็มๆ ชนิดที่ไม่ต้องไปหาอะไรที่จะยิ่งกว่าได้อีกแล้ว
แม้เหรียญลายมือลายเซ็นรุ่นนี้ จะมีเนื้อทองคำ,เนื้อเงินเป็นพิเศษก็จริง แต่ก็มีเฉพาะเหรียญเนื้อนวโลหะและเนื้อทองผสม ที่ได้ผสมชนวนเหรียญป.มาลากุลอย่างแท้จริง
ส่วนพิธีการมังคลาภิเษกเหรียญลายมือลายเซ็นภูริทัตโตอนุสรณ์รุ่นนี้ได้กระทำอย่างพิเศษและยิ่งใหญ่ที่สุดโดยได้อัญเชิญเหรียญทั้งสิ้นขึ้นประดิษฐานข้างมณฑปทันตธาตุ ของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ที่วัดเจดีย์หลวง จ. เชียงใหม่ ในมหาพิธียกช่อฟ้าพระวิหารพระอาจารย์มั่น เมื่อปีพ.ศ.2546 โดยพระวิหารหลังนี้ ได้สร้างทับตรงบริเวณที่พระอาจารย์มั่นเคยมาพำนักปฏิบัติธรรมสมัยที่ตามท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) มาที่วัดเจดีย์หลวงเพื่อราวปีพ.ศ. 2484
มหาพิธีในครั้งนั้น มีพระมหาเถรานุเถระอาวุโสที่เป็นศิษย์สายตรงในท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต จำนวนมากอย่างเต็มรูปแบบไม่ต่ำกว่า 108 รูปด้วยกัน โดยได้รับความเมตตาจากท่านพระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี พระอริยเจ้าผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐสุดและเป็นศิษย์ที่ใกล้ชิดท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตมากและนานที่สุดองค์หนึ่งเป็นองค์ประธานอธิษฐานจิตและยกช่อฟ้าด้วยองค์ของท่านเอง
เหรียญภูริทัตโตอนุสรณ์ ได้อัญเชิญไปประดิษฐานโยงสายสิญจน์อยู่ประชิดติดกับบุษบกที่ประดิษฐานอัฐิธาตุและทันตธาตุฟันกราม ของหลวงปู่มั่น ในพระวิหารซึ่งสร้างทับบริเวณกุฏิเก่าที่ท่านพระอาจารย์มั่น ได้เคยมาพำนักบำเพ็ญภาวนา อันเป็นจุดศูนย์กลางแห่งมหาพลังและมหาบารมีแห่งบรมพิธีทั้งปวง อันจะหาใดอื่นมาเสมอเหมือนมิได้อย่างแน่แท้มีพระมหาเถระนุเถระทั้งสายกรรมฐานและเมืองเหนือร่วมเจริญพระพุทธมนต์สมโภชโมทนาจำนวนมากถึง 350 รูปด้วยกัน แลดูอลังการละลานตาละลานใจไปทั่ว โดยมีท่านเจ้าคุณพระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
แห่งวัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี
พระอัครอรหันต์เจ้าแห่งสยามประเทศ ซึ่งเป็นศิษย์ที่ใกล้ชิดที่สุดและรับถ่ายทอดปฏิปทาจากองค์หลวงปู่มั่นมามากที่สุดเป็นองค์ประธานในการพิธีทั้งปวงอย่างดียิ่งและสมบูรณ์แบบที่สุด
ทั้งนั้น เห็นจะเป็นทั้งในส่วนแห่งความกตัญญูผูกพันส่วนตัวกับพ่อแม่ครูอาจารย์มั่น ที่ลึกซึ้งยิ่งใหญ่อย่างไม่มีที่สิ้นสุดประการหนึ่ง
และทั้งด้วยฐานะที่ท่านหลวงตามหาบัวนั้น มีความผูกพันในฐานที่เป็นตุ๊เจ้าหลวงซึ่งเป็นศิษย์เก่าของวัดเจดีย์หลวงนี้มาแต่เดิมอีกประการหนึ่ง.....
เพราะท่านได้เล่าเรียนปริยัติธรรมจนสำเร็จเปรียญ 3 ประโยค จนได้ชื่อนำหน้าว่าเป็นมหา ก็บ่แม่นที่แผ่นดินอีสานบ้านเกิดของเพิ่นแต่อย่างใด
แต่ตุ๊เจ้าหลวงบัวได้กลายเป็นพระมหาบัว กลับเป็นที่สำนักเรียนของ วัดเจดีย์หลวง กลางเวียงเจียงใหม่แต๊ๆเมื่อปี๋พ.ศ. 2484 นี่แหละเจ้า................
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่เป็นที่น่าแปลกและอัศจรรย์อันใดเลย ที่หลวงตามหาบัวท่านจะได้อธิษฐานจิต ทำน้ำมนต์ในมหาพิธีนี้ให้อย่างเนิ่นนานเป็นพิเศษยิ่งกว่าพิธีใดๆทั้งสิ้น
ซ้ำท่านก็ยังได้เป่าลมปราณสลับกับการเจริญพุทธคาถาลงในขันน้ำมนต์ศิลา ที่ผูกสายสิญจน์โยงไปถึงพระวิหารปู่มั่นและเหรียญภูริทัตโตอนุสรณ์นี้ถึง 3 ครั้ง 3 ครา สำทับให้อีกต่างหากด้วย!!! และที่เป็นมงคลยิ่งคือน้ำพระพุทธมนต์ที่ว่านี้ ได้ประพรมลงบนเหรียญลายเซ็นต์นี้ ด้วยหัตถ์ขององค์หลวงตาเองนั่นเทียว
นับว่าเป็นเหรียญที่ทรงอานุภาพอย่างมากครับ
นอกจากองค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เป็นประธานในพิธีแล้วยังมี
พระมหาเถระนุเถระทั้งสายกรรมฐานและเมืองเหนือร่วมเจริญพระพุทธมนต์สมโภชโมทนาจำนวนมากถึง 350 รูปด้วยกัน เช่น หลวงปู่ลี วัดป่าภูผาแดง หลวงปู่เพียร วิริโย หลวงพ่อประสิทธิ์ ปุญญมากโร และอีกหลายองค์ครับ
สร้างแค่ ๒,๐๐๐ องค์ ผสมทองจังโก๋หุ้มพระธาตุเจดีย์หลวง
ดังประวัติการสร้างจากเวปอุดร 108 ครับ
เมื่อครั้นช่วงงานที่องค์หลวงตาในคราวถัดมา ประกอบกับที่วัดป่าดาราภิรมย์ได้สร้างมหาวิหารหลังใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางท่านเจ้าคุณฯ วัดป่าดาราภิรมย์ ท่านได้กล่าวปรารภว่าในโอกาสที่องค์หลวงตาจะมาที่เชียงใหม่ น่าจะมีอะไรที่เป็นที่ระลึกสำหรับแจกญาติโยม ในช่วงวันงานที่หลวงตาได้มายกช่อฟ้าที่วิหารหลวงปู่มั่น และเททองหล่อพระประธานที่วัดป่าศาลาปางสัก ทางคุณจรรยา ก็ไม่มีความรู้ในการสร้างเหรียญ จึงใช้แบบด้านหน้าเหมือนกับที่วัดป่าดาราภิรมย์ และเปลี่ยนเฉพาะด้านหลังอย่างเดียว ซึ่งในโอกาสนี้ทาง หลวงปู่จันทร์ฯ วัดเจดีหลวง ท่านก็ได้เมตตามอบ ทองจังโก(เป็นแผ่นทองเหลืองที่เคยหุ้มพระธาตุเจดีย์หลวง และเก็บรักษาเอาไว้คราวที่เจดีย์หลวงหักพังลงมา ซึ่งทองจังโกนี้ บางส่วนคุณจรรยา ได้นำไปถวายให้กับองค์หลวงปู่ ลี และองค์ท่านให้พระนำผ้าขาวอย่างดีนำมารองและห่อเก็บรักษาไว้อย่างดี และองค์หลวงปู่ลีท่านได้กล่าวว่า นี่และบุญกุศลของคนโบราณที่ร่วมสร้างเจดีย์และวัดเจดีย์หลวง มาร่วมบุญกับคนปัจจุบัน ในการทำบุญช่วยชาติกับองค์หลวงตา) นำมาหลอมรวมเพื่อสร้างเหรียญดังกล่าวด้วยครับ
เหรียญดังกล่าว ซึ่งสร้างแค่ 2,000 เหรียญ (เดิมทีจะสร้างเพียง 500 แต่ก็เกรงจะไม่พอแจกในภายหลัง) แจกเป็นที่ระลึกเท่านั้นครับ ทางวัดป่าศาลาปางสักไม่ได้ให้เช่าบูชาแต่อย่างใดเลย เพราะเจตนามิได้สร้างเป็นพุทธพาณิชย์
ส่วนที่วัดป่าดาราภิรมย์นั้นก็แจกและให้คนที่มาร่วมทำบุญสร้างพระวิหาร พอคนทราบถึงที่มาที่ไปในเหรียญดังกล่าว ก็หมดจากวัดป่าดาราภิรมย์อย่างรวดเร็ว
ของที่วัดป่าศาลาปางสักคงจะเหลือเพียงบางส่วนเท่านั้น ที่ทางคุณจรรยา เป็นผู้พิจารณาแจกเองครับ ส่วนใหญ่ที่ผมเห็นก็จะมอบให้ผู้มาร่วมบุญงานทำบุญสำคัญ ๆ ของวัดเป็นส่วนใหญ่ครับ แต่ที่ทราบปัจจุบันมีเหลือไม่มากแล้ว
ส่วนเรื่องที่องค์หลวงตาท่านเมตตาหรือไม่นั้น ผมเองยืนยันได้ว่า 100% ครับ และยังมีองค์ครูบาอาจารย์ องค์อื่น ๆ อีก ที่มางานในวันนั้น อาทิ. หลวงปู่ลี , หลวงปู่จันทร์ , หลวงปู่ฟัก ,หลวงพ่อประสิทธิ์ ,หลวงพ่อกัณหา ฯลฯ
จึงขอเรียนไว้ ณ ที่นี้ ดังกล่าวครับ
ที่มา
รูปวัตถุมงคลพระหลวงตามหาบัวครับ - หน้า 251เวป อุดร ๑๐๘ |