ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : รวมวัตถุมงคล หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ( พระราชพรหมยาน) วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี ศึกษาและสะสมไปพร้อมกันนะครับ



(N)


ประวัติและการสร้างสมเด็จองค์ปฐม

“สมเด็จ องค์ปฐม” ก็คือพระพุทธเจ้าองค์แรกหรือองค์ที่หนึ่ง ทรงพระนามว่า “สมเด็จพระพุทธสิกขี” แต่พระพุทธ เจ้าที่ตรัสรู้ผ่านไปแล้วอาจจะมีชื่อซ้ำกันได้ โดยเฉพาะชื่อนี้มีด้วยกันถึง 5 พระองค์ จึงเรียกขานกันว่าเป็น พระพุทธสิกขีที่ 1 พระองค์จึงเป็นต้นพระวงศ์ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ จึงสมควรยกย่องพระพุทธองค์ว่า ทรงเป็น “สมเด็จองค์ปฐมบรมครู” อย่างแท้จริง
สมัยที่สมเด็จพระพุทธองค์ ได้ทรงอุบัติในโลกมนุษย์ ในเวลานั้น คนมีอายุขัยประมาณ 8 หมื่นปี พระพุทธองค์ทรงผนวชออกมหาภิเนษกรมณ์ เมื่อพระชนมายุได้ 4 หมื่นปี หลังจากทรงผนวชแล้วเป็นเวลาอีก 2 หมื่น ปี จึงได้ทรงบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณตรัสรู้ เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์แรกของโลก พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนเวไนยสัตว์ อีกประมาณ 2 หมื่นปี จึงเสด็จดับขันธปรินิพาน หลังจาก ทรงใช้เวลาอันยาวนานถึง 40 อสงไขยกัปในการบำเพ็ญพระบารมี เพื่อแสวงหาพระโพธิญาณ ด้วยพระองค์เอง ทรง ใช้เวลาอันยาวนานในการบำเพ็ญพระบารมี เนื่องจากพระพุทธองค์เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์แรก จึงไม่มีแบบอย่างที่จะให้พระพุทธองค์ได้ศึกษาเป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อ บรรลุ พระโพธิญาณ ระยะเวลาที่บำเพ็ญพระบารมี จึงใช้ ถึง 40 อสงไขยกัปเศษ
การพบสมเด็จองค์ปฐม ครั้งแรกของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน เมื่อประมาณ พ.ศ. 2511 คือท่านกำลังสอนพระกรรมฐาน และเมื่อเสร็จจากการแนะนำ ก็ได้ทำสมาธิ สิ่งที่คาดไม่ถึงก็ปรากฏขึ้น นั่นคือเห็นเป็นพระพุทธเจ้าในปางนิพพานยืน สองแถวยาวเหยียดไปข้างหน้าแล้วก็พนมมือ จึง มีความรู้สึกในใจว่า บางทีอาจจะเป็น อุปาทาน เพราะว่า พระพุทธเจ้าม่เคยก้มศรีษะให้ใคร แม้แต่บ้านเรือน เล็กๆ ที่หลังคา ตํ่าๆ หาก พระพุทธเจ้าเข้าไป หลังคาก็จะสูงขึ้น แต่เวลานี้เห็นพระพุทธเจ้ายืนพนมมือ อุปาทานคือกิเลสคงกินใจมาก เมื่อนึกเพียงนี้ ก็เห็นภาพหลวงปู่ปาน ปรากฏขึ้นข้างข้าง ๆ หลวงปู่ปานท่านบอกว่า " คุณ..ไม่ใช่อุปาทาน ประเดี๋ยวพระพุทธเจ้าองค์ปฐมจะเสด็จมา " อีก ประมาณสัก 5 นาที ปรากฏว่าเป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่ง รูปร่างใหญ่โตมาก สูงมาก มาในรูป ของปางนิพพาน เดินมาระหว่างช่องกลาง พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ก้มศรีษะ แสดงความเคารพ เพราะพนมมืออยู่แล้ว พอท่านเดินไปถึง พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ท่านก็ตรัสว่า" ข้าจะนั่งที่ไหนหว่า... ในเมื่อไม่มีที่นั่ง ข้าก็เอาหัวแกเป็นแท่นก็แล้วกัน " ก็เลยนั่งบนหัว แล้วท่านก็บอกว่า “นับ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ก่อนที่แกจะสอนกรรมฐานก็ดี จะพูดธรรมะก็ดี จะเทศน์ก็ดี บอกฉันก่อน ฉันให้พูดตอนไหน จะให้เทศน์ตอนไหน ให้ว่าตามนั้น”
ก็ เป็นความจริง เมื่อใดก็ตาม ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ สอนกรรมฐานก็ดี เทศน์ก็ดี บางทีคิดว่าวันนี้จะพูดเรื่องอย่างนี้ แต่พอพูดเข้าจริง ๆ เรื่องนั้นไม่ได้พูดไปพูดอีกจุดหนึ่ง อันนี้เป็นลีลาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ การเทศน์ของพระพุทธเจ้ามุ่งเฉพาะบุคคลสำคัญคนใดคนหนึ่งไม่ได้หวังคนทั่วไป คนจะนั่งสักหนึ่งพัน สองพัน ห้าพันก็ตาม ท่านจะดูจิตใจว่า บุคคลใดจะรับคำเทศนาของท่านได้ จะสาารถบรรลุมรรคผลได้ ท่านจะจี้จุดเฉพาะคนนั้นเอาจุดเด่น แต่ว่าคนที่มีความดีใกล้เคียงกันก็พลอยบรรลุมรรคผลไปตาม ๆ กัน
อัน นี้ก็เช่นเดียวกัน อาตมาเวลาเทศน์หรือสอนกรรมฐานก็ไม่เคยได้พูดตามที่คิดไว้สักที อาจเป็นเพราะท่านดลใจ ถ้าจะถามว่าเป็นที่ชอบใจของคนทุกคนไหม ก็ขอตอบว่าไม่แน่นัก ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่าท่านอาจจะจี้จุดเฉพาะคนใดคนหนึ่ง แต่คนบางคนอาจจะไม่ถูกใจก็ได้ นี่เป็นเรื่องธรรมดา ก็จึงมาคิดว่า ในเมื่อท่านมีพระคุณอย่างนี้ และก็เห็นเป็นปกติ จึงคิดจะหล่อรูปของท่าน
ต่อ มาเมื่อพระเดชพระคุณ หลวงพ่อได้เจริญพระกรรมฐานแล้ว จึงได้อาราธนา ขอพบท่านในสมัยที่รูปร่างเป็นมนุษย์ ท่าน ก็ปรากฏพระองค์ให้เห็น ทรวดทรงสวยมาก หน้าของท่านอิ่มเหมือนรูปไข่ แก้มอิ่ม ยิ้มน้อยๆ ริมฝีปากไม่บุ๋ม ไม่เหมือนพระพุทธเจ้าที่เขาปั้นกัน แก้มตอบปากบุ๋มลงไป แล้วสมเด็จองค์ปฐม ก็แสดงรูปร่างสมัยเป็นมนุษย์ และก็เปลี่ยนมาเป็น ปางนิพพาน พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ก็ถามว่า ถ้าจะปั้นรูปของพระองค์ จะให้ปั้นแบบไหน แบบปางพระนิพพานหรือแบบมนุษย์
พระ พุทธองค์บอกว่า ให้ปั้นแบบนี้ก็แล้วกัน ทรง แสดงภาพให้ดู เป็นเหมือนกับ พระพุทธรูป และมีเรือนแก้ว แบบพระพุทธชินราช รูปที่ทรงให้ปั้นไม่เหมือนกับรูปจริงของพระองค์ตอนเป็นมนุษย์ และก็ไม่เหมือนรูปที่นิพพาน แต่ว่าเป็นรูปที่ท่านต้องการ ท่านมาแสดงแบบนั้นอยู่ถึง 3 วัน ติดๆ กัน วันละประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ดูจนละเอียด แต่ก็คิดในใจว่า ช่าง เขาปั้น แต่เขาไม่เห็นภาพ เขาจะปั้นได้ไม่เหมือน จึงขอบารมีของท่านบอกว่า เวลาช่างปั้น ขอให้โปรดดลใจให้เป็นไปตามพระพุทธประสงค์ ท่านก็ยอมรับ ในที่สุดเมื่อเขาปั้นเสร็จ เขาก็เอามาให้ดูเหมือนกับรูปที่ท่านแสดงจริง ๆ นี่เป็นเรื่องอัศจรรย์
เมื่อ พระเดชพระคุณหลวง พ่อตัดสินใจปั้นรูปของสมเด็จองค์ปฐม ก็นึกถึงพระบรมสารีริกธาตุ เพราะพระพุทธรูปทุกองค์ในสถานที่สำคัญ ก็ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ แต่เป็นพระบรมสารีริกธาตุขององค์ปัจจุบัน จึงคิพว่าจะหาได้จากไหน จึงตัดสินใจว่า ถ้าทำไม่ได้ก็จะเอาขององค์ปัจจุบันบรรจุ เพราะถือว่าเป็นคนละขั้นตอน ต่อมา ขณะที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อกำลังจะนอน จิตเริ่มเคลิ้ม ก็ได้ยินเสียงว่า “พระ บรมสารีริกธาตุของสมเด็จองค์ปฐมเอามาให้แล้วนะ วางไว้ที่ตลับบนเตียงข้าง ๆ หัวนอน” ได้ยินเสียงชัดเจนแจ่มใสมาก เหมือนเสียงขององค์ปัจจุบัน จึงลุกขึ้นไปเปิดไฟ ปรากฎว่าที่ตรงนั้นไม่เคยวางตลับ มีแต่วางหนังสือสำหรับดูก่อนหลับ ก็มีตลับพลาสติคแบบปัจจุบันอยู่ลูกหนึ่ง ไปเปิดดูเห็นพระบรมสารีริกธาตุองค์โตสององค์ ก็ดีใจว่าขององค์ปฐมแน่ จึงเก็บไว้ในที่สักการะบูชา เอาไว้บรรจุพระองค์ท่าน
การ สร้างมณฑปของสมเด็จ องค์ปฐม ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญมาก ซึ่งสมเด็จองค์ปฐมได้ชี้สถานที่ให้ เป็นบริเวณที่มีพระบรมสารีริกธาตุสำคัญมาก และเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้คนเดินผ่านไปมา จะเป็นการปรามาสพระรัตนตรัย ซึ่งพระเพชพระคุณหลวงพ่อได้ให้ช่างทำการก่อสร้างมณฑปของสมเด็จองค์ปฐมดังที่ เห็นอยู่ในปัจจุบัน
มา พูดถึงวัสดุที่จะใช้ สร้างสมเด็จองค์ปฐม สร้างหน้าตักสี่ศอก เป็นพระหล่อด้วยโลหะ แล้วก็ผสมทองคำ เฉพาะเพชรที่ประดับเรือนแก้วหรือว่าผ้าทิพย์ มีราคาประมาณเจ็ดแสนเจ็ดหมื่นบาทเเศษ แต่ไม่ใช่เพชรจริง ๆ ราคาเพชรเม็ดหนึ่งประมาณ 12-13 บาทเท่านั้น ก็รวมความว่า ความสำคัญเนื่องในการสร้างองค์ปฐม คือว่าคนไม่เคยคิด หรือว่าอาจจะคิดบ้างก็ไม่ทราบ ว่า พระพุทธเจ้าจริง ๆ ที่มีความลำบากมากคือ “องค์ต้น” เพราะไม่เคยมีพระพุทธเจ้าเป็นครูมาก่อน ต้องลำบากบุกมาทั้ง ๆ ที่ไม่มีแบบ เป็นเหตุดลใจให้ตั้งใจคิดจะเป็นพระพุทะเจ้า ต้องใช้เวลาถึงสี่สิบอสงไขยกัปเศษ จึงจะได้บรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ ดังนั้น การหล่อรูปองค์ปฐมนี้จึงมีอานิสงส์มาก การหล่อรูปสมเด็จองค์ปฐม จึงได้ทำการเททองหล่อ เมื่อวันที่ 15 มีนคม 2535 สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสามพระยา เป็นองค์ประธานจับสายสิญจน์ ในการหล่อพระพุทธรูป โดยมีพระเดชพระคุณหลวงพ่อทำการเททองลงในเบ้าที่ช่างเตรียมไว้ โดยใช้ทองคำที่ญาติโยมร่วมกันถวาย ประมาณ 78 กิโลกรัม
วัน ที่ 16 พฤษภาคม 2535 เป็นวันวิสาขบูชา พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้อัญเชิญพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐม ขึ้นประดิษฐานบนแท่นภายในมณฑป ซึ่งเดิมพระเดชพระคุณหลวงพ่อจะทำพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จองค์ ปฐม แต่เนื่องจากการตกแต่งพระวิหารก็ดี ยังไม่เรียบร้อย จึงต้องเลื่อนไข
วัน ที่ 13 มีนาคม 2536 เป็นวันเริ่มงานทำบุญประจำปีของวัดท่าซุง และในวันที่ 14 มีนาคม 2536 ได้นิมนต์พระเดชพระคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสามพระยา มาเป็นประธาน และได้ทำการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จองค์ปฐมไว้ในพระเกตุมาลาของพระ พุทธรูป ท่านพระครูปลัดอนันต์ พุทธญาโณ เจ้าอาวาสวุดท่าซุง ได้อาราธนาพระเดชพระคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ นำพระเกตุมาลามาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ แล้วอัญเชิญไปสวมที่พระเศียรของพระพุทธรูป แต่เนื่องจากการนำขึ้นไปลำบากและสูง พระเดชพระคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์จึงมีบัญชาให้ท่านเจ้าอาวาสนำขึ้นไปแทน เมื่อเสร็จพิธี พระเดชพระคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ได้กล่าวว่า “พระองค์นี้มีลาภมากนะ”
ส่วน อานิสงส์ของการสร้าง สมเด็จองค์ปฐม ลุง 2 ลุง นายบัญชีกับลุงพุฒิ (หมายถึงท่านพระยายม) ท่านบอกว่า การสร้างองค์ปฐมนี่ท่านเปลี่ยนบัญชีใหม่ เอาบัญชีมาให้ดู บอกนี่...บัญชีเล่มนี้ (คือว่าเป็นอีกเล่มหนึ่งจากที่ที่จดธรรมดา) “บัญชี สีทอง” เป็นทองคำล้วนทั้งเล่มเลย ท่านบอกถ้าสร้างองค์ปฐมลงบัญชีเล่มนี้โดยเฉพาะ ก็แสดงว่าคนที่จะสร้างพระพุทธเจ้าองค์ปฐมได้นี่ ต้องเป็นคนมีบุญมาก เพราะว่าการสร้างพระพุทธเจ้าองค์ปฐมทำได้ยาก คือว่าเป็นพระพุทธเจ้าต้นพระพุทธเจ้าทั้งหมด และกรทำบุญเนื่องในการสร้างวิหารก็ดี สถานที่ก็ดี เอาของไปประดับก็ตาม อย่างนี้ลงบัญชีสีทองหมด คือไม่หมายความต้องมีเงินมากเสมอไป ที่เขามีน้อย ๆ บาทสองบาท สิบสตางค์ยี่สิบสตางค์ พวกนี้เอาไปใส่แท่น อย่างนี้ลงบัญชีสีทองหมด ก็ถามว่าบัญชีสีทองหมายถึงอะไร ท่านบอกมันหมายถึงกลับไม่ได้ เพราะพระพุทธเจ้าทุกองค์ต้องโมทนาหมด
การ หล่อองค์ปฐมด้วยทองคำ นี่ อานิสงส์จะเหมือนกับหล่อพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน แต่ว่าต่างกันอยู่นิดหนึ่งที่ไปนิพพานเร็ว ไปนิพพานเร็วมาก เพราะเขาเข้าบัญชีสีทองไม่ใช่ตัวทอง บัญชีทั้งเล่มเป็นทอง ลงบัญชีเล่มนั้น

(คัดมาจากหนังสือประวัติการสร้างสมเด็จองค์ปฐม โดยพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง อุทัยธานี)


http://board.palungjit.com/f127/***%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%B2-%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A-***-236398.html

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.217.*) [03 Sep 11 09:06]



โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.217.*) [3 Sep 2011 09:18] #1828412 (1/84)


(N)


ประเดิมด้วยสมบัติพ่อให้ สุดรัก และ มีองค์เดียว สมเด็จองค์ปฐมลอยองค์รุ่น 1


พุทธลักษณะ เป็นพิมพ์พระพุทธรูปปางมารวิชัย มีซุ้มเรือนแก้ว จำลองมาจากพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐม ขนาดหน้าตัก 4 ศอก แห่งวัดท่าซุง ซึ่งเป็นองค์แทนสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์แรก(สมเด็จพระพุทธสิขีทศพล ที่ 1 หรือสมเด็จองค์ปฐม )

การสร้าง สร้างด้วยเนื้อทองเหลืองชุบทอง จำนวนการสร้างประมาณ 3,000 องค์ ขนาดฐานกว้าง 1.75 ซม. ขนาดความสูง 3.3 ซม.
ใต้ฐานบรรจุเม็ดกริ่ง ฝากริ่งเป็นตัวอักษรอ่านว่า "นะ" เขียนเป็นภาษาขอม ทำมาจากเนื้อทองแดงเพียงอย่างเดียว
ลักษณะของฝาปิดกริ่ง ลักษณะฝาปิดกริ่งจะมีสองแบบ คือ

1. แบบตัว นะ ตัวใหญ่เส้นตัวอักษรจะบาง
2. แบบตัว นะ ตัวเล็กเส้นตัวอักษรจะหนา

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.217.*) [3 Sep 2011 09:19] #1828413 (2/84)


(N)


ส่วนฐานด้านหลังเขียนคำว่า “สมเด็จองค์ปฐม วัดท่าซุง”

สถานที่พุทธาภิเษก ได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษกที่วิหารแก้ว 100 เมตร เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2535 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ) และตรงกับวันที่ได้อัญเชิญพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐม ขนาดหน้าตัก ๔ ศอก ขึ้นประดิษฐ์สถาน ณ วิหารสมเด็จองค์ปฐม วัดท่าซุง ซึ่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ทำพิธีเททองหล่อพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐม เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2535 โดยการณ์นี้ได้นิมนต์ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น) วัดสามพระยา มาร่วมเป็นประธานจับสายสิจน์ และอธิษฐานจิตในงานหล่อพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐม และท่านเจ้าประคุณสมเด็จ ท่านยังกล่าวว่า“พระองค์นี้บูชาให้ดี จะมีลาภมาก” ........

และในวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2535 พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤาษีลิงดำของเราได้ประกอบพิธีกรรมดังนี้....


ช่วงเช้าเวลา 7.00 น. หลวงพ่อทำพิธีบวงสรวงที่วิหารสมเด็จองค์ปฐม และได้อัญเชิญพระพุทรูปสมเด็จองค์ปฐม หน้าตัก 4 ศอก ขึ้นประทับบนฐานชุกชึเสร็จเรียบร้อยเมื่อเวลา 7.11 น. เมื่อเห็นว่าช่างได้ยก พระขึ้นบนแท่นเรียบร้อยแล้วท่านจึงเดินลงไปจากวิหารสมเด็จองค์ปฐม ท่ามกลางผู้ที่มาร่วมพิธีมากมายเพื่อไปยังศาลาพระพินิจอักษร
เวลา 08.00 น. หลวงพ่อแสดงพระธรรมเทศนา ที่ศาลาพระพินิจอักษร
เวลา 09.00 น. หลวงพ่อเดินทางมาที่ศาลา 12 ไร่ และทำพิธีบวงสรวง เนื่องในงานพิธีสะเดาะเคราะห์
เวลา 18.00 น. หลวงพ่อทำพิธีบวงสรวงที่วิหารแก้ว 100 เมตรเนื่องในพิธีพุทธาภิเษกวัดถุมงคลดังนี้

1. พระสมเด็จองค์ปฐมลอยองค์ รุ่น 1
2. พระสมเด็จองค์ปฐมรุ่นแขวนหน้ารถ
3. พระคำข้าวรุ่นพิเศษ ติดพระธาตุ 5 พระองค์
4. มีดหมอชาตรี ด้ามงา ด้ามฤาษี และสมเด็จโต้จิ๋ว
5. พระบูชาสมเด็จองค์ปฐม หน้าตัก 10 นิ้ว และ 5 นิ้ว

และวัตถุมงคลอื่น ๆ ที่วัดต่างๆ และลูกศิษย์ลูกหาได้ขอนำมาเข้าพิธีร่วมด้วย.....
ภายหลังจากพิธีพุทธาภิเษกเสร็จแล้ว ทางวัดเปิดให้ทำบุญบูชาพระสมเด็จองค์ปฐมรุ่น 1 ในราคาองค์ละ 100 บาท ปรากฏว่าเหล่าลูกศิษย์ลูกหาต่างบูชาจนหมดภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง

หลวงพ่อปรารภหลังจากพิธีพุทธาภิเษกระหว่างเจริญศรัทธาที่ตึกรับแขกว่า.....

"พิธีนี้ลาภหนักมาก ขนาดพระสิวลียังนั่งห่างออกไปไกลเพราะพระที่มีบารมีมากกว่านั่งอยู่ด้านใน"


********************************************************************

คำสอนสมเด็จองค์ปฐมบรมครู (สมเด็จพระพุทธสิขีทศพล ที่ 1)

หลวงพ่อได้เมตตา สรุปใจความสั้นๆ ตามที่ท่านเทศน์ไว้ดังนี้.....

“ท่านทั้งหลาย การหลบหลีก ไม่ต้องตกอบายภูมิ มีนรก เป็นต้น เป็นของไม่ยาก
1. ขอทุกท่าน จงอย่าลืมความตาย จงคิดว่าความตาย อาจจะมีกับเราเดี๋ยวนี้ไว้เสมอๆ
2. เคารพพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ ด้วยศรัทธาแท้(ด้วยความจริงใจ)
3. มีศีลบริสุทธิ์เป็นปกติ และ
4. เป็นกรณีพิเศษ ปฏิเสธการเกิดเป็นมนุษย์ เทวดา นางฟ้า และพรหมในชาติต่อไป ทุกท่านเห็นนิพพานแล้ว ตั้งใจไปพระนิพพานโดยเฉพาะ เท่านี้ทุกท่านจะหนีอบายภูมิพ้น และไปพระนิพพานได้ในที่สุด”

หมาย เหตุ : เทศน์ที่ ”เทวสภา” วันที่ 8 สิงหาคม 2535 เวลา 8.00 น. พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระราชพรหมยาน เมตตาเล่าให้ลูกหลานฟัง เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2535 เวลา 21.00 น.

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.217.*) [3 Sep 2011 09:22] #1828416 (3/84)


(N)
ฝากริ่ง ใต้ฐานครับ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.217.*) [3 Sep 2011 09:31] #1828427 (4/84)


(N)
เกศาหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เลี่ยมพร้อมพระธาตุข้าวบิณฑ์ องค์นี้ได้มาจากลูกศิษย์หลวงพ่อฤาษีรุ่นเก่า คือคุณย่า ของพี่ ล... ท่านมีอยู่ 2 ชุด เอาไว้บนหิ้งพระไหว้พระสวดมนต์ตลอด ให้พี่ ล. มา 1 ชุด แล้วพี่เขาก็มอบให้ผมมา ต้องขอบคุณในความมีน้ำใจของพี่อย่างมากครับ มีคุณค่าทางใจมากๆๆๆๆ

เกศาหลวงพ่อ บางเส้นจะออกดำ แดง ส่วนมากจะใสเป็นแก้วเลยครับ ยิ่งส่องตอนกลางวัน ใสปิ๊งๆๆๆๆ เลยครับ เกศาหลวงพ่อ 1 เส้น มีพระรักษาอยู่ 1 องค์...ผมตั้งใจไว้เลยนะครับ ว่าจะไม่เก็บไว้เป็นส่วนตัว จะนำออกให้ลูกศิษย์ที่นับถือหลวงพ่อ ได้เก็บไว้บูชาทั่วกันครับ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.217.*) [3 Sep 2011 09:39] #1828439 (5/84)


(N)
เหรียญเศรษฐี(ครบรอบ ๑๐๐ ปี)เป็นเหรียญที่หลวงพ่อสร้างปีพ.ศ.2518
เหรียญกลมสวยมีโบว์บารมีสามสิบทัศน์ เหรียญสร้างเหมือนพระเนื้อดินอันโด่งดังที่หลวงพ่อปานท่านได้สร้างไว้ ด้านหลังเป็นรูปพระพุทธยันต์มะอะอุ เหรียญสวย พระผู้ใหญ่สมัยหลวงพ่อได้ยินหลวงพ่อปรารภว่า เหรียญนี้ต่อไปมีเฉพาะคนรวย จึงเป็นที่มาของคำว่าเหรียญเศรษฐี เรียกติดปากกันมาจนถึงทุกวันนี้ .....

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.217.*) [3 Sep 2011 09:45] #1828453 (6/84)


(N)
ประวัติการสร้างสมเด็จองค์ปฐมลอยองค์ รุ่น 3
วัดจันทาราม (ท่าซุง) จ. อุทัยธานี
พุทธลักษณะ เป็นพิมพ์พระพุทธรูปปางมารวิชัย มีซุ้มเรือนแก้ว จำลองมาจากพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐม ขนาดหน้าตัก 4 ศอก แห่งวัดท่าซุง ซึ่งเป็นองค์แทนสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์แรก(สมเด็จพระพุทธสิขีทศพล ที่ 1 หรือสมเด็จองค์ปฐม )

การสร้าง สร้างจากเนื้อทองเหลืองชุบทอง จำนวนการสร้างประมาณ 30,000 องค์เศษ

ราคาทำบุญออกจากวัด 400 บาทครับ

ขนาดขององค์พระ ขนาดฐานกว้าง 1.65 ซม. ขนาดความสูง 3.1 ซม.

ลักษณะของฝาปิดกริ่ง ฝาปิดกริ่งจะทำมาจากทองแดงมีอยู่ด้วยกันหลายแบบเท่าที่ทราบจะสามารถแบ่งได้ ดังนี้....

1. แบบตัวยันต์ นะ ตัวใหญ่
2. แบบตัวยันต์ นะ ตัวเล็ก
3. แบบตัวยันต์ มะอะอุ
4. แบบตัวยันต์ อุ ตัวเดียว

พิธีพุทธาภิเษก พุทธาภิเษกครั้งแรกที่ตึกรับแขก เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2535 เวลาประมาณ 23.00 น. แต่ไม่ได้จัดพิธีอย่างเป็นทางการ

และหลวงพ่อได้ปรารภถึงสมเด็จองค์ปฐมรุ่น 3 ไว้เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2535 ดังนี้

"เมื่อคืนปลุกเสกพระ หมาไม่หอน งวดนี้ไม่ให้หมาเห็นเพราะ 2 งวดก่อนมาให้หมาเห็น เห่ากันเจี๊ยวจ๊าว รุ่นนี้แอบไม่ให้หมาเห็น เมื่อคืนปลุกรุ่นยันกลับ (ใครทำไม่ดียันกลับหมด)"

ซึ่งน่าจะเป็นคราวเดียวกันกับรุ่นที่เป็น 4 เหลี่ยมที่คุณวิมาลีสร้างถวายหลวงพ่อนะครับ

และเข้าพิธีพุทธาภิเษกอย่างเป็นทางการอีกครั้งตามคำสั่งของหลวงพ่อ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2536

ศึกษาได้ตามลิ้งนี้เลยครับ

http://board.palungjit.com/f127/***%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%B2-%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A-***-236398-209.html#post3844965

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.217.*) [3 Sep 2011 09:50] #1828461 (7/84)


(N)


รายละเอียดพระมหาลาภ(พระคำข้าว) จาก หนังสือ พ่อสอนลูก
พระมหาลาภ
ทำยากเหลือเกินนะ ต้องเสกข้าวถึง ๓ เดือน เลือกกับข้าวที่อร่อยจริง ๆ ในวันนั้น ท่านสั่ง เดี๋ยวนี้ไม่คำเดียวแล้ว ๕ถ้วยแล้ว บอก ไม่จำเป็นต้องเคี้ยว คือว่าให้ตักข้าวมา ๕ ถ้วย ถ้วยแก้วนะ แล้วท่านชี้กับข้าว กับข้าวท่านชี้ของท่านเองนะ ไอ้นี่อร่อย ๆ ๆ ๆ ๆ แล้วเสก เสกคาถายาวมาก กว่าฉันจะได้กินข้าวเพล พระเขาอิ่มแล้ว ต้องเสกเดี๋ยวนั้นอย่างนี้ ๓ เดือน แล้วก็ไปทำผง แล้วก็มาเสกใหญ่อีกครั้งนึง เข้าพุทธาภิเษก
พระรุ่นไหนก็เท่ากัน คนเสกคนเดียวกัน บางคนคุยบอกว่า รุ่นแรกหลวงพ่ออมจากปากคายมาเลย เคี้ยว ๆ หน่อยคายมาเลย ฉันเลยบอกพระถ้าใครเขาถามรุ่นหลังนะ บอก อมตั้งแต่เช้ายันเย็น (หัวเราะ) วานซืนมาบอกคาถาให้ ๔ ตัวให้อ่าน บอกอ่านไม่ออก ท่านเลยอ่านให้ฟัง บอกใช้เสกตอนเช้าตอนเย็น นี่หนักกว่าอีก รุ่น ๒ นี่หนัก เพิ่มคาถาให้
ปลุกพระนี่แสงไม่เหมือนกัน ถ้าปลุกแก้วเหมือนกันทุกครั้งนะ มาปลุกพระคำข้าวแสงหนาทึบขาว แสงขึ้นหนามาก แต่พระหางหมากนี่ แสงเหมือนกับดวงเทียน ดวงเทียนกับไฟฟ้าใหญ่ ๆ นะ แต่ละองค์สว่างมากไม่เหมือนกัน อานุภาพต่างกันและท่านก็บอกว่า พระหางหมาก นี่หนักในทางป้องกันและสู้...ก็ห้อย ๒ องค์ ตอนเสกต้องเต็มอัตรา คุมอยู่นี่ คุมเลย อารมณ์นี่พลาดนิดไม่ได้ ได้ผลเร็วเป็นอัศจรรย์
ที่บ้านคุณมบูรณ์ หลวงพ่อปรารภวันปลุกเสกพระคำข้าว วันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๓๓ คำขึ้นต้น...ศัตรูสลาย..ศัตรูพินาศ...โรคบรรลัย....ลาภ....เสกข้าว ๑๐ บทกว่า...เวลาเสกข้าวเห็นภาพพระพุทธเจ้าชัดอยู่ข้างหน้า ไม่งั้นวางข้าวไม่ได้
แล้วตากแดด...เวลาปลุกเสก มีรัศมีสวยมาก และเป็นคลื่น ไม่เคยเห็นเลย รัศมีขึ้นแบบคลื่นน้ำ แต่ก่อนเป็นรัศมีแบบบาง ๆ
พระอย่างอื่น ๆ ทำ ๑๐ ชั่วโมง ก็มากแล้ว นี่พระคำข้าวต้องทำ ๓ เดือน ต้องเห็นพระชัด แล้วว่าคาถา ๑๐ บทกว่า บอกวางได้ จึงต้องวางลง ไปที่อื่นต้องทำด้วยทุกวัน จะคอยเข้าพรรษา ไม่ใช่ว่าไปที่อื่นแล้วไม่เอาไม่ใช่นะ ( ๑๘ เมษายน ๒๕๓๓)


จากรูปพระคำข้าวรุ่น 1 พิมพ์แขนจุด บัวหลายจุด มีเกศาหลวงพ่อขึ้นที่มือ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.217.*) [3 Sep 2011 09:51] #1828463 (8/84)


(N)


ด้านหลังครับ...

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.217.*) [3 Sep 2011 09:53] #1828467 (9/84)


(N)


พระหางหมาก เกศา 4 เส้น องค์นี้ก็มีเกศาขึ้นที่มือครับ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.217.*) [3 Sep 2011 09:56] #1828470 (10/84)


(N)
เท่าที่น๊อตอ่านในหนังสือหลวงพ่อตอบปัญหาธรรม เล่มที่ 11 หน้า 81 มีเนื้อความประมาณว่ามีลูกศิษย์ท่านหนึ่ง ท่านได้กราบเรียนหลวงพ่อว่า ชานหมากที่หลวงพ่อท่านคายไว้ที่ท่าลานนั้นกลายเป็นพระธาตุ แล้วจึงเกิดข้อสงสัยว่าทำไมจึงเกิดเป็นพระธาตุได้ ทั้งๆที่หลวงพ่อท่านยังทรงขันธ์อยู่ ปรกติต้องรอมรณะภาพเสียก่อน ถึงจะเกิดเป็นพระธาตุภายหลัง พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านจึงได้เมตตาตอบข้อสงสัยว่า... อำนาจ พุทธานุภาพ ท่านสงเคราะห์ละมั้ง คือมันเป็นเรื่องแปลกตอนฉันจะลุกกลับ ตามธรรรมดาฉันไม่เคยคายชานหมาก วันนั้นเคี้ยวๆเลยคาย มีเด็กหนุ่มๆ 3 คน และเด็กสาวๆ 2 คนอายุประมาณ 20 กว่าๆมากราบ บอกหลวงพ่อครับของที่เป็นมงคลผมขอนะครับ...บอกเอาไปเถอะลูก เท่านั้นแหล่ะ แล้วแกก็เอาไป และเป็นขึ้นมาได้ยังไงก็ไม่รู้...

และหลวงพ่อท่านก็ตอบต่อว่า ชานหมากที่เป็นพระธาตุนั้น ค่อยๆเป็นทีละน้อยๆ ขึ้นมาและจนกระทั่งเดี๋ยวนี้เป็นหมดแล้ว....

เรื่องถัดมา มีลูกศิษย์ อีกท่านหนึ่งได้กราบเรียนหลวงพ่อท่านว่า ชานหมากที่หลวงพ่อเมตตาให้ ที่วัดเขาไผ่จังหวัดระยอง ลูก ศิษย์ท่านนี้นำไปบูชาเพียง 1 วันก็กลายเป็นพระธาตุ อีก 1 องค์หลวงพ่อท่านกล่าวชมและบอกต่อว่า ความจริงน่าจะได้มากกว่านั้น.... และท่านได้กล่าวต่อไปว่า การที่ชานหมากจะกลายเป็นพระธาตุช้าหรือเร็วนั้น เกี่ยวกับการบูชาตามกำลังใจ อยู่ที่กำลังใจนะ....

คราวนี้มาถึงการแจกชานหมากของหลวงพ่อที่สายลมบ้าง หลวงพ่อท่านเล่าว่า...
เมื่อเช้านี้ที่ปทุมธานีตอนเช้าตรู่ หลวงพ่อปานท่านมาบอกว่าให้ขอสมเด็จองค์ปฐมว่า ชานหมากนี่ขอเป็น ชาตรี นำหน้า สมเด็จองค์ปฐมท่านมาบอก เมื่อขณะหมอให้น้ำเกลือท่านบอก ความจริงฉันก็ซุกทุกอย่างแล้วนะ คราวนี้ขอนำหน้าก็ขอให้อยู่หน้า ฉะนั้นอย่างพระหางหมากนี่ ท่านก็ซุกไว้แล้วใช่ไหม และมีเรื่องของคนที่อยู่ที่พิษณุโลกขับรถปิคอัพชนรถ 10 ล้อ ก็ปรากฎว่าแคล้วคลาดปลอดภัยไม่มีอันตรายใดๆ แม้แต่รอยถลอกครับ

ส่วนอีกท่านหนึ่งท่านป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับการปวดขา ตอนแรกท่านอาราธนามาทำน้ำมนต์ก็กลัวจะหายช้าก็เลยจัดการ เคี้ยวชานหมากหลวงพ่อหมดทั้งเม็ดเลย ปรากฎว่าเห็นผลทันตาสามารถเข้าส้วมงอขาได้ ขางอได้และเจ็บเพียงนิดหน่อยเท่านั้นเอง.... และหลวงพ่อท่านได้กล่าวอีกว่า ชาน หมากชาตรีนี้...จะเป็นเรื่องลาภก็ได้ รักษาโรคก็ได้ ป้องกันก็ได้ ถ้าเก็บไว้ให้ดีในที่ใสๆ ต่อไปอาจจะเป็นพระธาตุ (อันนี้เป็นอย่างเบา) ถ้าเต็มที่จะกลายเป็นพระธาตุแก้ว

ผู้ถามจึงเรียนถามหลวงพ่อว่า ชานหมากคราวนี้จึงมีผลสมบูรณ์แบบ
หลวงพ่อท่านตอบว่า ใช่ๆ ท่านทำแรงมาก ไม่เคยทำไว้เลย

และถ้ากลัวว่ากินเพื่อรักษาโรคจนหมดก็จะเสียดายกัน ท่านจึงตอบว่า ให้เอาพลาสติกห่อซะ (น๊อตคิดว่านะจะหมายถึงเลี่ยมพลาสติกอ่ะนะคับ..) แล้วก็แช่ทำน้ำมนต์ ถ้าทางที่ดีนะหุ้มพลาสติกห้อยคอหน่ะดีมาก ใส่ไว้นะจะมีประโยชน์ ประโยชน์หลายอย่าง....

http://board.palungjit.com/f127/***%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%B2-%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A-***-236398-124.html#post3624132

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.217.*) [3 Sep 2011 10:01] #1828478 (11/84)


(N)


รวมๆ พระที่สะสมมาครับ .. พระคำข้าว

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.217.*) [3 Sep 2011 10:03] #1828482 (12/84)


(N)


ต่อ.........เป็นโซนเนื้อผงครับ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.217.*) [3 Sep 2011 10:08] #1828492 (13/84)


(N)


พระคำข้าวถุงเดิมๆ แต่วัดสมัยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ จำนวน 5 องค์ ทำบุญสังฆทานหลวงพ่อชุดละ 500 บาท จะได้แจกเป็นชุดนี้มา ( ชุดนี้มีพระคำข้าวรุ่น 2พิมพ์ แขนจุด บัวหลายจุด 1 ถุง)

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.217.*) [3 Sep 2011 10:11] #1828497 (14/84)


(N)


พระคำข้าว ติดพระธาตุ 1 องค์ และ 5 องค์ พระคำข้าวปิดทองเดิมจากวัดครับ


ประวัติพระคำข้าวรุ่นพิเศษ


พระคำข้าวรุ่นพิเศษ ปลุกเสกในวันเป่ายันต์เกราะเพชร ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ มี ๓ แบบ


แบบที่ ๑ ด้านหน้าเป็นรูปพระพุทธชินราช(สมเด็จองค์ปฐม)แบบเดียวกับรุ่น ๑ มีพระบรมสารีริกธาตุ บรรจุด้านหน้า ๕ องค์ ด้านหลังบรรจุผงคำข้าวและมีรูปยันต์เกราะเพชร มีสองแบบคือยันต์เกราะเพชรที่ปั๊มแบบจมลงไป กลับเป็นแบบนูน เรียกง่ายๆว่าเป็นพิมพ์ยันต์จมกับยันต์นูน และเท่าที่น๊อตสังเกตุรู้สึกว่ารุ่นที่เป็นยันต์นูน รูปองค์พระที่เป็นสมเด็จองค์ปฐม ขนาดจะใหญ่กว่า แบบยันต์จมเล็กน้อยครับ หุหุ...


แบบที่ ๒ ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อ มีพระธาตุบรรจุอยู่ ๑ องค์ ด้านหลังบรรจุผงคำข้าวและมียันต์เกราะเพชร

แบบที่ ๓ ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อ ด้านหลังบรรจุผงคำข้าวและมียันต์เกราะเพชร

จำนวนการสร้าง ไม่ทราบจริงๆครับ แต่คิดว่าจำนวนไม่มากเท่าไหร่ และเคยได้ยินประวัติมาว่า พระคำข้าว(และวัตถุมงคลต่างๆของหลวงพ่อ) จะมีเทวดาประจำองค์พระคอยปกปักรักษาอยู่ทุกองค์ แต่ถ้าเป็นรุ่นที่ติดพระธาตุหรือพระบรมสารีริกธาตุแบบนี้จะมีเทวดาระดับพรหม เป็นผู้ปกปักรักษาหน่ะครับ พอดีน๊อตได้ยินมาแบบนี้ ถ้าหากผิดพลาดประการใด ต้องขอขมา และขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ


วิธีการอาราธนาพระคำข้าว

คำอาราธนา ให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหมด รวมทั้ง เทวดาและพรหม ครูบาอาจารย์ทั้งหมด มีหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อ.เสนา จ.อยุธยา เป็นที่สุด แล้วตั้งนะโม ๓ จบ ปฎิบัติตามปกติว่า อิติปิโส ๑ จบ หลังจากนั้นให้อธิษฐานเอาตามความประสงค์ เมื่ออธิษฐานแล้ว ปลุกด้วยคาถาปลุกพระของหลวงพ่อปานว่า


“ อิทธิฤทธิ พุทธะนิมิตตัง ขอเดชะ เดชัง ขอเดชเดชะ จงมาเป็นที่พึ่ง แก่มะอะอุนี้เถิด”


สำหรับพระคำข้าวทำได้ยากมาก เพราะต้องเสกข้าวที่มีรสอร่อยที่สุดออกจากปากนำมาเสก ทำอย่างนี้ครบ ๓ เดือนแล้วจึงทำเป็นผง แล้วนำเข้าพิธีพุทธาภิเษกอีกวาระหนึ่ง

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.217.*) [3 Sep 2011 10:15] #1828507 (15/84)


(N)


ติดตามอ่านกันได้ ประสบการณ์วัตถุมงคล หลวงพ่อฤาษีลิงดำ(พระราชพรหมยาน) วัดท่าซุง หรือใครมีประสบการณ์ก็นำมาเล่าสู่กันฟังได้นะครับ

ตามลิ้งนี้เลย ก๊อปลิ้งไปวางเลยครับ

http://board.palungjit.com/f127/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%96%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%87-223202.html


พระหางหมาก ที่สะสมไว้ครับ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.217.*) [3 Sep 2011 10:18] #1828512 (16/84)


(N)


เหรียญของขวัญวันเกิด รุ่น ต่างๆ และ เหรียญกูผู้ชนะ เหรียญไพรีพินาส เลี่ยมพร้อมผ้ายันต์มหาพิชัยสงคราม

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.217.*) [3 Sep 2011 10:24] #1828522 (17/84)


(N)


รวมๆ ครับ

รูปลักษณะก็เป็นดาว ๖ แฉก เป็นเข็มกลัดไว้ติดเสื้อ
แจกครั้งแรกเมื่องานเป่ายันต์เกราะเพชรครั้งที่ ๕ ถึงครั้งที่ ๑๐


ครั้งที่ ๕ วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๒๘ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๑๒
ครั้งที่ ๖ วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๒๙ ขึ้น ๕ ค่ำเดือน ๙

รายละเอียดของเข็มกลัดดาว 6 แฉก แจกครั้งแรกเป็นที่ระลึกในงานเป่ายันต์เกราะเพชรครั้งที่ ๕ วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พศ.๒๕๒๘ จนถึงงานเป่ายันต์เกราะเพชรครั้งที่ ๑๐ เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๑ สำหรับผู้ที่บูชาติดตัว พุทธคุณเหมือนได้รับการเป่ายันต์เกราะเพชร จะมีอานุภาพดังนี้
๑. จะไม่ตายโหงอย่างเด็ดขาด
๒. จะไม่ถูกคุณผี คุณคน จะป้องกันอันตรายที่บุคคลทั้งหลายทำมาด้วยวิชาการต่างๆ
๓. จะไม่ตายด้วยพิษของสัตว์มีพิษ เป็นต้น

ครั้งที่ ๗ วันที่ ๓ มกราคม ๒๕๓๐ ขึ้น ๕ ค่ำเดือน ๒
ครั้งที่ ๘ วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๓๐ ขึ้น ๕ ค่ำเดือน ๑๐
ครั้งที่ ๙ วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๓๑ ขึ้น ๕ ค่ำเดือน ๓
ครั้งที่ ๑๐ วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๓๑ ขึ้น ๕ ค่ำเดือน ๗

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.217.*) [3 Sep 2011 10:28] #1828528 (18/84)


(N)


วัตถุมงคลของหลวงพ่อ ถ่ายรวมๆกันครับ อาทิ รูปปหล่อลอยองค์ รุ่น 4 เหรียญทำน้ำมนต์ พระไฟลวกมือ พระกลีบบัว เหรียญมหาลาภ ฯลฯ


เหรียญทำน้ำมนต์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำวัดท่าซุง ปี 2532

" หลวงพ่อบอกเหรียญทำน้ำมนต์ กันและแก้ได้ทุกอย่างแล้ว แต่จะอธิฐาน "

สมมุติว่า ถ้าเกิดสงครามใช้อาวุธนิวเคลียร์,เคมี,แก๊สพิษ,ชีวะภาพ จะทำให้สารพิษกระจายไปทั้งในน้ำและในอากาศทำให้น้ำและอากาศเต็มไปด้วยสารพิษ

ท่านให้เอาเหรียญนี้ใส่ก้นแท้งค์น้ำสารพิษต่างๆ จะเข้ามาไม่ได้ และยังเป็นน้ำมนต์วิเศษรักษาโรคได้ทุกชนิดแล้ว แต่จะอธิฐาน


วิธีการอาราธนาเหรียญทำน้ำมนต์

ตั้ง นะโม 3จบ ท่อง อิติปิโส ทั้ง 3 ห้อง (อิติปิโส... สวากขาโต... สุปฏิปันโน...) 7 จบ
และท่อง นะ มะ พะ ธะ (พร้อมทั้งกำหนดลมหายใจเข้า-ออกด้วยจะดีมาก) 15 จบ แล้วอธิษฐานตามความปรารถนา แต่จะมีผลเฉพาะผู้ที่มีความเคารพในพระรัตนตรัยเท่านั้น แล้วนำน้ำมนต์ไปประพรม อาบหรือดี่มกินได้

ตอนพุทธาภิเษกเหรียญทำน้ำมนต์ เหรียญทำน้ำมนต์ รูปหลวงพ่อฤาษีลิงดำวัดท่าซุง ปี 2532

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระโพธิ์สัตว์ พระอรหันต์พรหมและเทวดาทุกๆ พระองค์จะนั่งหลับตาเข้าสมาธิกันหมดโดยไม่ใช้พลังทั้งสิ้น... ต่างกับวัตถุมงคลอื่นๆ ทุกๆพระองค์จะใช้พลังแสงพุ่งออกจากกายที่สำคัญและพิเศษที่สุดคือ เหรียญทำน้ำมนต์ นี้ถือเป็นเหรียญเดียวที่สามารถคลายกฎแห่งกรรมได้ (ปกติกฎแห่งกรรม ไม่สามารถคลายหรือลดได้)

" หลวงพ่อบอกเหรียญทำน้ำมนต์" กันและแก้ได้ทุกอย่าง แล้วแต่จะอธิฐาน "

จำนวนการสร้าง ไม่ทราบจำนวน ทราบแต่ว่าสร้างได้คราวละไม่เกิน 1,000 เหรียญ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.217.*) [3 Sep 2011 10:31] #1828533 (19/84)


(N)


ประวัติการสร้างพระรุ่นไฟลวกมือ ปี 2508

สร้างเมื่อปี 2508 สมัยที่หลวงพ่ออยู่วัดปากคลองมะขามเฒ่า เป็นพระรุ่นแรกที่หลวงพ่อสร้างหลวงพ่อได้เล่าเรื่องการสร้างพระรุ่นนี้ไว้ใน
หนังสือเรื่องจริงอิงนิทาน เล่มที่ 1 ตอนที่ 21 เรื่อง กฎแห่งกรรม หน้าที่ 110 ว่า....

เมื่อปี พ.ศ. 2510 ขอโทษ ปี พ.ศ. 2509 ตอนนี้อาตมาอยู่จังหวัดชัยนาทแล้ว มาอยู่ที่วัดโพธิ์หลังจังหวัดชัยนาทมาหลายปี มาก็พบของดี พระดีเยอะสายเหนือนี่ สายเหนือของภาคกลางมีพระดีเยอะ เยอะตรงไหนล่ะ แหม ห่มจีวรคร่ำตั้งหน้าตั้งตาเป็นอาจารย์วิปัสสนา แต่ว่าไอ้กิเลสสามนี่แกไม่ทิ้งหรอก แกใส่ปุ๋ยเสมอ คือ โลภะ โทสะ โมหะ ไอ้ที่ดีจริงๆ ก็พอจะมีนะ แต่คลำไม่ค่อยพบ ท่าทางภายนอกนี่ดีมาก แต่ว่าถ้าอยู่ใกล้ไม่ไหว ยังงี้ไม่ไหว ครูบาอาจารย์สอนมานี่ ไม่เคยพบแบบนี้ นี่พูดกันจริงๆ ไม่ใช่นินทา พระเห็นกันจริงๆ สายเหนือนี่ รู้สึกว่ามีการสะสมมาก บางทีแสดงลีลาต่างๆ คล้ายๆ ว่าจะเป็นพระอรหันต์ แต่ว่าเข้าใกล้จริงๆ แล้วพ่อเจ้าประคุณ หันจัดจริงๆ ปีนั้นวัดปากคลองมะขามเฒ่า ปี 2507 ปลายปีทางวัดคลองมะขามเฒ่านิมนต์ให้ไปอยู่ด้วย ไปช่วยกัน วัดนี้มีชื่อเสียงมากก็อยากจะไปดู ก็บอกแล้วนี่ มาสายเหนือนี่มาดูพระ ไม่ใช่มาอาศัยใคร อยากจะรู้เนื้อแท้ของพระ พระสงฆ์นะ ไม่ใช่พระพุทธ พระพุทธไม่ต้อง ดูเนื้อองค์ไหนก็ใช้ได้หมด ปลุกเสกหรือไม่ปลุกเสกก็ใช้ได้ ถ้าเวลาไหว้เรานึกถึงพระพุทธเจ้าแล้วไม่ผิดสักองค์ ไหว้แล้วได้บุญเหมือนกันหมด เสกก็ได้บุญ ไม่เสกก็ได้บุญ นี่เราได้เป็นบุญนะ ถ้าหากจะใช้ให้พระหาหวย ใช้พระพุทธรูปค้าขาย ใช้พระพุทธรูปช่วยเลื่อนยศ นั่นมันอีกเรื่องหนึ่ง นอกขอบเขตของพระพุทธเจ้า ไม่เกี่ยว ทีนี้ว่ากันถึงพระสงฆ์ ปีนั้น อาตมาย้ายมาอยู่ปากคลองมะขามเฒ่า ก็อย่างว่านั้นแหละ มาอยู่เพื่อนดูพระ ถ้าหากว่าดีจริงๆ ก็จะช่วยส่งเสริมในการก่อสร้าง แล้วก็เจริญศรัทธา ทีนี้ ท่านดีหรือไม่ดีประการใดไม่พิจารณาไม่พูดให้ฟังแต่เรื่องที่มันเกิด
เรื่องที่มันเกิดนี่ ดีกว่าคนอื่น เกิดกับอาตมาเองเพราะเป็นคนมีบุญอย่างนี้ เราเรียกว่าบุญใหญ่ บุญบาป เอาฟางผูกหางควาย เอาไฟจุด เมื่อสมัยเป็นเด็กๆ
ขณะนั้นเริ่มทำพระเป็นครั้งแรก พระเครื่องนี้ละ คิดว่าตัวอีกไม่ช้าก็จะตาย รู้เวลาเพราะเขาบอกเวลาไว้ เวลานี้เขาต่อไปเสียอีกหน่อยแล้วชักจะตายไม่ลง แบบหลวงพ่อปาน ขยับท่าจะตายทีไรก็ต่อให้ทีละนิดๆ เลยไม่รู้จะตายเมื่อไหร่กันแน่ เมื่อรู้เวลาว่าจะตาย ว่าปีนั้นปีนี้จะตาย ไอ้ตอนตายลงไปนี่ น่ากลัวจะไม่มีเงินทำศพ เพราะสตางค์ติดกระเป๋ามันไม่ค่อยมี นี่บางวันนะ จะซื้อน้ำแข็งยังไมมีเงินเลย วันหนึ่งมีเงิน 10 บาท ยายขอทานมาขอ ดันขอ 10 บาท แหมไอ้เราจะบอกไม่มีก็ไม่ได้ มันมีอยู่ 10 บาทพอดี ก็เลยให้ไปหมด นี่เป็นยังงี้ บางคราวก็มีถึงสามสี่ร้อยบาทก็มี แต่บางคราวนะ ไม่ใช่ทุกวัน แต่มันก็อยู่ในกระเป๋าไม่นานมันก็ไปเที่ยวเสียอีก ช่างมัน พระอย่างเรานี่ใครขืนเอาแบบฉบับ จัญไรกินหัวเท่านั้นแหละเวลาจะตายหนี้ก็ท่วมหัวมาก
วันนั้นก็ดำริจัดทำพระขึ้นมีพระช่วย เป็นพระเนื้อตะกั่วสีขาว ไม่ได้พิจารณามันหรอกว่าเนื้อมันจะเหมือนชาวบ้านเขาหรือไม่ ใครเขาจะนิยมหรือไม่นิยมก็ช่าง พระสีขาวนี่ทำอยู่ 3 เดือน ปลุกอยู่ 3 เดือน เวลาปลุก เลิกทีไรหมาหอนกลับทุกที เวลาจะเริ่มปลุกเสร็จหมาหอนออก อันนี้ไม่พูดหรอก จะเป็นอานุภาพยังไงก็ช่าง ไม่อยากจะแจกใครเพราะว่าพระไม่สวย เก็บไว้เวลาตาย ถ้าเวลาตายเขาทำศพไม่มีเงินทำศพจะได้เอาพระแจก ใครทำบุญบาท สองบาทก็จะได้ซื้อฟืนเผาศพให้ไหม้ไป พระนี่มีไม่มาก ขณะที่ทำเมื่อทำพระตะกั่วไม่พอก็จะทำพระเงิน ไปซื้อเครื่องเป่าเงินมา แล้วมันก็ใช้เป็นซินเป็นยังงั้น พอตั้งท่าเท่านั้นแหละ ไผไหมมือ ความจริงเมื่อตอนกลางคืนที่จะถึง หลวงพ่อปานมาบอก บอกว่าเวลาพรุ่งนี้ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงฤกษ์ของเธอดีมาก พระที่เคยมาช่วยทำพระ เคยซื้ออาหารเลี้ยง ซื้ออะไรเลี้ยงไม่ต้อง อาหารการบริโภคมาก จะมีคนนำมาให้ แต่บ่าย ตั้งแต่ 1 โมงไปแล้วอย่าทำอะไรเกี่ยวกับการเสี่ยง จะมีเคราะห์ร้ายมาก ลืมไป ตอนเช้า มีคนเขาเอาอาหารการบริโภคมาเลี้ยงพระกันอิ่มหนำสำราญ ตอนบ่าย ลืมไป ตั้งท่าเป่าเงิน จะหลอมเงินทำพระ ไฟมันก็ติดมือขึ้นมาน่ะซี สลัดไปทีแรกมันก็ไม่ดับ สลัดอีกทีดับปั๊บ ปรากฏว่าหนังมือทั้งมือ มือขวาถลกลงไปหมดเลย ไปห้อยอยู่ปลายนิ้วหมด ทั้งข้างหน้าข้างหลัง ไอ้ไฟนี่มันร้ายจริงๆ เร็วมาก แต่ไม่รู้สึกเจ็บ ขณะที่ไฟดับก็เห็นความแก่ตัวนั้น ในสมัยเมื่อเป็นเด็กๆ อายุสัก 7 - 8 ขวบ เอาฟางผูกหางมันแล้วก็เอาไฟจุด มันก็วิ่งโชนเพราะความร้อน เห็นเจ้าควายตัวนั้นวิ่งผ่านหน้า ก็เลยทราบว่านี่กฎของกรรมเก่ามันสนองเข้าแล้วในชาตินี้ เป็นความดี สมน้ำหน้าที่ทำกับควาย

โดยคุณ wiwat666 (39) (210.86.135.*) [3 Sep 2011 10:40] #1828563 (20/84)

โดยคุณ วินัย (445) (223.205.165.*) [3 Sep 2011 10:46] #1828567 (21/84)
สวยๆแจ่มๆของดีหายากทั้งนั้นเลย

โดยคุณ bangbai (2250) (136.2.1.*) [3 Sep 2011 12:11] #1828701 (22/84)
โอ้ว ยอดเยี่ยมมากๆนะครับ ขอแบ่งสักองค์ครับ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.216.*) [3 Sep 2011 14:18] #1828885 (23/84)
พี่ bangbai ขอแบ่งองค์เดียวเองหรือครับ

โดยคุณ กำนันไก่ต๊อก (134) (14.207.173.*) [3 Sep 2011 18:54] #1829236 (24/84)


(N)
พระสวยสุดยอดครับท่าน

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.219.*) [3 Sep 2011 19:15] #1829257 (25/84)


(N)


ร่วมพูดคุยแบ่งบัน ความรู้ กันได้นะครับ ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่าน ผ่านมาแม่ฮ่องสอน แวะมาทักทายกันได้ครับ

จากภาพสถานที่ท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน ทุ่งบัวตอง และ ปางอุ๋ง สวยมากๆ บรรยากาศสุดยอดจริงๆทุ่งบัวตองไปครั้งเดียวสวยมากๆ ปางอุ๋งไปรอบที่ 4 แล้วยังสวยไม่เคยเปลี่ยนครับ...

โดยคุณ Little (626) (101.108.182.*) [3 Sep 2011 20:00] #1829323 (26/84)
สุดยอดจริงๆครับ ลูกศิษย์หลวงพ่อท่านนี้
เคยพูดคุยด้วยถึงแม้จะไม่บ่อย แต่ก็พอทราบได้ว่า
เป็นคนดีจริงๆ ขอให้เจริญๆร่ำรวยยิ่งๆขึ้นไปนะครับ

โดยคุณ adminnum (696)(2) (101.51.89.*) [3 Sep 2011 21:30] #1829512 (27/84)
นมัสการหลวงพ่อด้วยความเคารพครับ
ขอบพระคุณคุณศุภกิจอธิคม ด้วยนะครับ ที่นำสิ่งดีๆมาแบ่งปันกันครับ

โดยคุณ Auychai (771) (125.25.98.*) [3 Sep 2011 22:13] #1829610 (28/84)
ยอดเยี่ยมครับ ได้ความรู้มากทีเดียว

โดยคุณ direk1627 (1111) (125.26.16.*) [4 Sep 2011 09:55] #1830111 (29/84)
ผมก็กำลังเก็บของหลวงพ่ออยู่ครับ เกิดช้าไปหน่อยเจอแต่ราคาโหด ๆ ทั้งนั้นเลย เก็บได้ก็ได้แต่รุ่นย่อย ๆ แต่ไม่คิดมากครับ หลวงพ่อก็เสกเหมือนกัน

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.216.*) [4 Sep 2011 13:33] #1830321 (30/84)
ถูกต้องครับพี่ direk1627 ผมก็เก็บพระหลวงพ่อตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน พระหลวงพ่อมีให้เลือกเก็บหลายรุ่น หลักสิบ หลักร้อย จนถึงหลักแสน ( แม้แต่พระใหม่ องค์ละ 10 บาท 20 บาท ที่วัดท่าซุง และ ซอยสายลม หลวงพ่อท่านก็ลงมา เสกให้เหมือนกัน พุทธคุณครบครับ )

โดยคุณ _DomeO_ (3145) (101.108.65.*) [4 Sep 2011 16:28] #1830461 (31/84)
ผมอยากเก็บ"พระปิดตาอุดกริ่ง เนื้อผงและทุกพิมพืที่เป็ฯพระปิดตา" แต่ผมเคยเห็นของเก็กองขายพระปิดตาอุดกริ่ง เนื้อผง พระคำข้าวพระหางหมากที่ตลาดพญาไม้ เลยไม่กล้ามั่นใจที่จะเช่าเก็บเลยครับ
พี่ๆท่านใดมีเทคนิคการดู หรือมีภาพของแท้ แบบเต็มๆชัดๆ ให้ผมชมเป็นองค์ครูได้บ้างครับ..อยากไว้พิจรณามากๆ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.216.*) [4 Sep 2011 19:23] #1830724 (32/84)


(N)


ลองคลิ๊กลิ้งนี้ดูนะครับ

http://www.212cafe.com/freewebboard/view.php?user=wpradee&id=532

ลองเปรีัยบเทียบพระแท้ (รูปที่ 1) และ พระเลียนแบบ ( รูปที่ 2) ดูเนื้อพระ พิมพ์พระ และความคมชัด ผมก็ไม่ได้แม่นหรือ เก่งไปทุกอย่าง เพียงแค่พอเอาตัวรอดได้ นานๆทีก็มีเจ็บเหมือนกัน ถือว่าผิดเป็นครูครับ ขอเพียงหมั่นดูพระแท้ และศึกษาพระปลอม อีกหน่อยก็ชำนาญ....

รูปที่ 1 พระแท้
รูปที่ 2 พระเลียนแบบครับ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.216.*) [4 Sep 2011 19:33] #1830731 (33/84)
สมเด็จพระโฆษาจารย์ วัดสามพระยา กล่าวถึงสมเด็จพระคำข้าว แห่ง วัดท่าซุง
จากหนังสือธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ ๑๒๐ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๓๔ หน้าที่ ๔๕ หัวข้อ “สนทนาที่สายลม”
เรื่อง ยกทรงคุยกับสมเด็จวัดสามพระยา
(ยกทรงเล่าเรื่องให้ฟัง)
“เรื่องสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสามพระยานี่ก็ หลังจากหลวงพ่อกลับไปแล้ว ยกทรงก็นำอาหารไปถวายสมเด็จเป็นประจำ วันที่จะเป่าปลุกเสกวันที่๒๙ ธ.ค. ๓๓ ยกทรงก่อนจะเดินทางไป ท่านก็บอกว่า
นี่ พระสมเด็จมหาลาภคำข้าวของวัดท่าซุงน่ะ ไม่ใช่พระธรรมดานะ
ก็เรียนถามเป็นพระอะไรครับที่ไม่ใช่ธรรมดา
ท่านบอกที่อื่น ๆ ส่วนมากพระล่างปลุกเสกกัน แต่ที่วัดท่าซุงนี่มีพระล่าง คือ หลวงพ่อปลุกเสก เข้าใจไหม
เอ...ไม่รู้ครับ
พระล่างก็หมายถึงหลวงพ่อหลวงปู่ปลุกเสกกัน ท่านอธิบายให้ฟัง พระบนก็หมายความว่า ท่านก็หยุด แทนที่ท่านจะอธิบายต่อ ท่านก็คว้าหมากเอาปูนใส่ แล้วท่านก็ฉัน โอ๊ย ลีลาน่ารักอ่อนช้อย แล้วก็ท่านยืนยันเลยว่าพระมหาลาภคำข้าวรุ่นนี้น่ะ ท่านบอกว่าคงจะไม่ถึงตลอดปี ๓๔ จะหมด เหตุผลก็คือ ท่านบอกว่าอย่างนี้
ฉันจะเล่าให้ฟัง ฉันสร้างตัวอาคารที่อาคารพระปริยัติน่ะ ๙๐ เมตรที่วัดน่ะ เป็นสิบ ๆ ล้านนะ ค่าแรงทั้งหมดน่ะ ๖ ล้านบาท เพราะวัดปากน้ำนี่เขามีของดีอย่างหนึ่งคือ ของไม่แห้ง
ผมถามว่าอะไรครับ ของไม่แห้ง ว่าแล้วคว้าหมากต่อ
ท่านบอกว่า สด ไงล่ะ เจ้าอาวาสเขาชื่อสด ตอนเป็น ๆ ก็สดชื่น พระที่วัดไม่ต้องบิณฑบาต เงินทองไหลมาเทมา เพราะบารมีกรรมฐานธรรมกาย และที่ท่านตายไปแล้วก็ยังสดชื่น พระที่วัดไม่ต้องบิณฑบาต เงินทองไหลมาเทมา เวลาเทศกาลงานกฐินก็มีคนจองล่วงหน้า แล้วท่านก็เลยสรุปว่า เนี่ย เพราะท่านมีดีอย่างหนึ่งคือ ไม่แห้ง รุ่นที่รับพระสมณศักดิ์ ราคาเป็นหมื่นเป็นพัน แต่ว่า... ท่านพูดแค่นั้นท่านก็หันหน้าเอาผ้าเช็ดปาก เอาน้ำบ้วนปากเสร็จแล้วนึกว่าท่านจะเล่าต่อ เปล่า ท่านเอาหมากมากินอีกคำ แล้วท่านก็เลยบอกว่า นี่คุณวีระ(ใหม่ ๆ เรียกยกทรง ตอนนี้ไม่เอาแล้วเรียกคุณวีระเสียแล้ว) คุณน่ะอย่าลืมนะไปวัดท่าซุง ตุนเข้าไปเถอะ แพงแล้วหายากแล้ว หนัก ๆ เดี๋ยวก็ว่า แล้ว หนัก ๆ แล้วท่านก็บอกว่า ต่อไปจะมีคุณค่ามาก ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ท่านบอกให้ตุนไว้ เพราะว่ามีข้างบนลงมาปลุกเสกด้วย ท่านบอกว่าท่านยืนยันอย่างนั้น ที่ท่านพูดเช่นนี้ได้ใครจะว่ายังไงก็ตามแต่ท่านบอกท่านยืนยันอย่างนี้”

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.216.*) [4 Sep 2011 19:35] #1830736 (34/84)
(หลวงพ่อ) ว่าเรื่อยไปเลย
แล้วท่านก็คุยต่อ
“คือว่าอย่างนี้ สมัยที่ฉันหนุ่ม ๆ นะบังเอิญไปที่วัดพระพุทธชินราชที่พิษณุโลก เขาว่าพระพุทธชินราชที่พิษณุโลกนี่นะ มีเทวดามาช่วยมาสร้าง ไอ้ฉันก็นั่งคิด ๆ เพราะตอนนั้นก็ยังหนุ่มอยู่ แหม... ไม่จริงแน่ แต่พอฉันไปวัดท่าซุง ไปที่วิหารแก้ว ๑๐๐ เมตร พอไปเห็นองค์พระพุทธชินราช ฉันเลยต้องบอกว่าฉันเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเทวดามีจริง มาสร้างมาช่วย อย่างที่วัดท่าซุงนี่ไม่ใช่วัดธรรมดา เป็นวัดล่างวัดบน แล้วท่านก็บอกว่า เนี่ย ฉันจึงยอมเชื่อว่าวัดท่าซุงนี่ ถ้าไม่มีข้างบนมาช่วยนะ ไม่มีทาง ท่านบอกไม่มีทาง”
(หลวงพ่อ) มี ทางมี แต่ไม่มีกุฏิ
“หลวงพ่อเถียงสมเด็จ ฯ เหรอ”
ไม่ใช่เถียงสมเด็จ เถียงยกทรง ทางน่ะมี เพราะไม่มีวิหารจะสร้าง ไม่มีเงินสร้างมีทางเยอะแยะ เดี๋ยวนี้สิไม่มีทาง
“เมื่อก่อนมีทางใช่ไหมครับ”
ใช่
“แล้วท่านก็เลยบอกว่าที่วัดท่าซุงน่ะมีข้างบนเขามาช่วยเต็มที่ ทั้งพระทั้งเทวดา ฉันเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น วัดนี้นะต่อไปจะมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง (ท่านแนะนโยบายว่า) การที่จะไปทำบุญกับหลวงพ่อฤๅษีวัดท่าซุง เราต้องมีเหลี่ยมกับท่านหน่อย เพราะพระองค์นี้ไม่เหมือนพระชาวบ้านชาวเมือง”
เหมือนยังไง คนละคน ไม่เหมือนกันหรอก สมเด็จผอมกว่าฉัน แล้วฉันต่ำกว่าสมเด็จ(หัวเราะ)
“องค์นั้นไม่มีหนี้ องค์นี้เป็นหนี้”
ไม่ก้อยฉันว่าเป็นหนี้ เป็นนะ เป็น
“เขาเรียกว่าเป็นหนี้เงียบ ๆ นะครับ”
ใช่ ๆๆ
“ฉะนั้น ท่านถึงยอมรับว่าเพราะข้างบนข้างล่างมาร่วมกัน งานจึงสำเร็จเรียบร้อย ท่านบอกว่าอย่างนี้ คือว่าถ้าจะไปเช่า จะไปทำบุญหรือจะไปเช่าพระมหาลาภคำข้าวกับหลวงพ่อฤๅษีวัดท่าซุงน่ะ ต้องละเอียดกว่าท่านหน่อย ท่านแนะผมว่าอย่างนี้แล้วท่านก็เรียกลูกศิษย์ผู้หญิงท่านหนึ่ง
“หนู ๆ ๆ เข้ามา ๆ ฝากเงินคุณวีระไป ๕๐ บาท ไปเช่าพระผง แต่เวลาเข้าไปน่ะ ให้เข้าไปทีละ ๑๐ บาท ได้องค์หนึ่ง แล้วก็ถอยออกมาแล้วไปต่อแถวที่เดิมอีกจะได้ ๕ องค์ เพราะว่าเข้าไปทีเดียว ๕๐ น่ะได้องค์เดียว
พอพูดแล้วท่านก็หัวเราะ ท่านดีใจว่าเหลี่ยมดีกว่าวัดท่าซุง
“นี่แหละครับ ความจริงไปคุยทุก ๆ วัน วันละเรื่อง ๆ นะ ที่พูดวันนี้ ก็เพราะว่าเกี่ยวโยงกับพระคำข้าวมหาลาภ พยายามนะ เก็บไว้ องค์ไหนที่รับกับมือหลวงพ่อ องค์นั้นนะเก็บให้ดี ให้ติดกับตัว จะเลี่ยมหรือว่าจะใส่กระเป๋าสตางค์ก็ได้ แยกต่างหาก เพราะว่าท่านไม่ได้แจกองค์เดียว ตอนนี้ยกทรงก็เผลอเถียง ไม่ได้เถียงนะ ค้าน แจกองค์เดียวครับขนาดแจกไปแจกมาทีแรกก็มือแจกนะ หนัก ๆ เข้า ก็ต้องยื่น ๆๆๆ แถมสโลโมชั่น สงสัยจะเหนื่อยนะ เราบอกไม่ใช่ แจกองค์เดียวครับ ท่านก็ยังยืนยัน แต่ความจริงหลวงพ่อมีองค์ปฐมหรือองค์ปัจจุบัน ครับที่สงเคราะหลวงพ่ออยู่ เวลาแจกพระ”

โดยคุณ _DomeO_ (3145) (58.11.41.*) [5 Sep 2011 22:37] #1833398 (35/84)
ขอขอบพระคุณพี่ ศุภกิจอธิคม มากๆีครับ ไว้เจอที่ไหนจะตามเก็บให้ได้ (พระปิดตาพิมพ์ใหญ่อุดกริ่ง ชอบมากๆอยากจะไว้ใช้จริงๆ)

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (182.52.47.*) [5 Sep 2011 23:40] #1833470 (36/84)


(N)


มีดหมอมีดชาตรีด้ามงา สร้างวันที่16 พฤษภาคม พ.ศ.2535 พิธีใหญ่ปลุกเสกพร้อมสมเด็จองค์ปฐมรุ่น.1ครับเป็นพิธีชาตรี
วิธีใช้ ให้อาราธนาพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระอริยเจ้าทั้งหมด พรหมและเทวดาทั้งหมด ครูบาอาจารย์ มีหลวงพ่อปานวัดบางนมโคหลวงพ่อฤาษีฯเป็นที่สุด และท้าวมหาราชทั้ง4
รักษาโรค มีดเตะศรีษะว่าคาถา ทุกขา ทุกขัง ปฏิฐิตัง สัมปติฉามิ
ไล่ผี ชักมีดขึ้นมามันยังไม่ไป ให้เอามีดแตะศรีษะเป่าด้วยคาถา นะโมพุทธายะ

( เพิ่งได้มา ร้อนๆๆ เลยครับ ขอขมาพระรัตนตรัย และ เทวดาที่รักษามีดเล่มนี้ ขอถ่ายรูปมาเพื่อ ศึกษากัน)

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (182.52.47.*) [5 Sep 2011 23:42] #1833472 (37/84)


(N)


หลายๆมุม

โดยคุณ kbananag (931) (27.130.96.*) [7 Sep 2011 21:36] #1836643 (38/84)
บอกได้คำเดียวว่าสุดยอดครับคุณ เจนัย ....

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.222.*) [9 Sep 2011 20:54] #1839729 (39/84)


(N)


สมเด็จองค์ปฐม รุ่น2 เนื้อทองเหลืองชุบทอง
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
วัดจันทาราม (ท่าซุง) จ.อุทัยธานี

เพราะสร้างเพียง 10,000 องค์เศษเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวน
ลูกหลานหลวงพ่อที่มีจำนวนมากแล้ว และมีเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อยๆ
ถือว่าจำนวนพระที่สร้างเท่านี้น้อยมาก แล้วก็หายากมากด้วยครับ

พุทธลักษณะ เป็นพิมพ์พระพุทธรูปปางมารวิชัย มีซุ้มเรือนแก้ว
จำลองมาจากพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐม ขนาดหน้าตัก 4 ศอก
แห่งวัดท่าซุง ซึ่งเป็นองค์แทนสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์แรก (สมเด็จพระพุทธสิขีทศพล ที่ 1 หรือสมเด็จองค์ปฐม )

การสร้าง สร้างด้วยเนื้อทองคำบริสุทธิ์ จำนวน 80 องค์ เนื้อเงินบริสุทธิ์ จำนวนประมาณ 1,000 องค์ และเนื้อทองเหลืองชุบทอง จำนวนการสร้างประมาณ 10,000 องค์เศษ รุ่นนี้หลวงพ่อได้สั่งให้ช่างถอดกริ่งพระออก โดยมีดำริดังนี้....

ขนาดขององค์พระ ขนาดฐานกว้าง 1.75 ซม. ขนาดความสูง 3.3 ซม.

ก่อนที่จะเริ่มพิธีพุทธาภิเษกหลวงพ่อกล่าวเอาไว้ว่า....

" วันนี้ มีพระหางหมากอยู่แสนองค์ พระพุทธรูปองค์ปฐมองค์เล็กๆมี 14,400 องค์ อย่าแย่งกันนะ ท่าจะไม่พอ... แต่ว่าไม่มีกริ่งนะ...
ทั้งนี้เพราะอะไรเพราะว่า ถ้ากริ่งถ้ามี... แทนที่จะดีกลายเป็นปรามาส
พระรัตนตรัยไป เขย่า....ดีไม่ดี เล่นไปเล่นมาลงนรกไปเลย... "

และเท่าที่พอจะทราบ คือว่าภายหลังจากพิธีพุทธาภิเษกเสร็จ
หลวงพ่อยังกล่าวให้ลูกหลานฟังว่า....

"ผู้มีสมเด็จองค์ปฐมไว้บูชา หากใครก็ตามไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ก็ดี
อมนุษย์ก็ดี หรือสัตว์ร้ายก็ดีมีจิตคิดร้ายกับเราจะร้อนรุ่มจนทนไม่ได้
ต้องถอยไปในที่สุด"

และยังสามารถป้องกันอาวุธวิทยาศาสตร์ได้หลายชนิด อาทิ นิวเคลียร์,สารเคมี,ก๊าซพิษ,ก๊าซชีวะภาพ,ฝนกรดและโรคระบาดทุกชนิด
นี่เป็นอานุภาพของสมเด็จองค์ปฐมซึ่งเป็นองค์ต้นของพุทธศาสนา
ที่บำเพ็ญบารมีถึง 40 อสงไขยแสนกัป

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.222.*) [9 Sep 2011 20:54] #1839732 (40/84)


(N)


เพิ่มรูปครับ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.218.*) [14 Sep 2011 17:41] #1849800 (41/84)


(N)


มีดหมอชาตรี ด้ามงาฝักงา พิธีเสาร์ ๕ ๘ ก.พ.๒๕๓๕ ยาวรวม 8 นิ้ว เป็นของ หลวงพี่พระใบฏีกาประทีป อัตถทัสสี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดจันทาราม (ท่าซุง) ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี

ประวัติพระใบฎีกาประทีป

http://www.watthasung.com/wat/viewthread.php?tid=1353

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.218.*) [14 Sep 2011 17:42] #1849805 (42/84)


(N)


เชิญชมครับ...

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.218.*) [14 Sep 2011 17:43] #1849806 (43/84)


(N)


เพิ่มรูป.....

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (180.180.218.*) [14 Sep 2011 17:44] #1849807 (44/84)


(N)
....

โดยคุณ กรประเสริฐ (221) (58.8.211.*) [7 Nov 2011 14:47] #1940448 (45/84)

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (118.172.11.*) [15 Jan 2013 11:33] #2640443 (46/84)


(N)


เปรียบเทียบ วิธีดูพระคำข้าวรุ่น 1 และ พระคำข้าวรุ่น 2 เบื้องต้นครับ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (118.172.11.*) [15 Jan 2013 11:34] #2640445 (47/84)


(N)


เปรียบเทียบ วิธีดูพระคำข้าวรุ่น 1 และ พระคำข้าวรุ่น 2 เบื้องต้นครับ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (118.172.140.*) [12 Feb 2013 16:03] #2684152 (48/84)


(N)


พระผงวิสุทธิเทพ พิมพ์หนา หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง สร้างปี 2530

พิเศษพิมพ์หนาหายากสร้างน้อย กดพิมพ์ในวัดพระสร้างกันเองจึงรวมมวลสารผงหลวงพ่อมากที่สุด มีจีวรหลวงพ่อด้วย พอพุทธาภิเษกเสร็จหลวงพ่อสั่งให้เก็บไว้ จึงมีไม่มากนักเนื่องจากสร้างน้อยส่วนใหญ่จะได้เฉพาะพระที่วัดและลูกศิษย์

**************************************
ข้อมูลคุณ น๊อต ณ เวปพลังจิต

พระคำข้าวรูปพระวิสุทธิเทพ พิมพ์หนาแก่น้ำมันชาตรี หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุงสร้าง

พระรุ่นนี้สร้างออกมาราวๆปี 2530 ครับมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ ก็คือเป็นแบบพิมพ์บาง และพิมพ์หนา

--- ด้านหน้าเป็นรูปพระวิสุทธิเทพปางพระนิพพาน อักษร บนซ้ายเขียนว่า "พุท" ด้านขวาเขียนว่า "โธ" อักษรที่เหลือเป็นคำว่า "นะ มะ พะ ธะ" เป็นหัวใจของธาตุสี่ หรืออีกนัยนึงก็คือคำย่อของคำว่า "นมัสการพระพุทธเจ้า" เป็นคำที่ใช้ในการฝึกมโนมยิทธิ (ลูกหลานหลวงพ่อคงทราบดี)

--- ด้านหลังเป็นรูปยันต์เกราะเพชร

ส่วนพิมพ์หนานั้นจะเป็นเนื้อผงแก่น้ำมันชาตรี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพิมพ์หนานี้จะมีการผสมเกศาของหลวงพ่อ..มากกว่าพิมพ์บางครับ ทำให้พบเห็นเกษาได้ง่ายกว่าพิมพ์บางครับ และเท่าที่ทราบนอกจากเกศาแล้วยังมีเศษของผ้ายันต์มหาพิชัยสงคราม ผงพระคำข้าว มวลสารที่สำคัญอีกหลายอย่างของหลวงพ่อผสมด้วยครับ

ส่วนสีของน้ำมันชาตรีนั้น เวลาที่ผสมกับองค์พระไปแล้วก็จะมีสีต่างๆ เช่นสีเขียวหยก , สีส้มอ่อนออกเหลือง , สีส้มเข้มออกน้ำตาลไหม้เป็นต้นครับ

สำหรับองค์ในภาพนี้เป็นพิมพ์หนาแก่น้ำมันชาตรี พุทธานุภาพ ก็จะเด่นทางด้านป้องกัน และโชคลาภเป็นหลักส่วนที่เหลือแล้วแต่ลูกศิษย์จะอาราธนาขอบารมีพระท่านสงเคราะห์ครับ

พระวิสุทธิเทพคือเทพที่บริสุทธิปราศจาก กิเลสทั้งปวง อยู่บนพระนิพพานทั้งหมด...

ข้อมูลที่ผมสอบถาม ท่านที่มีข้อมูล พอสรุปได้ดังนี้

เรื่องพุทธคุณก็ครอบคลุมทุกอย่าง หลวงพ่อ บอกว่าพิธีนี้สมบูรณ์ที่สุด (ครั้งที่ 1-8 ไม่เท่า) องค์สมเด็จฯ ท่านเสด็จมา และมวลสารนั้นเยอะมาก ๆ ขนาดเรื่องเกศาอย่างเดียว ครกหนึ่งใส่ทีละเป็นกำก็ว่าได้ ถ้าเป็นรุ่นอื่น ๆ ก็แค่หยิบใส่น้อย ๆ กลัวจะหมด ไหนจะจีวร ผงพุทธคุณ ของพิเศษที่หลวงพ่อเก็บไว้ ฯลฯ ซึ่งพระในวัดช่วยทำกันเองล้วน ๆ หลังเจริญกรรมฐาน ทำได้ประมาณ 10,000 องค์ และก็ผาติกรรมเผื่อตัวท่านเองไม่กี่องค์....

****************************************


อานุภาพน้ำมันชาตรี

น้ำมันสังคโรคหรือน้ำมันชาตรีตำรับหลวงปู่ปาน
ถาม : ..................................

ตอบ : น้ำมันสังคโรคก็คือน้ำมันชาตรีที่ หลวงปู่ปาน ท่านทำ ท่านเอามาให้พวกเราใช้ก่อนน้ำมันชาตรีหลายปี ท่านไม่ได้บอกว่าเป็นน้ำมันชาตรี คือว่าหลวงพ่อท่านกลับไป กลับไป วัดบางนมโค กลับไปเยี่ยมวัดเก่านั่นล่ะ แล้วท่านก็ขึ้นกุฏิเก่าของท่าน ท่านบอกว่าอะไรต่อมิอะไรมันปล่อยรกรุงรังหมด ข้าวของอะไรที่เคยเป็นของหลวงปู่ ที่หลวงพ่อท่านรักษาเอาไว้ดี มันก็ปล่อยกระทั่งฝุ่นจับหยากไย่ขึ้นเละเทะไปหมด
ท่านบอกว่าอะไรก็ไม่ว่าหรอก ไปเจอขวดน้ำมันชาตรีหลงอยู่มันแห้งเกือบจะติดก้นขวดท่านบอกว่าเห็นเข้าก็ดีใจแทบตาย ก็ไปถามเขาบอกว่าขอได้มั้ย ? เขาบอกว่าเอาไปเหอะขวดเก่าๆ น้ำมันชาตรีนี่มีอานุภาพพิเศษก็คือเติมเท่าไหร่ก็ตามอานุภาพยังเหมือนเดิม แต่ท่านไม่ได้บอกเราเพราะว่าอนุภาพของน้ำมันชาตรีถ้าเราสังเกตหลวงพ่อท่านจะเน้นเรื่องรักษาโรค

คำว่าสังคโรคมันแปลว่ารวมทุกโรค คราวนี้น้ำมันชาตรีนี่ท่านจะเน้นทางรักษาโรค เพราะว่าถ้าไม่เน้นคนมันเอาไปใช้นี่ดีไม่ดีเละ เพราะว่าเห็นคาๆ ตามาว่าคนโดน ๑๑ ม.ม. ชนิดที่กระสุนแบนแต็ดแต๋ติดเอวเลย เขาบอกไม่รู้สึกอะไร รู้สึกเหมือนกับตัวเเมงบินมาชน มันได้ขนาดนั้น แล้วลองคิดดูว่าถ้าเกิดคนมันเฮี้ยนขึ้นมามันไม่ตีกันกระจายทั้งบ้านทั้งเมืองหรือ ใครๆ รักจะเป็นนักมวยก็เอา

หลวงพ่อท่านบอกว่าท่านขโมยน้ำมันชาตรีหลวงปู่มาครึ่งขวดยานัตถุ์ขโมยเลย พอหลวงปู่กลับมาถามว่าใครขโมยน้ำมันวะ ? บอกว่าผมเองครับ บอกแล้วมึงขโมยทำไมวะ ? ผมคิดค่าเฝ้ากุฏิครับ (หัวเราะ) ไม่ได้ขโมยค่าเฝ้ากุฏิ เออมีมึงคนเดียวล่ะที่กล้าพูดอย่างนี้ แล้วเสร็จแล้วท่านก็บอกว่าให้ เจ้าอั๋น ลูกศิษย์ที่จะขึ้นชกมวย เจ้าอั๋นเวลาขึ้นชกมวยใช้ชื่อนิตย์ ท่านก็เอาก้านไม้ขีดก้านธูปอะไรนั่นล่ะ จิ้มแล้วเจิมหัวให้มันไป ไปชกชนะน็อคเขามายกสาม ถามมันบอกตอนชกรู้สึกยังไง มันบอกว่าเวลาคู่ต่อสู้เตะมาต่อยมาโดนน่ะโดนจังๆ แต่รู้สึกว่ามันเบาเหมือนไม่มีน้ำหนัก

โบราณท่านถึงได้เรียกน้ำมันชาตรีว่า ลูกเบา โดนอะไรมันเบาไปหมด ไม่เบาได้ยังไงล่ะ ฟูลเมตัลเเจ๊คเก๊ตนะ หัวตันน่ะความเร็ว ๙๕๐ ฟูตต่อวินาที นี่แรงปะทะของมันนี่นักมวยปล้ำตีลังกาแล้วโยมผู้หญิงผอมๆ แห้งๆ โดนเข้าไปเต็มเอวแบนเเต๋ติดอยู่อย่างกับประเภทเอาดินเหนียวไปแปะเลยล่ะ นั่นล่ะเขาบอกมันรู้สึกเหมือนยังกะแมงมันบินมาชน เราก็ขอดูแผลมันแดงๆ หน่อยเดียวเอง เหมือนยังกับเราเอาอะไรไปขว้างแรงๆ ใส่หน่อยแค่นั้นน่ะ หนังมันเป็นสีแดงๆ

ถาม : อันนี้นี่คือทาไว้ก่อนหรือว่า ?

ตอบ : เขาบอกว่าเขากินวันละช้อน (หัวเราะ) หรืออาจจะเอาอย่าง พี่อาจินต์ ก็ได้ พี่อาจินต์เขากินวันละแก้ว พักเดียวอ้วนปี๋เลย ใครเห็นรูปเก่าๆ หลวงพี่อาจินต์ แหม....หนุ่มน้อยเอวบาง เล่นน้ำมันชาตรีวันละเเก้วพักเดียวล่ะ ตันตึ๊กเลย

ถาม : แล้วเวลาเติมนี่ต้องใช้น้ำมันอะไร ?

ตอบ : จริงๆ แล้วใช้ น้ำมันมะพร้าว ก็ได้ น้ำมันพืชก็ได้อะไรก็ได้ แต่ว่านิยม น้ำมันงา เพราะกลิ่นมันหอม ใช้น้ำมันชาตรีเติมลงไปในน้ำมันใหม่อย่าเอาของใหม่เททับของเก่า ถ้าของใหม่เททับของเก่าของเก่าจะเสื่อมไปด้วย ให้เอาของเก่าเทใส่ของใหม่ ไม่ต้องว่าคาถงคาถาอะไรทั้งนั้นล่ะเทลงไปเฉยๆ ด้วยความเคารพก็พอ

ถาม : หลวงพ่อค่ะทำไมน้ำมันงาแพงจังค่ะ ?

ตอบ : ก็มันอาจจะเป็นเพราะคนใช้น้อย เขาผลิตน้อยมันก็ต้องขายแพงหน่อยไม่งั้นมันไม่คุ้มต้นทุนเขาน่ะ

ถาม : แล้วจะใช้....?

ตอบ : จะกินจะทาอะไรก็ได้ แต่ว่าถ้ารักษาโรคลองเอาแตะเนื้อดูก่อน ถ้าหากว่าร้อนรักษาโรคไม่หาย แต่ถ้าหากว่าปกติหรือหากว่าเย็นโรคอะไรก็รักษาได้

ถาม : เฉพาะคนเหรอค่ะหลวงพ่อ ?

ตอบ : ถ้ารักษาสัตว์นี่เราไม่รู้จะลองยังไง มันบอกว่าเย็นได้มั้ยล่ะ ถ้ามันบอกได้ก็เอา น้ำมันชาตรีเป็นวิชาการที่ทำยากที่สุดตามสายของหลวงพ่อ ต้องรอพระท่านอนุญาตเท่านั้นถึงจะทำได้ ไม่งั้นต่อให้คุณได้อภิญญา ๕ สมาบัติ ๘ อะไรก็ไม่ได้ทั้งสิ้น หลวงพ่อท่านบอกว่าในชีวิตท่านเห็นแค่ ๒ องค์ที่ทำได้คือ หลวงปู่ปาน กับ อาจารย์โภคา ลืมถามท่านไปว่าอาจารย์โภคาอยู่วัดไหนหรือว่าเป็นฆราวาสที่ไหน

สมัยที่เคยได้ยินคำว่าน้ำมันชาตรีครั้งแรกก็ได้ยินจาก ครูเขตร นั้นล่ะ เพราะท่านสอนวิธีตั้งธาตุ ปลุกธาตุ เรียกธาตุเข้าตัวอะไรเสร็จ สอนวิชาเสร็จท่านบอกว่าเสียดายวิชาการปลุกน้ำมันชาตรีท่านทำไม่สำเร็จ ท่านบอกว่าถ้าทำสำเร็จนี่เราจะสร้างแชมป์เปี้ยนโลกกี่คนก็ได้ แล้วเสร็จแล้วพอพระท่านอนุญาตให้ทำหลวงพ่อก็สั่งโรงงานเลย ผลิตมา ๓๐๐ ปี๊บ เข้าพิธีรวดเดียว ๓๐๐ ปี๊บ เพราะฉะนั้นออริจินอลอย่างน้อยก็มี ๓๐๐ ปี๊บ แต่ว่าจริงแล้วมันเติมเท่าไหร่ก็ได้ แล้วท่านก็บอกว่าในชีวิตของข้า หลวงปู่ปานท่านทำได้ ๒ ครั้ง ตัวข้าเองอาจจะทำได้ครั้งเดียวเท่านั้น เพราะว่าต้องรอพระท่านอนุญาต ปรากฏว่าท่านทำได้ครั้งเดียวจริงๆ ไม่ทันจะทำใหม่ก็มรณภาพซะเสียก่อน

น้ำมันชาตรีไม่รู้จะใช้คำว่าอะไร ชาตรีมันก็เหนือกว่าอื่นใด ขืนไปบอกมันว่าชาตรีใช้ได้ขนาดนั้นรับรองมันตีเขากระจายหมดไม่ต้องกลัวใคร หลวงพ่อท่านถึงได้เน้นไปทางรักษาโรค รู้แล้วอย่าเอ็ดไป (หัวเราะ) ไม่งั้นเดียวมันไม่หามามั่ง ต่างคนต่างต่อยครบๆ ยกเหนื่อยลิ้นห้อยมันไม่มีใครแพ้ใครชนะ

ถาม : ของทุกอย่างมันมั่นใจกับตัวของผู้ใช้ด้วยหรือเปล่า ?

ตอบ : อันนั้นมีส่วน เรื่องของน้ำมันชาตรีนี่มันประเภทที่เรียกว่านอกเหตุเหนือผลคือถ้าคุณใช้อานุภาพก็มี

ถาม : แล้ววัตถุมงคลด้วยรึเปล่าค่ะ ?

ตอบ : วัตถุมงคลนี่สำคัญอยู่ที่กำลังใจ ถ้ากำลังใจเปิดรับมากเท่าไหร่มีผลมากเท่านั้น แต่ว่าน้ำมันชาตรีนี่ ประเภทที่เรียกว่าคำว่าชาตรีนี่คงตั้งใจสงเคราะห์โดยตรงละมั้ง หลวงพ่อท่านบอกว่าก่อนหน้านี้ ท่านเสกของเสกอะไรก็มีชาตรีเหมือนกันแต่ซุกๆ อยู่ข้างใน นี่คราวนี้ว่าตั้งแต่ยุคนั้นมานี่ชาตรีนำหน้า เตรียมไว้ให้ตีกับชาวบ้าน

ถาม : เรื่องที่ว่าเปิดรับนี่หมายความว่า...?

ตอบ : คือ จิตใจของเราเคารพ มีการอาราธนาเป็นปกติ เป็นสมัยของเรานี่ไม่ต้องเสียเวลาเสกน่ะ ถึงเวลาก็กรอกเติมไปเรื่อย

สนทนากับพระเล็ก สุธมฺมปญฺโญ
เดือนเมษายน ๒๕๔๕
ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (118.172.140.*) [12 Feb 2013 16:12] #2684166 (49/84)


(N)


........ประสบการณ์น้ำมันชาตรีจากเวปพลังจิตครับ........

Originally Posted by pheemawat View Post
มีประสบการณ์น้ำมันชาตรีมาเล่าให้ฟังครับ เพื่อนผมขับรถ honda city ตัวใหม่ ไปชนท้าย รถtoyota ป้ายแดง รุ่นไหนจำไม่ได้ ปรากฎว่ารถ toyota คันนั้นบุบไปเยอะพอสมควรครับ แต่รถ honda city ของเพื่อนไม่เป็นอะไรเลยครับ รถของเพื่อนคันนี้เจิมด้วยน้ำมันชาตรีทั้งคันครับ และมีวัตถุมงคลหลวงพ่อฤาษี พร้อมกับผ้ายันต์มหาพิชัยสงครามและผ้ายันต์เกราะเพชร บูชาอยู่ในรถครับ และสุดๆ คือป้ายทะเบียนรถ พระครูปลัดอนันต์ท่านอธิษฐานจิตเชิญครูบาอาจารย์ และเจิมด้วยน้ำมันชาตรีให้ครับ สุดยอดครับ

***************************************

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (118.172.161.*) [14 Dec 2013 08:48] #3124042 (50/84)


(N)


คลิปเสียง หลวงพ่อ ปรารภ พระคำข้าว ฉบับสมบูรณ์
ขออนุญาตนำคลิปเสียงหลวงพ่อที่คุณหมอเทวดานำมาลงให้ฟังกันครับ...พระคำข้าวมหาลาภเป็นเรื่องของลาภผลของแต่ละบุคคลที่จะพึ่งมีในอนาคตมากน้อยแค่ไหน ตามกำลังบุญของทานบารมีแต่ละบุคคล.ที่จะคิดได้ทำได้และรักษาไว้ได้.คำปรารภคำพุดต่างๆของพระอรหันต์บารมีเต็ม16 อสงไขยไม่มีผิดแน่นอน...แล้วแต่ลาภผลของใครจะทำมาแค่ไหนแล้วล่ะ
(ท่านพูดไว้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ในหนังสือธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ ๑๒๓ ประจำเดือนพฤษภาคม หน้า ๑๕)
อีก 30 ปีท่านพุดไว้ตั้งแต่ปีพ.ศ.2534 พระคำข้าวจะมีค่าบูชาหลายหมื่น นี่ก็ผ่านมาแล้ว 21 ปี ตั้งแต่นี้เป็นตนไป1-9 ปีนี้จะมีเหตุการณ์สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ก็ประมาณไม่เกินปี พ.ศ. 2564 ...ท่านพูดไว้ดังนี้-หลวงพ่อ: ...." ก็ก่อนจะทำ (ทำพระคำข้าว) พระพุทธเจ้าท่านบอกแล้วให้ทำ บอกให้มันรวยทั้งวัดทั้งบ้าน คือว่าเอาไปขึ้นราคานิดหน่อยใช่ไหม 100, 200 ไม่หนักนัก อีก 30 ปีหลายหมื่น
- ผู้ถาม: เฉพาะพระคำข้าวนี่หรือครับ?
- หลวงพ่อ: ใช่ขอยืนยัน "

จำหน่ายพระคำข้าว
ผู้ถาม : กราบเท้าหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง คือหนูบูชาพระคำข้าว พระหางหมาก จากวัดท่าซุงก็ดี ซอยสายลมก็ดี ก็องค์ละ 10 ทีนี้หนูเอาไปให้เพื่อนบ้าง ให้คนโน้นบ้าง ก็บอกว่านี่เราก็กันเองน่ะ 100 เดียวนึกว่าเป็นค่ารถค่าอาหารก็แล้วกัน มา 2-3 วันนี้ใจไม่สบาย ก็เลยเอ๊ะนี่เราจะเอาเปรียบเพื่อนมากจะลำบากหรือเปล่า เพราะไปขายเกินโควต้า เลยตัดสินใจเอาที่เกินนั้นมาถวายหลวงพ่อ ขอให้หลวงพ่ออโหสิกรรม
หลวงพ่อ : เออดี ทีหลังเกินบ่อยๆ น่ะ พระเห็นชอบด้วย ความจริงเขาไม่บาป น่ะ ก็ก่อนที่จะทำพระพุทธเจ้าท่านบอกแล้วให้ทำ บอก ให้มันรวยทั้งวัดทั้งบ้าน คือว่าเอาไปก็ไปขึ้นราคานิดหน่อยใช่ไหม 100, 200 ไม่หนัก อีก 30 ปีหลายหมื่น
ผู้ถาม : เฉพาะพระคำข้าวนี่หรือครับ
หลวงพ่อ : ใช่ ขอยืนยัน
(จากหลวงพ่อตอบปัญหา ธัมมวิโมกข์ เล่มพิเศษ ฉบับพิมพ์เผยแพร่ กุมภาพันธ์ 2539 ปกสีแดงเล่มหนาๆ)
ข้อมูลส่วนหนึ่งของพระหางหมาก พระคำข้าว จากหนังสือของ พระปลัด วิรัช โอภาโส
________________________________________
พระคำข้าวองค์แรกวัดท่าซุง
พระประธานวิหาร ๑๐๐ เมตร คือพระคำข้าวองค์แรกของวัดท่าซุง หลวงพ่อเสกคำข้าว แล้วตากแดด สั่งให้ช่างทาคำข้าวทั้งองค์พระประธานในวิหาร ๑๐๐ เมตร ใครมากราบจะได้มีลาภ
ตอนนั้นอาตมาได้บอกให้ช่างเก็บไว้บางส่วน อย่าฉาบหมด พอสร้างวิหาร ๑๐๐เมตรเสร็จ ก็กราบเรียนถามหลวงพ่อว่า”ผม ให้ช่างเก็บส่วนคำข้าวเสกไว้ ไม่ได้ฉาบองค์พระประธานทั้งหมด หลวงพ่อเห็นสมควรว่าจะทำอะไรดีครับ?” หลวงพ่อบอก ให้ทำพระคำข้าวองค์เล็ก พิมพ์เดียวกับพระประธาน ๑๐๐ เมตร
ปลุกเสกครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๓๓ (๑๐๐,๐๐๐องค์) จำหน่ายหมดรวดเร็วมาก
มี คนมาเล่าให้หลวงพ่อฟังว่า แต่ก่อนขายก๋วยเตี๋ยวได้วันละ ๒,๐๐๐ บาท พอได้พระคำข้าว ก็อธิษฐานทุกวัน ขอให้พระคำข้าวช่วยให้ขายดี ต่อมาขายได้วันละ ๗,๐๐๐ บาท
คนที่ไม่มีก็อยากได้ หลวงพ่อก็รอทำในพรรษา ก่อนออกพรรษาจึงจะทำพิธีพุทธาภิเษกได้

รายละเอียดพระมหาลาภ(พระคำข้าว) จาก หนังสือ พ่อสอนลูก
________________________________________
พระมหาลาภ
ทำยากเหลือเกินนะ ต้องเสกข้าวถึง ๓ เดือน เลือกกับข้าวที่อร่อยจริง ๆ ในวันนั้น ท่านสั่ง เดี๋ยวนี้ไม่คำเดียวแล้ว ๕ ถ้วยแล้ว บอก ไม่จำเป็นต้องเคี้ยว คือว่าให้ตักข้าวมา ๕ ถ้วย ถ้วยแก้วนะ แล้วท่านชี้กับข้าว กับข้าวท่านชี้ของท่านเองนะ ไอ้นี่อร่อย ๆ ๆ ๆ ๆ แล้วเสก เสกคาถายาวมาก กว่าฉันจะได้กินข้าวเพล พระเขาอิ่มแล้ว ต้องเสกเดี๋ยวนั้นอย่างนี้ ๓ เดือน แล้วก็ไปทำผง แล้วก็มาเสกใหญ่อีกครั้งหนึ่ง เข้าพุทธาภิเษก
พระ รุ่นไหนก็เท่ากัน คนเสกคนเดียวกัน บางคนคุยบอกว่า รุ่นแรกหลวงพ่ออมจากปากคายมาเลย เคี้ยว ๆ หน่อยคายมาเลย ฉันเลยบอกพระถ้าใครเขาถามรุ่นหลังนะ บอกอมตั้งแต่เช้ายันเย็น (หัวเราะ) วานซืนมาบอกคาถาให้ ๔ ตัวให้อ่าน บอกอ่านไม่ออก ท่านเลยอ่านให้ฟัง บอกใช้เสกตอนเช้าตอนเย็น นี่หนักกว่าอีก รุ่น ๒ นี่หนัก เพิ่มคาถาให้
ปลุก พระนี่แสงไม่เหมือนกัน ถ้าปลุกแก้วเหมือนกันทุกครั้งนะ มาปลุกพระคำข้าวแสงหนาทึบขาว แสงขึ้นหนามาก แต่พระหางหมากนี่ แสงเหมือนกับดวงเทียน ดวงเทียนกับไฟฟ้าใหญ่ ๆ นะ แต่ละองค์สว่างมากไม่เหมือนกัน อานุภาพต่างกันและท่านก็บอกว่า พระหางหมาก นี่หนักในทางป้องกันและสู้...ก็ห้อย ๒ องค์ ตอนเสกต้องเต็มอัตรา คุมอยู่นี่ คุมเลย อารมณ์นี่พลาดนิดไม่ได้ ได้ผลเร็วเป็นอัศจรรย์
ที่ บ้านคุณสมบูรณ์ หลวงพ่อปรารภวันปลุกเสกพระคำข้าว วันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๓๓ คำขึ้นต้น...ศัตรูสลาย..ศัตรูพินาศ...โรคบรรลัย....ลาภ....เสกข้าว ๑๐ บทกว่า...เวลาเสกข้าวเห็นภาพพระพุทธเจ้าชัดอยู่ข้างหน้า ไม่งั้นวางข้าวไม่ได้
แล้วตากแดด...เวลาปลุกเสก มีรัศมีสวยมาก และเป็นคลื่น ไม่เคยเห็นเลย รัศมีขึ้นแบบคลื่นน้ำ แต่ก่อนเป็นรัศมีแบบบาง ๆ
พระ อย่างอื่น ๆ ทำ ๑๐ ชั่วโมง ก็มากแล้ว นี่พระคำข้าวต้องทำ ๓ เดือน ต้องเห็นพระชัด แล้วว่าคาถา ๑๐ บทกว่า บอกวางได้ จึงต้องวางลง ไปที่อื่นต้องทำด้วยทุกวัน จะคอยเข้าพรรษา ไม่ใช่ว่าไปที่อื่นแล้วไม่เอาไม่ใช่นะ ( ๑๘ เมษายน ๒๕๓๓)

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (118.172.161.*) [14 Dec 2013 08:50] #3124048 (51/84)


(N)


เกร็ดความรู้บางอย่างที่หลวงพ่อพูดถึงเกี่ยวกับพระคำข้าว
(คัดลอกบางตอนจากหนังสือ ธรรมปฏิบัติ เล่ม ๙ โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน)

อันดับแรกที่เราจะทำอะไรทั้งหมด ตื่นขึ้นมาใหม่ ๆ นึกถึงพระพุทธเจ้าก่อน นึกถึงด้วยความเคารพ เพื่อหวังพระนิพพานก็ตาม นึกถึงเพื่อขอลาภสักการะก็ตาม ก็ถือว่าเป็นการนึกถึงพระพุทธเจ้าเหมือนกัน อันดับแรกนะ อย่างมี พระคำข้าว- พระคำข้าวน่ะ หนักไปในทางลาภสักการะ อย่างอื่นก็มีหมด แต่ลาภน่ะหนักมาก และก็หยิบขึ้นมาพนมมือ สาธุ ว่า นะโม ตัสสะ ใช่ไหม ว่านะโมตัสสะ ด้วยความเคารพ และอธิฐานว่า วันนี้ต้องการ...(ลาภอย่างไร)
เป็นอันว่า เราอยากจะให้ค้าขายดี ทำราชการดี เมตตาปราณี อะไรก็ตามเถอะ ก็อย่าลืมว่าเวลานั้นเรานึกถึงพระพุทธเจ้า เราขอบารมีจากท่าน อย่างนี้ถือว่า เป็นฌานในพุทธานุสติกรรมฐาน ถ้านึกถึงทุกวันน่ะ ถ้าถึงเวลาแล้วต้องทำอย่างนั้นทุกวัน ถ้าไม่ทำแล้วไม่สบายใจ นั่นเป็นฌานในพุทธานุสติ เป็นของง่าย ๆ เพราะวันนี้ท่านบอกให้พูดง่าย ๆ ใช้วิธีง่าย ๆ นะ ก็ว่าตามท่าน
...ทีนี้เมื่อเมื่อบรรดาท่านพุทธบริษัท นึกถึงพระพุทธเจ้าแล้ว อย่าลืมพระที่ คอ นี่คือพระพุทธเจ้า อย่าง พระคำข้าว เป็นพระพุทธชินราช อย่าลืมน่ะ คือก็เหมือนกับพระพุทธรูปองค์ใดองค์หนึ่งนั่นแหละ เป็นองค์แทนพระพุทธเจ้าท่าน และเวลาทำจริง ๆ พระพุทธเจ้าท่านก็มาทำ อันนี้ไม่ได้โฆษณานะ พูดให้ฟัง คือเวลาทำจริง ๆ พระพุทธเจ้าทุกองค์เสด็จมาหมด องค์ปฐมเป็นประธาน อยู่ข้างบนใช่ไหม และ องค์ปัจจุบันคุมฉัน ท่านปล่อยกระแสจิตพุ่งสว่างเป็นลำพุ่งมาที่ใจฉัน แล้วบอกเธอนั่งนิ่งๆ อย่าคิดถึงเรื่องอะไรทั้งหมด ห้ามดูอะไรทั้งหมด ให้ทรงอารมณ์เฉยๆ ๑๐ นาที ก็ทำตามท่าน แล้วท่านก็สั่งว่า ให้ว่าอิติปิโสฯ หลัง ๑๐ นาทีแล้ว ท่านบอกดูได้พุ่งใจไปที่ของได้ พอพุ่งใจไปที่ของ ที่เห็นเป็นลำ ไม่เห็นของที่ปลุกเลย แสงพระพุทธเจ้ากลบหมด หนามาก พระคำข้าว เด่นทางมหาลาภ มีรูปพระพุทธชินราช (พระพุทธกัสสป) ด้านหน้า และด้านหลังเป็นรูปหลวงพ่อ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (118.172.161.*) [14 Dec 2013 08:51] #3124052 (52/84)


(N)
อานุภาพพระมหาลาภคำข้าว

(คุณสมศรี ... ลูกศิษย์บันทึกเล่ม ๓ หน้า ๕๗๕ )
เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๓๔ หลังจากข้าพเจ้าเปิดร้านแห่งใหม่ที่ท่าพระ ได้ไม่ถึงเดือน ก็รู้จักเซลส์แมน ของบริษัทขายเสาอากาศคนหนึ่ง คนนี้ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยห้อยพระที่คอเลย เป็นคนไม่ค่อยได้มาทางธรรม แต่พอพูดคุยกับข้าพเจ้า ก็รู้สึกชอบพระที่ห้อยคออยู่ (หลวงพ่อมหาลาภคำข้าวปิดทองอย่างหนาทั้งองค์เลี่ยมทองคำอย่างดี) เขาถาม ข้าพเจ้าก็เลยได้บรรยายสรรพคุณของพระมหาลาภ รวมทั้งยกตัวอย่างที่หลวงพ่อท่านเล่าบ้าง ที่ลงธัมวิโมกข์บ้าง ตอนจะกลับ เขาก็ขอพระมหาลาภไปหนึ่งองค์ ข้าพเจ้าก็ได้ให้เลือกไปเองหนึ่งองค์ (ตอนเปิดร้านใหม่ ข้าพเจ้าทำกล่องบรรจุพระมหาลาภไว้แจก เป็นของขวัญแก่ทุกท่านที่มาร่วมงาน มีบางคนมาขอซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายองค์) เขาบอกว่านี่เป็นพระองค์แรกที่จะเลี่ยมห้อยคอ
อีกหนึ่งเดือนต่อมา เขาก็มาหาอีก คราวนี้ข้าพเจ้ากำลังยุ่งอยู่ เขาก็ขอเวลานอก ๒-๓ นาที เขาเล่าเรื่องให้ฟังว่า พอได้พระก็รีบไปเลี่ยมมาห้อยคอทันทีพร้อมทั้งโชว์ให้ดูอีกด้วย พอห้อยพระได้ ๒-๓ วันก็เกิดเรื่อง คือเขาขี่มอเตอร์ไซด์ไปถนนวิภาวดีรังสิต ถึงหน้าโรงเรียนตำรวจสอนสุนัข ก็มีรถเก๋งโตโยต้าวิ่งตัดหน้า ตนเองต้องหักหลบ รถคว่ำหลายตลบ ตนเองลอยละลิ่วไถลไปบนพื้นถนน กางเกงขาดหมด ผู้คนหวีดร้องลั่นไปหมด เขาคิดว่าไม่รอดแน่ๆ ไม่หัวโหม่งพื้นก็ถูกรถแล่นทับตายแน่ๆ ปรากฏว่ารถเก๋งวอลโว่ เบรคตัวโก่งเพราะวิ่งมาด้วยความเร็วสูง มาจอดตรงหน้า โดยกันชนรถห่างหน้าเขาแค่คืบเดียวเท่านั้น เขาบอกว่ารอดตายคราวนี้ เพราะหลวงพ่อสมเด็จพระมหาลาภคำข้าวแท้ๆ ส่วนแผลที่ขาเมื่อซื้อยามาทาไม่กี่วันก็หาย อุบัติเหตุคราวนี้ได้เงินมา ๓๐๐ บาท จากคนขับรถวอลโว่ เพราะเขาไม่มีสตางค์เป็นแค่ลูกจ้าง (คนขับรถเท่านั้น) อีก ๒๐๐ บาทต้องเอาไปจ่ายค่าปรับ เนื่องจากจอดรถผิดที่ในที่ห้ามจอดของโรงพัก (ตนเองบาดเจ็บ รถก็ไม่ค่อยสมบูรณ์ จากอุบัติเหตุ) เหลืออีก ๑๐๐ บาท คนขับรถวอลโว่บอกให้ไปซื้อยามาทาบาดแผลก็แล้วกัน แต่ร้อยเวรบอกว่า อย่าเลยเอาไปซื้อสังฆทานถวายพระเพื่อสะเดาะเคราะห์ดีกว่า เพราะคุณน่ะมีเคราะห์ร้ายจริงๆ ! ...
ส่วนคนอื่นๆ ก็มีอีกมาก บางคนก็คล้ายๆ บุคคลอื่น ที่เคยลงในธัมวิโมกข์แล้ว สำหรับ ข้าพเจ้าเอง มีผลมากมาย จากร้านเดิมที่เยาวราชก็ขยายมาเปิดสาขาใหม่ที่ท่าพระ ทั้งๆ ที่ไม่ทุน แต่ก็ได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลต่างๆ และเป็นผู้ใหญ่ในธนาคาร เมื่อมีปัญหาการเงินหลวงพ่อท่านก็ช่วยให้รอดพ้นทุกครั้ง มีปัญหาเรื่องบุคลากร หรือคนอื่นที่เกี่ยวข้องกับงาน ก็ผ่านไปด้วยดีทุกอย่าง ปัจจุบันข้าพเจ้ามีความสุข จากการได้ทำบุญกับหลวงพ่อทุกเดือน ข้าพเจ้าและครอบครัว ใส่บาตรวิระทะโยทุกวัน ชีวิตทั้งทางโลกทางธรรมดีขึ้นมาก ทุกคนในครอบครัวมีความสุข ความเจริญ เนื่องจากพระพุทธบารมี พระธรรมบารมี และพระอริยสงฆ์บารมี เทวดา พรหมทั้งปวง มีหลวงพ่อวัดท่าซุงเป็นที่สุด...สาธุ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (118.172.161.*) [14 Dec 2013 08:53] #3124060 (53/84)


(N)


หลวงพี่ประทีป หลวงพี่บัญชา อาตมา ปรึกษากันสร้างพระหางหมาก
เพราะคนมารอพระคำข้าวต้องรอออกพรรษา (รอหลวงพ่อเสกข้าวในพรรษา ๓ เดือน)
จึงปรึกษากับหลวงพี่อนันต์ ท่านเห็นดีด้วย จึงให้ท่านกราบเรียนถามหลวงพ่อเลย
หลวงพ่อเห็นดีด้วยเรื่องสร้างพระหางหมาก ก็ถามอาตมาว่า จะเอาแบบไหนดี
ตอบว่าเอาพิมพ์สมเด็จโต (สมเด็จ ๓ ชั้น) หลวงพ่อว่า " ดี ให้เอาสีชมพู จะได้เข้ากับสีจีวร"
ขณะหลวงพ่อนั่งรับแขก หลวงพ่อเรียกอาตมาเข้าพบ พูดว่า
"พระหางหมากเปลี่ยนเป็นพระยืน ๓๐ ศอกดีไหม?" ก็ตอบว่า "ดีครับ"
"แต่ให้ท่านนั่งลงนะ" ตอบว่า "ครับ"
อาตมาก็มานั่งคิดว่า แล้วท่านอุ้มบาตรอยู่จะทำอย่างไร ? พอหลวงพ่อเลิกรับแขก
ลุกขึ้นยืนจะไปเข้าห้องน้ำ อาตมาก็เข้าไปถามหลวงพ่อว่า
"หลวงพ่อครับ หลวงพ่อจะให้ทำพระหางหมากพิมพ์พระยืน ๓๐ ศอก แต่ให้ท่านนั่งลง
แต่ท่านอุ้มบาตรอยู่ จะทำไงครับ ต้องให้ท่านอุ้มบาตรด้วยหรือเปล่าขอรับ? "
ไม้เท้าลอยมา โป๊ก! มึนเลย ท่านยืนหัวเราะ บอกว่า
"แกจะโง่ให้ท่านอุ้มบาตรอยู่ทำไม ก็เอาบาตรออกซิ"
ก็นึกขึ้นได้ว่า ที่หลวงพ่ออนุญาตให้สร้างแบบสมเด็จโต เพื่อรักษากำลังใจลูกศิษย์ (พวกเรา)
จึงคล้อยตามไปก่อน จึงนึกย้อนไปได้ว่า เคยมีคนมาถามหลวงพ่อว่า
"ทำไมหลวงพ่อไม่สร้างพระขี่ครุฑ ขี่ไก่ แบบหลวงพ่อปานบ้าง ?"
หลวงพ่อเลยตอบว่า "สร้างไม่ได้หรอก เป็นการตีเสมอครูบาอาจารย์ เป็นการไม่สมควร"
นี่หลวงพ่อก็เคารพสมเด็จโตเป็นครูบาอาจารย์เช่นเดียวกัน เพราะว่าการสร้างพระคำข้าว
หลวงพ่อก็ให้สร้างแบบจำลองพระประธานในวิหาร ๑๐๐ เมตร ซึ่งเป็นพระคำข้าวองค์แรกของวัดท่าซุง
ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า หลวงพ่อให้เราเอาแบบพระพุทธรูปในวัดท่าซุงเป็นแบบ ไม่ต้องเลียนแบบที่อื่นเขาด้วย
หลังพิธีพุทธาภิเษกที่วิหารแก้ว ๑๐๐ เมตร “หลวงพ่อ” เมตตาเล่าให้ฟังว่า
“สมเด็จองค์ปัจจุบันเสด็จมาเป็นประธานเอง ระหว่างปลุกเสกมองไปเห็นสมเด็จหางหมาก
แต่ละองค์เปล่งแสงสว่างจ้ายิ่งกว่าดวงไฟ ๑๐๐ แรงเทียนซะอีก...”

“สมเด็จท่านตรัสว่า อานุภาพของสมเด็จหางหมากนั้น รอบรัศมี ๔ เมตร กัมมัตภาพรังสีจะเข้าไม่ได้เลย
ถ้าใช้ในการรบเพื่อประเทศชาติ คำว่าตายรับรองว่าไม่มี แต่ถ้าใครนำไปใช้ในทางที่ผิด จะถูกปืนยิงแสกหน้าตาย...!”

สำหรับหางหมากหรือหางพลูนั้น เมื่อเสกหมากก่อนฉันแล้วนำหางพลูที่เหลือ
มาผสมกับผงทำเป็นพระ แล้วนำเข้าพุทธาภิเษกอีกครั้ง

สำหรับผลนั้น มีความต้องการในทางลาภมากที่สุด และอย่างอื่นก็ขอท่านไว้ทุกอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ให้ผลเป็นพิเศษแด่ท่านที่นำไปบูชาในระยะใกล้มาแล้ว ขอให้ถามผลจากท่านที่เคารพจริงก็แล้วกัน
สำหรับพระหางพลูนี้มีผลเช่นเดียวกัน แต่หนักไปในทางที่พูดเป็นที่จับใจคนมีลาภสักการะเสมอกัน "

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (118.172.161.*) [14 Dec 2013 08:54] #3124062 (54/84)


(N)
ถาม-ตอบ เรื่องอานุภาพพระคำข้าว พระหางหมาก
(หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่มที่ 11 หน้า 36-37)

ผู้ถาม : ลูกไม่สบายใจเกี่ยวนอสตราดามุส เขาพยากรณ์ว่าจะเกิดไอ้นั่นไอ้นี่ ลูกไม่ห่วงหรอก
ที่ห่วงก็คือว่าถ้าประเทศไทยจะมีหุ้นส่วนหรือเปล่าและก็ลูกควรจะเอาอะไรจากหลวงพ่อเพื่อป้องกันเหตุร้ายเหล่านี้เจ้าค่ะ...

หลวงพ่อ : ไม่มีอะไรหรอกที่แจกนี่คุ้มได้

ผู้ถาม : พระรุ่นหางหมากนี่หรือครับ

หลวงพ่อ : หางหมากกับคำข้าวน่ะ
ผู้ถาม : ก็แสดงว่ารู้ล่วงหน้าแล้วว่ามีอย่างนี้จึงทำ
หลวงพ่อ : รู้ท่านบอกไว้ตั้งแต่งปีญวนแตกปีแรก หลายปี ปีญวนแตกน่ะอเมริกาเหาะไปน่ะ ฉันถามท่าน ท่านบอกจะเกิดที่นั่น... ท่านก็สั่งทำพระชุดนี้ คำข้าวนะ นี่คุ้มได้เลยรังสีต่าง ๆ อาวุธวิทยาศาสตร์น่ะทั้งหมด กันได้หมด
ผู้ถาม : นี่มาสงเคราะห์โดยตรงเลยหรือครับ
หลวงพ่อ : ใช่...ใครไม่ให้สตางค์ก็ไม่ให้ "ปูชัง ละภะเต ปูชา วันทโก ปฏิวันทะนัง"
ผู้บูชาได้รับการบูชาตอบ ผู้ไหว้ย่อมได้รับการไหว้ตอบ...นี่เขาให้มาเราก็ให้ไป
ผู้ถาม : นี่แสดงว่าไม่ต้องเดือนร้อนอะไร ลูกหลานหลวงพ่อน่ะ ที่นี้ก็ถามอีกนิดว่าแล้วพระทั้งสองอย่างคือ

พระคำข้าวกับพระหางหมากนี้ พอจะมีทางป้องกันแก๊สได้หรือเปล่าเจ้าค่ะ
หลวงพ่อ : ได้แน่ ๆ ของยืนยันว่ากันได้
ผู้ถาม : แก๊สนะครับ
หลวงพ่อ : ใช่...นิวเคลียร์ยังกันได้ แก๊สก็แค่นั้นหยาบกว่า...

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (118.172.161.*) [14 Dec 2013 09:09] #3124079 (55/84)


(N)


พระคำข้าวรุ่น1พิมพ์แขนจุด บัวจุดเดียว เกศา เส้นใส 1 เส้นเลี่ยมทอง หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

*************
ข่าวปาฏิหาริย์ ที่ห้อยพระคำข้าว รุ่น 1

ร.ท.หนุ่มรับโทรศัพท์เก๋งเสียหลักพลิกคว่ำ ห้อยพระคำข้าวพลวงพ่อฤาษีลิงดำ รอดปาฏิหาริย์

เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. วันที่ 25 มี.ค. ร.ท.เปนโท ปิ่นทอง อายุ 34 ปี นายทหาร จปร. ใน จ.นครนายก ขับรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีดำ ทะเบียน ฌถ-1123 กทม. มาคนเดียว กำลังมาจากบ้าน จ.พิษณุโลก กำลังจะกลับ ค่าย จปร. จังหวัดนครนายก ขับมาถึงระหว่าง กม.ที่ 121-122 ต.พุแค อ.เฉลิมพะเกียรติ จ.สระบุรี ตามถนนพหลโยธิน ขาเข้า กทม. ก่อนถึงด่านชั่งน้ำหนักรถ พอดีมีโทรศัพท์ดัง มีคนโทรฯ เข้ามา จึงคว้าโทรศัพท์ และรถเสียหลัก วิ่งตกไหล่ทาง กลางเลนถนน พยายามจะหักพวงมาลัยรถไม่ให้เสียการทรงตัวของรถ แต่ช้าไป รถเก๋งคู่ใจเสียหลักตกลงไหล่ทางและพลิกคว่ำ ไกลประมาณ 50 เมตร ตนเองติดอยู่ในรถ



พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์มาช่วยงัดประตูรถออกมาได้อย่างปลอดภัย โดย ร.ท.เปนโท ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด สอบถาม ร.ท.เปนโท บอกว่า ที่คอมีสร้อยทองแขวน พระคำข้าว ของ ของพลวงพ่อฤาษีลิงดำ หรือ พระพรหมยาน (พระมหาวีระ ถาวโร) วัดจันทาราม หรือ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี รุ่นแรก โดยผู้สื่อข่าวก็มีรุ่นเม็ดพระธาตุด้วย ซึ่ง ร.ท.เปนโท บอกว่ารุ่นมีเม็ดพระธาตุเป็นรุ่น พิเศษ


ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวก็ประสบอุบัติเหตุ เมื่อปีที่แล้ว รถบรรทุกพ่วงเลี้ยวตัดหน้า หักพวงมาลัยรถหลบ รถเสียหลักพลิกคว่ำ และปลอดภัยไม่เป็นอะไรเช่นกัน

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk5ESTNOakV4T1E9PQ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (118.172.161.*) [14 Dec 2013 09:11] #3124083 (56/84)


(N)
สมเด็จพระคำข้าวมหาลาภ
พระคำข้าว (พระมหาลาภ) เป็นพระเนื้อผงสีขาวปางมารวิชัย สร้างแบบพระพุทธชินราชในวิหารแก้ว 100 เมตรวัดท่าซุง มี ๒ รุ่น
รุ่นที่ ๑ ปลุกเสกเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๓๓ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ องค์
รุ่นที่ ๒ สร้าง ๕,๐๐๐,๐๐๐ องค์ ปลุกเสก ๒ ครั้ง คือ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๓ และ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๓๔
ด้านหลังเป็นรูปหลวงพ่อ นั่งในกรอบรูปพัดยศ มีชื่อ พระราชพรหมยาน อยู่ตรงที่นั่ง
***********************************************

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (118.172.161.*) [14 Dec 2013 09:12] #3124085 (57/84)


(N)


...

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (118.172.161.*) [14 Dec 2013 09:18] #3124093 (58/84)


(N)
เหรียญสามัคคีมีสุข เลี่ยมประกบผ้ายันต์มหาพิชัยสงคราม และเหรียญไพรีพินาส หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

ประวัติการสร้าง "เหรียญสามัคคีมีสุข -กูผู้ชนะ ไพรีพินาส " ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ

อย่าง พระเจ้าตากสิน นั่นต้องเรียกว่า น้ำใจเข้มแข็ง ขนาดข้าศึกล้อมอยู่แบบนั้น ท่านกับกำลังพล 500 ตีฝ่าข้าศึก ไม่ใช่ของง่ายเลยนะ ใช่ไหม
คือ ไม่ใช่ของง่ายเลย ก็ยังมีลูกหาบอีก ไอ้ลูกหาบนี่ ดีไม่ดี ลูกหาบตาย นี่ไอ้รุ่นหน้าตีไป รุ่นหลังต้องประคองลูกหาบอีก สามารถเอาลูกหาบเสบียง เอาไปบ้างตามควรนิดหน่อย

นี่เป็นนักรบที่ มีฝีมือดี ถ้าใจไม่เข้มแข็งจริง ๆ จะกล้าตีข้าศึกไปได้อย่างไร กำลังนิดเดียวใช่ไหม แล้วไอ้ภายในประเทศก็ไม่ดี เสียครั้งแรก ตั้งกรุงศรีอยุธยามา 190 ปีเศษ แล้วมาครั้งที่ 2 นี่ 190 ปีเศษ

กรุงเทพฯ เวลานี้ยุ่ง ๆ นะ 190 ปีเศษเหมือนกัน ชะตาประเทศไทย ถ้าถึง พ.ศ.2525 นะ ครบ 200 ปี พ้นเขต นี่เวลานี้มันเข้าเขตแล้วนะ แต่ว่าช่วงจังหวะนี้มันเข้าจังหวะเกณฑ์ เขาเรียกว่า เข้าเกณฑ์ดี จังหวะนี้นะ ตั้งแต่นี้ต่อไป เข้าเกณฑ์ดี

ท่านถึงบอกให้ทำ "เหรียญกูผู้ชนะ" พระเจ้าตากสินให้ทำ ทีแรกจะทำก็ล้อเล่น ๆ หลวงปู่แหวนท่านทำ เหรียญเราสู้ --ปีที่แล้วไปกองบัญชาการทหารสูงสุด บอก เฮ้ย! ไอ้แค่ เราสู้ ยังแค่กัน กูสู้ว่ะ! ไอ้พวกนั้น ฮาตึง! บอก ดีครับ ๆ

เราก็คิด พูดส่งไปตั้งปีที่แล้ว ไม่ได้คิดจะทำ มาปีนี้ท่านสั่งทำ บอก เราสู้--ก็แค่นั้นแหละครับ กูสู้--ก็แค่นั้น ยังสู้ --ต้อง "กูผู้ชนะ" ถามท่านว่า ทำไม บอก เวลานี้มันถึงเกณฑ์ชนะแล้ว ถาม เอารูปใคร บอก เอารูปผม บอก เอ้า ไม่ยกย่องตนเองเกินไปหรือ รัชกาลที่ 1 ก็เก่งใช่ไหม กรมพระราชวังบวร ท่านก็เก่ง ท่านบอกว่า ในฐานะที่ผมเป็นผู้นำ ก็ตามไปดูประวัติสิ ประวัติที่ ตากสินกู้ชาติ เคยแพ้จุดไหนบ้าง แน่ะ! เอาถึงอย่างนั้นเสียด้วย เลยต้องเอาตามท่าน เอา "กูผู้ชนะ" ก็เลยทำขึ้น ท่านสั่งทำ เวลาทำ ท่านก็มาทำด้วย ท่านทำด้วยเสร็จ


คัด จาก หนังสือรวมคำสอนธรรมปฏิบัติของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน เล่ม 14 หน้า 336 เรื่อง สนทนาหลังกรรมฐาน 25 วันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน 2521

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (118.172.161.*) [14 Dec 2013 09:26] #3124104 (59/84)


(N)


เข็มกลัดมงกุฏเพชร หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

เป็นเหรียญที่ระลึกสมณศักดิ์ มีรูปลงยาหลวงพ่อในวงกลม บนรูปมีมงกุฎครอบเพชร และประภามณฑลรอบล่างเขียนชื่อสมณศักดิ์ มีด้วยกัน 2แบบ แต่ละแบบก็สร้างหลายครั้ง

1) แบบตัวหนังสือ "พระสุธรรมยานเถระ" มี 3แบบ คือ ตัวหนังสือเล็ก ตัวหนังสือกลาง และตัวหนังสือขนาดใหญ่ สร้างครั้งแรกเมื่อเดือน มีนาคม 2528

2) แบบตัวหนังสือ "พระราชพรหมยาน" สร้างครั้งแรกเมื่อเดือน มีนาคม 2533

ด้านหลังมียันต์เกราะเพชรทั้ง 2แบบ

หลวงพ่อท่านเล่าถึงอานุภาพของเหรียญมงกุฎเพชรไว้เมื่อครั้งปลุกเสกเมื่อเดือนกันยายน 2532 ว่าดังนี้

"พอเต็มแล้ว ฉันก็ขึ้นไปกราบพระ พระใหญ่คือองค์ปฐม ท่านเป็นประธานอยู่ ถามว่าของทั้งหมด ทั้งพระบูชา และก็มงกุฎเพชรนี่ มีประโยชน์อย่างไรครับ มีอะไรบ้าง ท่านก็บอกเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ด้วยอำนาจพุทธานุภาพ ธัมมานุภาพ เทวานุภาพ พรหมานุภาพ ทั้งหมดต้องมีความไม่ประมาทอาราธนาไว้เสมอ
อันดับแรกที่ฉันจะบอกเธอนะ คือ กันโรคระบาดทุกอย่าง ขึ้นชื่อว่าโรดระบาดทุกอย่างนี่กันหมด พอท่านบอกแบบนี้ เจ้าของโรคระบาดก็ปรากฏตัวเป็นกลุ่มใหญ่ โรคระบาดขั้นถึงตายอย่างอหิวาต์ชุดแดง คนนะ โรคระบาดสัตว์นี่ชุดเขียว บอกผมครับเป็นเจ้าหน้าที่โรคระบาดทั้งสองฝ่าย
มาแล้วก็ถามว่า ถ้าเขามีของนี้บูชาอยู่ หรือจะติดตัวอยู่ก็ตาม พระบูชาก็ตาม จะมีผลไหม เขาก็บอกว่า อย่าลืมนึกถึงพระพุทธเจ้านะ ผมเคารพพระพุทธเจ้า ถ้ามีผลจะจัดหลีก ก็เลยถามท่านบอกว่า โรคระบาดอันดับแรกที่พระองค์จะทรงสงเคราะห์คือโรคอะไรครับ ท่านบอก "โรคเอดส์"
ถามท่านว่า ถ้าเชื้อมันมาจะเป็นอย่างไร ท่านบอกถ้าเชื้อเข้ามามันจะด้าน พอดีท้าวเวสสุวัณท่านอธิบายต่อว่า คำว่า "ด้าน" คือตาย เชื้อมันตาย แต่ว่าทั้งนี้ต้องอาราธนาเช้า อาราธนาเย็น ก็บูชาเช้าบูชาเย็น ต้องบอกไว้เรื่อยๆ โรคระบาดทั้งหมด

ประการที่สอง ท่านบอกว่าถ้าต้องการความปลอดภัย ท้าวเวสสุวัณอธิบายว่า อำนาจพุทธานุภาพ "พุทโธ อัปปมาโณ" คุณของพระพุทธเจ้าหาประมาณมิได้ "ธัมโม อัปปมาโณ" คุณของพระธรรมหาประมาณมิได้ "สังโฆ อัปปมาโณ" คุณพระสงฆ์หาประมาณมิได้
ถ้าหากว่าไม่ต้องการให้ของหาย ขอให้อธิฐานบอกว่า "ขอผู้ร้ายจงอย่าเห็นบ้าน จงอย่าเห็นประตู หรือศัตรูอย่าเห็นตัว เฉพาะศัตรู หมายความว่าเขายังไม่คิดจะทำร้าย เขาก็อาจจะเห็น ถ้าคิดจะทำร้ายเขาจะไม่เห็น ถ้าคนนั้นยังเป็นขโมยยังไม่ลักบ้านเรา อาจจะเห็น ถ้าจะลักบ้านเราอาจจะไม่เห็น ให้อธิฐานตามนั้นนะ และต่อไปเรื่องลาภสักการะอะไรต่างๆธรรมดา

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (118.172.161.*) [14 Dec 2013 09:28] #3124107 (60/84)


(N)


...

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (118.172.161.*) [14 Dec 2013 09:31] #3124111 (61/84)


(N)


เป็นเข็มกลัดติดเสื้อโลหะรูปดาว 6แฉก ชุบทอง มีเพชรล้อมตัวล็อคเก็ตหลวงพ่อเป็นวงกลม ด้านหลังจะมีทั้งแบบที่มียันต์เกราะเพชรใหญ่-เล็ก แบบที่มียันต์เกราะเพชรและมีวงแหวนตรงกลาง และแบบที่นำยันต์เกราะเพชรมาติดกับหลวงพ่อด้านหน้า..ทำให้ดูด้านหลังกลวงโล่งๆ แตกต่างตามแต่ละรุ่นแต่ละแบบกันไป

หลวงพ่อทำแจกครั้งแรกเป็นที่ระลึกในงานเป่ายันต์เกราะเพชรครั้งที่ ๕ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๒๘ จนถึงงานเป่ายันต์เกราะเพชรครั้งที่ ๑๐ เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๓๑ ซึ่งจะมีแบบต่างๆกัน

1) ล้อมด้วยพลอยสีฟ้า
2) ล้อมด้วยพลอยสีแดง
3) ล้อมด้วยพลอยสีแดงสลับเพชร
4) ล้อมด้วยเพชร และมีเพชรที่แฉก แฉกละ 5เม็ด
5) ล้อมด้วยเพชร และมีเพชรที่แฉก แฉกละ 3เม็ด
6) ล้อมด้วยเพชร และไม่มีเพชรที่แฉก

อนุภาพป้องกันสรรพอันตรายได้ทุกประการ มีอนุภาพเหมือนมงกุฎเพชรทุกอย่าง ป้องกันทั้วนิวเคลียร์และโรคระบาด เป็นหนึ่งในตำราพระร่วงที่หลวงพ่อสืบทอดเป็นองค์สุดท้าย อธิษฐานตามใจปรารถนาทุกประการ..

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (118.172.161.*) [14 Dec 2013 09:32] #3124113 (62/84)


(N)


..

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (118.172.161.*) [14 Dec 2013 09:38] #3124118 (63/84)


(N)


สมเด็จองค์ปฐมเนื้อนวโลหะ ครบรอบ 1ปี มรณะภาพหลวงพ่อพระราชพรหมยาน ( หลวงพ่อฤาษีลิงดำ )

พระสมเด็จองค์ปฐมเนื้อนวโลหะ รุ่น ครบรอบ 1 ปี มรณะภาพหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดท่าซุง

พุทธลักษณะ ด้านหน้าเป็นรูปสมเด็จองค์ปฐม ด้านล่างเขียนคำว่า สมเด็จองค์ปฐม ด้านหลังเป็นรูปพระเดชพระคุณหลวงพ่อ และมีข้อความว่า หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สร้างด้วยชนวนทองหล่อสมเด็จองค์ปฐมองค์ใหญ่ ของวัดท่าซุง และชนวนองค์พระสำคัญที่หล่อในวัด บางที่เก็บจะมีพระธาตุเสด็จครับ

จัดสร้างด้วยกันทั้งหมด 5 เนื้อคือ

1. เนื้อทองคำ
2. เนื้อเงิน
3. เนื้อนวโลหะ
4. เนื้อผงเหล็กบด
5. เนื้อผงพุทธคุณสีขาว

สร้างขึ้นในวโรกาสครบรอบ 1 ปีมรณะภาพหลวงพ่อฤาษีลิงดำ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (118.172.161.*) [14 Dec 2013 09:39] #3124120 (64/84)


(N)


...

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (118.172.161.*) [14 Dec 2013 09:41] #3124122 (65/84)


(N)


...

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (49.49.52.*) [06 Jan 2014 10:30] #3155431 (66/84)


(N)


พระไฟลวกมือ เนื้อตะกั่ว พิมพ์สามเหลี่ยม หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

หลวงพ่อได้เล่าเรื่องการสร้างพระรุ่นนี้ไว้ใน
หนังสือเรื่องจริงอิงนิทาน เล่มที่ 1 ตอนที่ 21 เรื่อง กฎแห่งกรรม หน้าที่ 110 ว่า....

เมื่อปี พ.ศ. 2510 ขอโทษ ปี พ.ศ. 2509 ตอนนี้อาตมาอยู่จังหวัดชัยนาทแล้ว มาอยู่ที่วัดโพธิ์หลังจังหวัดชัยนาทมาหลายปี มาก็พบของดี พระดีเยอะสายเหนือนี่ สายเหนือของภาคกลางมีพระดีเยอะ เยอะตรงไหนล่ะ แหม ห่มจีวรคร่ำตั้งหน้าตั้งตาเป็นอาจารย์วิปัสสนา แต่ว่าไอ้กิเลสสามนี่แกไม่ทิ้งหรอก แกใส่ปุ๋ยเสมอ คือ โลภะ โทสะ โมหะ ไอ้ที่ดีจริงๆ ก็พอจะมีนะ แต่คลำไม่ค่อยพบ ท่าทางภายนอกนี่ดีมาก แต่ว่าถ้าอยู่ใกล้ไม่ไหว ยังงี้ไม่ไหว ครูบาอาจารย์สอนมานี่ ไม่เคยพบแบบนี้ นี่พูดกันจริงๆ ไม่ใช่นินทา พระเห็นกันจริงๆ สายเหนือนี่ รู้สึกว่ามีการสะสมมาก บางทีแสดงลีลาต่างๆ คล้ายๆ ว่าจะเป็นพระอรหันต์ แต่ว่าเข้าใกล้จริงๆ แล้วพ่อเจ้าประคุณ หันจัดจริงๆ ปีนั้นวัดปากคลองมะขามเฒ่า ปี 2507 ปลายปีทางวัดคลองมะขามเฒ่านิมนต์ให้ไปอยู่ด้วย ไปช่วยกัน วัดนี้มีชื่อเสียงมากก็อยากจะไปดู ก็บอกแล้วนี่ มาสายเหนือนี่มาดูพระ ไม่ใช่มาอาศัยใคร อยากจะรู้เนื้อแท้ของพระ พระสงฆ์นะ ไม่ใช่พระพุทธ พระพุทธไม่ต้อง ดูเนื้อองค์ไหนก็ใช้ได้หมด ปลุกเสกหรือไม่ปลุกเสกก็ใช้ได้ ถ้าเวลาไหว้เรานึกถึงพระพุทธเจ้าแล้วไม่ผิดสักองค์ ไหว้แล้วได้บุญเหมือนกันหมด เสกก็ได้บุญ ไม่เสกก็ได้บุญ นี่เราได้เป็นบุญนะ ถ้าหากจะใช้ให้พระหาหวย ใช้พระพุทธรูปค้าขาย ใช้พระพุทธรูปช่วยเลื่อนยศ นั่นมันอีกเรื่องหนึ่ง นอกขอบเขตของพระพุทธเจ้า ไม่เกี่ยว ทีนี้ว่ากันถึงพระสงฆ์ ปีนั้น อาตมาย้ายมาอยู่ปากคลองมะขามเฒ่า ก็อย่างว่านั้นแหละ มาอยู่เพื่อนดูพระ ถ้าหากว่าดีจริงๆ ก็จะช่วยส่งเสริมในการก่อสร้าง แล้วก็เจริญศรัทธา ทีนี้ ท่านดีหรือไม่ดีประการใดไม่พิจารณาไม่พูดให้ฟังแต่เรื่องที่มันเกิด เรื่องที่มันเกิดนี่ ดีกว่าคนอื่น เกิดกับอาตมาเองเพราะเป็นคนมีบุญอย่างนี้ เราเรียกว่าบุญใหญ่ บุญบาป เอาฟางผูกหางควาย เอาไฟจุด เมื่อสมัยเป็นเด็กๆ ขณะนั้นเริ่มทำพระเป็นครั้งแรก พระเครื่องนี้ละ คิดว่าตัวอีกไม่ช้าก็จะตาย รู้เวลาเพราะเขาบอกเวลาไว้ เวลานี้เขาต่อไปเสียอีกหน่อยแล้วชักจะตายไม่ลง แบบหลวงพ่อปาน ขยับท่าจะตายทีไรก็ต่อให้ทีละนิดๆ เลยไม่รู้จะตายเมื่อไหร่กันแน่ เมื่อรู้เวลาว่าจะตาย ว่าปีนั้นปีนี้จะตาย ไอ้ตอนตายลงไปนี่ น่ากลัวจะไม่มีเงินทำศพ เพราะสตางค์ติดกระเป๋ามันไม่ค่อยมี นี่บางวันนะ จะซื้อน้ำแข็งยังไมมีเงินเลย วันหนึ่งมีเงิน 10 บาท ยายขอทานมาขอ ดันขอ 10 บาท แหมไอ้เราจะบอกไม่มีก็ไม่ได้ มันมีอยู่ 10 บาทพอดี ก็เลยให้ไปหมด นี่เป็นยังงี้ บางคราวก็มีถึงสามสี่ร้อยบาทก็มี แต่บางคราวนะ ไม่ใช่ทุกวัน แต่มันก็อยู่ในกระเป๋าไม่นานมันก็ไปเที่ยวเสียอีก ช่างมัน พระอย่างเรานี่ใครขืนเอาแบบฉบับ จัญไรกินหัวเท่านั้นแหละเวลาจะตายหนี้ก็ท่วมหัวมาก

วันนั้นก็ดำริจัดทำพระขึ้นมีพระช่วย เป็นพระเนื้อตะกั่วสีขาว ไม่ได้พิจารณามันหรอกว่าเนื้อมันจะเหมือนชาวบ้านเขาหรือไม่ ใครเขาจะนิยมหรือไม่นิยมก็ช่าง พระสีขาวนี่ทำอยู่ 3 เดือน ปลุกอยู่ 3 เดือน เวลาปลุก เลิกทีไรหมาหอนกลับทุกที เวลาจะเริ่มปลุกเสร็จหมาหอนออก อันนี้ไม่พูดหรอก จะเป็นอานุภาพยังไงก็ช่าง ไม่อยากจะแจกใครเพราะว่าพระไม่สวย เก็บไว้เวลาตาย ถ้าเวลาตายเขาทำศพไม่มีเงินทำศพจะได้เอาพระแจก ใครทำบุญบาท สองบาทก็จะได้ซื้อฟืนเผาศพให้ไหม้ไป พระนี่มีไม่มาก ขณะที่ทำเมื่อทำพระตะกั่วไม่พอก็จะทำพระเงิน ไปซื้อเครื่องเป่าเงินมา แล้วมันก็ใช้เป็นซินเป็นยังงั้น พอตั้งท่าเท่านั้นแหละ ไผไหมมือ ความจริงเมื่อตอนกลางคืนที่จะถึง หลวงพ่อปานมาบอก บอกว่าเวลาพรุ่งนี้ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงฤกษ์ของเธอดีมาก พระที่เคยมาช่วยทำพระ เคยซื้ออาหารเลี้ยง ซื้ออะไรเลี้ยงไม่ต้อง อาหารการบริโภคมาก จะมีคนนำมาให้ แต่บ่าย ตั้งแต่ 1 โมงไปแล้วอย่าทำอะไรเกี่ยวกับการเสี่ยง จะมีเคราะห์ร้ายมาก ลืมไป ตอนเช้า มีคนเขาเอาอาหารการบริโภคมาเลี้ยงพระกันอิ่มหนำสำราญ ตอนบ่าย ลืมไป ตั้งท่าเป่าเงิน จะหลอมเงินทำพระ ไฟมันก็ติดมือขึ้นมาน่ะซี สลัดไปทีแรกมันก็ไม่ดับ สลัดอีกทีดับปั๊บ ปรากฏว่าหนังมือทั้งมือ มือขวาถลกลงไปหมดเลย ไปห้อยอยู่ปลายนิ้วหมด ทั้งข้างหน้าข้างหลัง ไอ้ไฟนี่มันร้ายจริงๆ เร็วมาก แต่ไม่รู้สึกเจ็บ ขณะที่ไฟดับก็เห็นความแก่ตัวนั้น ในสมัยเมื่อเป็นเด็กๆ อายุสัก 7 - 8 ขวบ เอาฟางผูกหางมันแล้วก็เอาไฟจุด มันก็วิ่งโชนเพราะความร้อน เห็นเจ้าควายตัวนั้นวิ่งผ่านหน้า ก็เลยทราบว่านี่กฎของกรรมเก่ามันสนองเข้าแล้วในชาตินี้ เป็นความดี สมน้ำหน้าที่ทำกับควาย เรื่องนี้ก็ ขอผ่านไปแค่นี้แหละ......

********************************************************************************************

พระไฟลวกมือ ลีลารุ่นนี้ หลวงพ่อปลุกเสกตลอดไตรมาส 3เดือนเต็ม เมื่อปีพ.ศ.2508 สมัยที่หลวงพ่ออยู่วัดปากคลองมะขามเฒ่า ถือเป็นพระรุ่นแรกที่หลวงพ่อสร้าง ท่านทำพิเศษด้วยมือท่านเองทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป่าไฟหล่อพิมพ์ ท่านตั้งใจทำมากๆ หลังปลุกเสกท่านบอกว่าหมาหอนทุกคืน ปกติท่านปลุกเสกพระเพียงครั้งเดียวก็เต็มแล้ว ถือว่าเป็นพระรุ่นที่น่าบูชามาก พุทธคุณรุ่นนี้ถือว่าเด่นมากๆทั้งเรื่องลาภ การเงินการทองดีมากๆ คล่องตัวสมปรารถนาดั่งใจต้องการทุกอย่าง ประสบการณ์กับตนเองและลูกศิษย์หลายๆท่าน

โดยคุณ Yodchy (252) (125.27.65.*) [10 Jan 2014 07:13] #3161326 (67/84)


(N)


ศิษย์หลวงพ่อท่านนี้สุดยอดมากๆ นิสัยดี เป็นกันเอง ขอให้เจริญทั้งทางโลกและทางธรรมนะครับผู้หมวด

ขอฝากเว๊ป ร้านเศรษฐีธรรม http://www.web-pra.com/Shop/Yodchy สำหรับผู้ที่สนใจจะศึกษาเพิ่มเติมสมบัติพ่อให้ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ มีให้ชมมากมายหลายรุ่น ทั้งพระบูชา พระเครื่อง และวัตถุมงคลต่างๆ ลองคลิ๊กเข้าชมดูได้ครับ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (110.78.180.*) [16 Feb 2014 21:35] #3225332 (68/84)


(N)


เหรียญที่ระลึกงานฉลองสมณศักดิ์ ปี 2528

สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสหลวงพ่อได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะสามัญเปรียญ วิ. (ป.ธ. 4 น.ธ. เอก) ที่พระสุธรรมยานเถระ

ลักษณะ เป็นเหรียญรูปทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ คล้ายพัดสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นสามัญ
ด้านหน้า เป็นรูปหลวงพ่อครึ่งองค์ มีโค๊ดตอกที่บริเวณผ้าสังฆาฏิ
ด้านหลัง เป็นยันต์ท้าวมหาชมภู ด้านบนเขียนข้อความว่า "ที่รฤกในงานฉลองสมณศักดิ์" "๒๕ มี.ค. ๒๕๒๘" และด้านล่างเขียนข้อความว่า "พระสุธรรมยานเถระ วัดท่าซุง อุทัยธานี"

สร้างถวายโดย พระอาจารย์สุทิน อายุวัฒโก วัดสะแก จังหวัดอยุธยา

จำนวนการสร้าง สร้างด้วยเนื้อเงินทั้งหมด 30 เหรียญ และเนื้อทองแดงทั้งหมด 6,000 เหรียญ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (110.78.180.*) [16 Feb 2014 21:39] #3225340 (69/84)


(N)


เหรียญมหาลาภ รุ่น 1 ปี 2519 หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

เป็นเหรียญสีเงิน (เนื้ออัลปากา) สร้างจำนวน 10,000 เหรียญ

หลวงพ่อได้เมตตาทำพิธีพุทธาภิเษกที่วัดท่าซุง ตลอดไตรมาส ปี 2519

เหรียญนี้ ( รวมทั้ง เหรียญมหาลาภ ปี 2530 ) ลูกศิษย์หลวงพ่อฤาษี นิยมนำติดกระเป๋าสตางค์ เพราะ หลวงพ่อบอกบูชาเหรียญนี้แล้ว เงินจะไม่ขาดมือครับ....

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (110.78.180.*) [16 Feb 2014 21:41] #3225345 (70/84)


(N)


ทรายเสก และสีผึ้ง หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

หลวงพ่อได้บอกวิธีใช้ไว้ดังนี้
ให้เอาทรายกับข้าวสารนี้ใช้ให้เป็นประโยชน์นะ ท่านบอกว่าทรายกับข้าวสารนี่เป็นมงคลแต่ว่าความสำคัญก็มีอยู่ว่า ถ้าหว่านในบ้าน ถ้าสัตว์ที่มีพิษเข้าไปในบริเวณจะตาย งูเห่าเคยตายหลายตัว เคยสังเกต เลื้อยเข้าไปยังไม่สุดตัวตาย แต่ว่าต้องเป็นสัตว์ที่จะมีอันตรายหรือคิดจะมาทำร้ายนะ ถ้างูเห่าเหมือนเก่าแต่ว่าจะไม่กัดใครก็จะไม่มีอันตรายเหมือนกัน

วิธีใช้ ต้องนึกถึงพระพุทธเจ้าก่อน เพราะทุกอย่างพระพุทธเจ้าท่านทำ วันนั้นพอปลุกเสกเสร็จ ท่านบอกว่า "ทรายกับข้าวสารทำไมไม่ใช้คาถาบทนี้ล่ะ" (แล้วท่านก็บอกคาถาให้)

รวมความว่าวิธีใช้ข้าวสารกับทราย ให้ว่า นะโม เสียก่อน แล้วว่าบท พุทธัง ธัมมัง สังฆัง จบแล้วขออาราธนาบารมีพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระอริยสงฆ์ทั้งหมด เทวดาและพรหม หลังจากนันก็ภาวนาว่า "นะ โม พุท ธา ยะ" เวลาจะหว่านก็หว่านจากข้างใน ไปหาข้างนอก อย่าหว่านจากข้างนอกมาก่อน ผีข้างในจะออกไม่ได้ ก่อนจะหว่านก็อธิษฐานว่าผีก็ดี เทวดาก็ดี อมนุษย์ก็ดี ถ้าจะมาเป็นศัตรูขอให้ออกไปข้างนอกจะอยู่ไม่ได้ จะเป็นอันตราย แต่ว่าถ้าไม่เป็นอันตรายขอให้อยู่ต่อได้ อย่างเป็นสุข ก็หว่านไป เวลาหว่านก็ว่า "นะโม พุท ธา ยะ" เรื่อยๆ ไปเท่านั้นแหละนะ ทั้งทราย ข้าวสาร เหมือนกัน

แล้วท่านว่าอย่างนี้อีกวันนั้นท่านบอกว่าถ้ามีข้าวในกระสอบ หยิบไปสักนิดแล้วใส่กระสอบมีข้าวเป็นถังก็หยิบไปใส่ถังสักนิดหนึ่ง ไม่ต้องมากนะ ท่านบอกข้าวที่ผสมแล้วก็เป็นมงคลด้วยถามท่านว่าเป็นมงคลอย่างไร ท่านบอกแล้วจะรู้เอง ท่านไม่อธิบาย...

***************************************
คาถาสำหรับใช้สีผึ้ง ของหลวงพ่อปานและหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
คาถามีอยู่ว่า
*** พุทธังแทรกจิต ธรรมมังแทรกใจ พิศวงหลงใหล สังฆังอย่าคลายรักมิ สัมโมทะมาเนหิ อะวิวะสมาเนหิ สิคิตพันติ ***
สีผึ้งท่านให้ใช้เวลา ต้องพบปะพูดคุยในเรื่องการประสานงาน หรือใช้ในเรื่องของการค้าขายนะครับ
ถ้าจะไปพบคนที่อายุมากกว่า ให้ทาสีผึ้งด้วยนิ้วโป้ง
ถ้าจะไปพบคนที่อายุเท่ากัน ให้ทาสีผึ้งด้วยนิ้วชี้
ถ้าจะไปพบคนที่อายุน้อยกว่า ให้ทาสีผึ้งด้วยนิ้วกลาง
เวลาทาสีผึ้งก็ให้ว่าคาถาไปด้วยพร้อมกัน
ก่อนว่าคาถาก็ให้นึกขอบารมีพระพุทธเจ้า หลวงปู่ปาน หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
พรหม และเทวดาทั้งหลาย

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (110.78.180.*) [16 Feb 2014 21:44] #3225351 (71/84)


(N)


เหรียญบูชาพระคุณหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง สร้าง ปี 2523


เป็นเหรียญทองแดงรมดำ ร.ต. มังกุร ชัยพันธุ์ สร้างถวายจำนวน 20,000 เหรียญ
ด้านหน้า เป็นรูปหลวงพ่อมีอักขระคาถารอบและมีข้อความ "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ" ใต้รูป
ด้านหลัง เป็นยันต์ท่านท้าวมหาชมภู มีพุทธคาถาและคาถาหัวใจต่าง ๆ ล้อมรอบ ด้านล่างมีข้อความว่า "คณะศิษย์จัดสร้างบูชาพระคุณหลวงพ่อ"

หลงวงพ่อทำพิธีพุทธาภิเษกที่บ้าน พล.อ.ท. ม.ร.ว. เสริม ศุขสวัสดิ์ (บ้านสายลม) เมื่อวันเสาร์ที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๓ (วันเสาร์ห้า)

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (110.78.180.*) [16 Feb 2014 21:45] #3225354 (72/84)


(N)


เหรียญพระยืนสามสิบศอกหรือหลวงพ่อเงินไหลมาเทมาเป็นเหรียญโลหะสีนาก สร้างเมื่อปี ๒๕๓๓

พระคาถาเงินล้าน
(ตั้งนะโมฯ 3 จบ )
สัมปจิตฉามิ (คาถาสนองกลับ)
นาสังสิโม (คาถาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธกัสสป)
พรหมา จะ มหาเทวา สัมเพยักขา ปะรายันติ (คาถาปัดอุปสรรค)
พรหมา จะมหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุเม (คาถาเงินแสน)
มหาปุญโญ มหาลาโภ ภะวันตุเม (คาถาลาภไม่ขาดสาย)
มิเตพาหุหะติ (คาถาเงินล้าน)
พุทธะ มะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ
มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหมด (คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า)
สัมปติจฉามิ (คาถาเร่งลาภให้เร็วขึ้น)
เพ็งๆ พาๆ หาๆ ฤๅๆ
(บูชา 9 จบ ตัวคาถาต้องว่าทั้งหมด)
พระราชพรหมยาน หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
ตั้งจิตอธิษฐานขออราธนาพระบารมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระธรรม และพระอริยสงห์ทั้งหลาย หลวงพ่อเงินไหลมาเทมา ขอให้ความปรารถนาทุกอย่างจงสำเร็จทุกประการ หรืออธิษฐานขอเฉพาะเรื่อง เมื่อสำเร็จแล้วทำบุญถวายแด่องค์ท่าน

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (110.78.180.*) [16 Feb 2014 21:48] #3225357 (73/84)


(N)


ธงมหาพิชัยสงคราม พระรอดพรหมเสนโณ แร่ข้าวตอกพระร่วง เลี่ยมเดิม หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

ประวัติผ้ายันต์มหาพิชัยสงคราม

ผ้ามงคลที่นำมาแจกนี้ได้จากตำราหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามตำราท่านให้ชื่อว่า ธงมหาพิชัยสงคราม เป็นตำรา ที่หลวงพ่อปานท่านเรียนและได้รับตำรานี้จากท่านอาจารย์แจง เมืองสวรรคโลก (อำเภอสวรรคโลก ปัจจุบัน) ตามตำราแจ้งว่าเป็นตำราที่พระร่วงใช้ในสมัยกู้ชาติ ท่านอธิบายผลไว้มากมาย ขอแจ้งแต่เพียงสรรพคุณโดยย่อว่า ท่านใช้เป็นธงนำทัพ

วิธีใช้ผ้ายันต์ฯ ก่อนใช้ให้อาราธนาบารมีพระพุทธเจ้า ครูบาอาจารย์อื่นๆ สืบๆกันมา มีหลวงพ่อปานเป็นที่สุด แล้วปลุกด้วยคาถา " พุท ธะ สัง มิ. "

ผ้ามงคล(ธงมหาพิชัยสงครามนี้) จะมีผลประการใดบ้าง ก็ขอให้ท่านผู้ใช้ได้ทราบเอง เมื่อถึงวาระที่จำเป็น ทุกวันท่านให้อาราธนาเป็นปรกติ ตอนเช้าเมื่อตื่นนอนใหม่ๆ และเวลาเย็นก่อนอาราธนาขอให้ระลึกถึงบารมีพระ พุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ครูบาอาจารย์ทั้งหลายสืบๆกันมา มีหลวงพ่อปาน วัดบางนมโคเป็นที่สุด แล้วอาราธนาว่าดังนี้

" อิทธิฤทธิ พุทธะนิมิตตัง ขอเดชะเดชัง ขอเดชเดชะ จงมาเป็นที่พึงแก่มะอะอุนี้เถิด."

คาถาอาราธนานี้ หลวงพ่อปานบอกว่าเป็นคาถาอาราธนาของพระร่วง...

( ข้อมูล : จากหนังสือสมบัติพ่อให้. )

ความรู้เรื่องธงมหาพิชัยสงคราม เเละความหมายของยันต์บนผืนธง

ภายในธง ประกอบด้วย พระบารมี แห่ง พระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยะสงฆ์เป็นหลัก..........

........... ดังในยอดธง มี พุทธะสังมิ ซึ่งเป็น คำย่อของ พุทธัง ธัมมัง สังฆัง คัจฉามิ เป็นการสรางความมั่นคงต่อ พระรัตนะตรัย เป็นการประกาศขอยึดเป็นสรณะที่พึ่งอันสูงสุด ...........
............ถัดมา คือ อะ สัง วิ สุ โล พุ สะ พุ ภะ ซึ่งเป็นคำย่อ ของพุทธคุณ อันมี ตั้งแต่ อะระหัง จนถึงภควาติ...........

............ เป็นการนำใจที่เคารพแล้ว เข้าถึงความเป็นพุทธะ คือความสะอาด สว่าง สงบ ตามที่องค์สมเด็จพระจอมไตรได้ตรัสสั่งและสอน............
............ ถัดมาอีกในวงกลมแต่ล่ะวง นับได้ 10 วง เปรียบถึง บารมี 10 ประการ ภายในวงใหญ่ ได้อัญเชิญรูปภาพเปรียบแทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อยู่ตรงการภายในวงกลม คือองค์สมเด็จองค์ปฐมต้นสุด รอบมีรูปองค์พระทั้ง 28 พระองค์ตามปรากฏในพระคัมภีร์ต่างๆ เช่น คัมภีร์พระไตรปิฎก เป็นต้น รอบกลับบัวมี คาถาบารมี 30 ทัศ ซึ่งกลับบัวเทียบเสมือนรัศมีแห่ง พระพุทธคุณ พระบารมี ที่แผ่กระจาย ปกคลุมผู่ที่ได้ครอบครอง และทั่วไปโดยรอบด้าน..........

...........กล่าว โดยสรุป ธงมหาพิชัยสงครามนี้ มีคุณทั้งทางโลกและทางธรรม ในทางโลกเป็นไปตามโลกธรรมต่างๆ ส่วนในทางธรรมแล้ว เปรียบประมาณค่ามิได้ คือ การเข้าถึงไตรสรณะคมส์ การบำเพ็ญบารมี 10 ให้สมบูรณ์บริบูรณ์ เพื่อละสังโยชน์ 10 ประการ เป็นทางแห่ง มรรคผล พระนิพพานในที่สุด...........

........... ภายในดอกบัวใหญ่ที่ปรากฏภาพพระพุทธเจ้านั้น เป็นพระนามของพระพุทธเจ้าทั้ง 28 พระองค์ กลีบบัวใหญ่บรรจุด้วยพระคาถาอาวุธพระพุทธเจ้านั่นคือ บารมี 10 ประหนึ่งว่าวงกลมทั้ง 10 วงบนยันต์ ก็คือบารมี 10 นั่นเอง ที่ยอดพุ่มของธง เป็นคำย่อของบท อิติปิโสฯ และบนยอดธงบรรจุคาถา พุท ธะ สัง มิ คือคำย่อของไตรสรณาคม ในวงย่อยแต่ละวง มีคำว่า พุท ธะ มะ อะ อุ นะ โม พุท ธา ยะ อยู่ด้วย ที่บัวดอกเล็กเป็นคาถา บารมี 30 ทัศ บทว่า อิ ติ ปา ระ มิต ตา ติง สาฯ ...........

............ ยันต์นี้ไม่เพียงแต่มีชัยในทางโลกธรรม หากแต่เป็นเครื่องหมายเตือนพระโยคาวจรทั้งหลายว่า หัวใจของการชนะกิเลสทั้งปวงอาศัยบารมี 10 เป็นเครื่องประหาร เมื่อสามารถทรงบารมีทั้ง 10 ประการครบถ้วน ท่านก็ชนะหมดโลก คือ ชนะกิเลสในใจของท่านทั้งหลายนั่นเอง ............

.............จึงถือได้ว่าพุทธานุภาพของยันต์พิชัยสงครามนี้ เป็นคุณแก่ท่านที่มีไว้ครอบครองแท้จริง ............

.............สงครามที่เหลืออยู่คือสงครามที่ท่านรบกับใจตัว ขอท่านทั้งหลายจงเป็นผู้ชนะสมดังปรารถนาเถิด. .............


อานุภาพแร่ข้าวตอกพระร่วง

ประวัติความเป็นมาของข้าวตอกพระร่วง และความศักดิ์สิทธิ์
ข้าวตอกพระร่วงมีลักษณะเป็นหินก้อนเล็ก ๆ รูปทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์คล้ายกับลูกเต๋า มีสีสนิมเหล็กหรือสีน้ำตาลไหม้คล้ำ ๆ มีหลายขนาด แต่จะมีหน้าราบขนาด ๒.๓ ซม. ก้อนเล็ก ๆ จะมีขนาดประมาณครึ่งเซนติเมตร สำหรับก้อนที่ใหญ่ ๆ นั้น หากเราลองทุบ ให้แตกออก ลักษณะที่แตก ออกจากกันนั้นก็จะคงรูปสี่เหลี่ยมลูกบาศก์เล็ก ๆ อีกเหมือนกัน จะมีเพียงบางก้อนที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมยาว หินเหล่านี้ จะมีปะปนอยู่ทั่วไปพบมากบริเวณเขา พระบาทใหญ่ ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย
ผู้เชี่ยวชาญทางด้านธรณีวิทยา ได้ตรวจสอบแล้วสรุปว่า แร่ที่ชาวบ้าน เรียกว่าข้าวตอก พระร่วงนี้ คือ แร่โลหะชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า "แร่ไพไรต์" นั่นเอง อีกชนิดหนึ่งมีลักษณะ คล้ายเม็ดข้าวสารฝังจม ปนอยู่ในหินแร่เหล่านี้ด้วย ชาวบ้าน เรียกว่า ข้าวสารพระร่วง ทั้งสอง ชนิดนี้เป็นที่นิยมกันว่าศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใดมีไว้ถือว่าเป็นสิริมงคล มีความสุขความเจริญด้วย โภคทรัพย์ต่าง ๆ นอกจากนั้นยังนิยม นำมาฝนกับ แผ่นกระเบื้องบดยาหยดน้ำลงไปด้วย ขณะที่ฝนแล้วนำน้ำนั้นมาทาบริเวณที่ถูกพิษแมลงสัตว์กัดต่อย เป็นต้นว่า ตะขาบ มด แมลงป่อง ก็จะหายจากอาการเจ็บปวดอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง ชาวบ้านนิยมนำมาดับพิษแมลงเวลาถูกต่อย จะใช้กันอย่าง แพร่หลายด้วยความศรัทราส่วนคนเฒ่าคนแก่ที่กินหมากนั้น จะนิยมนำข้าวตอก พระร่วงมาใส่ปนกับสีผึ้งทาปากตลับละหนึ่งถึงสองเม็ด เหตุที่ทำเช่นนี้เพราะเชื่อว่ามีเมตตา มหานิยมดี โดยเฉพาะเม็ดที่ติดกันชาวบ้านเรียกว่า "อมกัน" นิยมกันมากว่ามีเมตตามหานิยมมากยิ่งขึ้น

แร่ พระร่วง ข้าวตอกพระร่วงหรือข้าวพระร่วง ตามตำนานของคนโบราณเล่ากันว่าข้าวตอกพระร่วงเป็นแร่ศักดิ์สิทธิ์ ที่เกิดขึ้นในสมัย พระร่วงแห่งกรุงสุโขทัย พระร่วงท่านเป็นกษัตริย์ที่มีวาจาศักดิ์สิทธิ์ กล่าวคือเปล่งวาจาอะไรออกไปก็จะเป็นไปตามนั้น ในขณะที่ท่านได้ออกผนวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ และได้ออกบิณฑบาตรในวันออกพรรษาตักบาตรเทโว เมื่อท่านฉันอาหารเสร็จแล้วข้าวที่เหลือก้นบาตรพร้อมข้าวตอกดอกไม้ท่านได้นำ ไปโปรยลงบนลานวัดเขาพระบาทใหญ่ แล้วทรงอธิษฐานว่า ขอให้ข้าวตอกดอกไม้นี้กลายเป็นหินชนิดหนึ่งและมีอายุยั่งยืนนานชั่วลูกชั่ว หลาน เมื่อใครที่ได้นำไปบูชา ขอให้เจริญด้วยโภคทรัพย์นานาประการ เป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และแคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง...
แหล่งกำเนิด : บริเวณเขาพระบาทใหญ่ จังหวัดสุโขทัย
ลักษณะของแร่ข้าวตอกพระร่วง : มีลักษณะความแข็งคล้ายหิน มีรูปทรงตามธรรมชาติเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีสีดำ สีดำปนน้ำตาล สีดำปนลายเงินลายทอง(เชื่อถือกันว่าเป็นสื่อนำโชคลาภ และเงินทอง) เมื่อนำไปเจียรนัยจะมีลักษณะเป็นเงามันสวยงามมาก
ความเชื่อ :
หลวง พ่อฤาษีฯท่านได้แจกแร่พระร่วงนี้เมื่อปี ๒๕๑๘ และได้มีประกาศไว้ดังนี้ แร่นี้มีคุณสมบัติเท่าที่ทราบจากพระธุดงค์ที่เคยประสบมาคือ
1.เมื่อจะใช้ท่านให้อาราธณาพระร่วงแล้วอมไว้ เดินทางตลอดวันไม่กระหายน้ำ
2.พระ ธุดงค์อีกคณะหนึ่งแจ้งว่า เมื่อเดินธุดงค์เพื่อนเกิดท้องร่วง ไม่มียาจึงเสี่ยงเอาแร่พระร่วงใส่กาต้มน้ำแล้วเอาน้ำให้ฉัน พระองค์ที่ป่วยหายจากอาการท้องร่วงทันที
3.เมื่อปี 2516 พระปลัดฉ่อง แห่งอำเภอสรรค์บุรี จังหวัดชัยนาท ได้ทำเป็นแหวนแจก ผู้รับไปจำชื่อไม่ได้ มีโจรเข้าปล้นควายโจรมีปืน เจ้าของคนเดียวมีมีดด้วยความเสียดายควายแม้จะเป็นคนเดียวและอาวุธไม่ดีก็ยอม เสี่ยงเข้าไล่โจร โจรยิงด้วยปืนพกและลูกซอง ปรากฏว่าไม่มีแผล เจ้าตัวยืนยันว่าไม่มีอะไรอื่นเลยมีเพียงแร่พระร่วงเท่านั้น...
และจาก ประสบการณ์ของผู้ที่ได้นำแร่นี้ไปบูชา บนหิ้งหรือพกติดตัวจะอยู่ดีกินดีมีความสุขความเจริญรุ่งเรือง ด้วยเงินทองและโชคดี มีโชคลาภ เมตตามหานิยม แคล้วคลาด ปลอดภัยและยังสามารถนำไปฝนกับน้ำมะนาวใช้แก้พิษสัตว์กัดต่อยได้อย่างดีอีก ด้วย

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (110.78.180.*) [16 Feb 2014 21:50] #3225360 (74/84)


(N)


เหรียญกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ปี 2520 หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

พุทธาภิเษกเมื่อ ปีพ.ศ. 2520 โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (ฤาษีลิงดำ)

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ภาษาบาลีด้านหลังเหรียญคำว่า กยิราเจ กยิราเถนํ (อ่านว่า กะ ยิ รา เจ กะ ยิ รา เถ นัง) แปลว่า จะทำสิ่งไรควรทำจริง

บันทึกของ เสด็จในกรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์

เจอบันทึกนี้ ให้เอาคำต่อไปนี้ของกูไปประกาศให้คนรับรู้ว่า กู กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ผู้เป็นโอรสของพระปิยะมหาราช ขอประกาศให้พวกมึงรับรู้ไว้ว่า แผ่นดินสยามนี้ บรรพบุรุษได้เอาเนื้อเอาชีวิตเข้าแลกไว้ ไอ้อีผู้ใดมัน คิดบังอาจทำลายแผ่นดิน ทำลายชาติ ทำลายศาสนา พระมหากษัตริย์ ฤากระทำการทุจริต ก่อให้เกิดความเดือนร้อนต่อส่วนรวม จงหยุดคิดการกระทำนั้นเสียโดยเร็ว ก่อนที่กูจะสั่งทหารผลาญสิ้นทั้งโคตรให้หมดเสนียดของแผ่นดินสยาม อันเป็นที่รักของกู ตราบใดที่คำว่าอาภากร ยังยืนหยัดอยู่ในโลก กูจะรักษาแผ่นดินสยามของกู ลูกหลานทั้งหลาย แผ่นดินใดให้กำเนิดเรามา แผ่นดินใดให้ที่ซุกหัวนอน ให้ความร่มเย็นเป็นสุข มิให้อนาทรร้อนใจ จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (110.78.180.*) [16 Feb 2014 21:53] #3225368 (75/84)


(N)


มีดหมอชาตรี ปี 2535 (มีดโต้ชาตรี) พิธีเดียวกับสมเด็จองค์ปฐมรุ่น 1 หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

มีดโต้ชาตรี หลวงพ่อได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษกที่วิหารแก้ว 100 เมตร พร้อมกับสมเด็จองค์ปฐม รุ่น1 ซึ่งเป็นพิธีชาตรี เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2535 ที่ใบมีดเขียนว่า "วัดท่าซุง มีดหมอชาตรี ๑๖ พ.ค. ๓๕" มีดหมอของหลวงพ่อแต่ละเล่มไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ จะมีเทวดาคุ้มครองดูแลอยู่ อธิษฐานอาราธนาขอได้ทุกอย่าง....

วิธีใช้...ให้อาราธนาพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระอริยเจ้าทั้งหมด พรหมและเทวดาทั้งหมด ครูบาอาจารย์ มีหลวงพ่อปานวัด บางนมโค และหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เป็นที่สุด และท่านท้าวจตุมหาราชทั้ง4

ถ้าใช้รักษาโรค ให้เอามีดเเตะศรีษะแล้วว่าคาถา
" ทุกขา ทุกขัง ปฏิฐิตัง สัมปติฉามิ "

ถ้าใช้ไล่ผี ถ้าชักมีดขึ้นมามันยังไม่ไป ให้เอามีดแตะศรีษะเป่าด้วยคาถา
" นะโมพุทธายะ "

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (1.10.216.*) [24 Feb 2014 18:13] #3235420 (76/84)


(N)


พระบูชาสมเด็จองค์ปฐม 10 นิ้ว รุ่น 2 ตอกหมายเลข 1888 หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

พระเดชพระคุณหลวงพ่อดำริให้สร้างเมื่อปี2535 เพราะสมเด็จองค์ปฐม รุ่นแรก (หลังแดง) ที่เททองหล่อที่วัด สร้างได้ประมาณ 500องค์ ช่างสร้างกันไม่ทันลูกศิษย์ที่จองกันจำนวนมาก หลวงพ่อจึงสั่งให้ไปหล่อที่โรงงานเพื่อเพิ่มความรวดเร็ว โดยมี 2 โรงงานที่ร่วมกันหล่อ คือ โรงงานของช่างประเสริฐ กับ โรงงานของช่างเล็กบัง

รุ่นนี้สร้างประมาณสามพันกว่าองค์ มีทั้งขนาด10 นิ้ว และ 5 นิ้ว พุทธลักษณะองค์พระจะหล่อบางกว่ารุ่นแรก ซุ้มเรือนแก้วก็จะบางมีช่องห่างจากองค์พระพอประมาณ ส่วนด้านหลังจะตอกหมายเลขกำกับที่ส่วนโค้งซุ้มเรือนแก้วกับที่ฐานองค์พระตรงกัน นับพระศกจากตรงกลางหน้าผากขึ้นไปจรดเปลวพระเพลิงจะได้ 11 เม็ด

สำหรับองค์พระขนาดหน้าตัก 10 นิ้ว จะมีตัวตอกหมายเลขอยู่ด้วยกัน 2แบบ คือ เป็นตัวเลขตอกขนาดใหญ่และตัวเลขตอกขนาดเล็ก

สำหรับพระบูชาสมเด็จองค์ปฐมถือเป็นจักรพรรดิ์แห่งพระบูชา ใครมีครอบครองย่อมเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (1.10.216.*) [24 Feb 2014 18:15] #3235421 (77/84)


(N)


...

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (1.10.216.*) [24 Feb 2014 18:16] #3235422 (78/84)


(N)
...

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (1.10.216.*) [24 Feb 2014 18:18] #3235424 (79/84)


(N)


มีดหมอชาตรี ด้ามฤาษี หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

มีดหมอชาตรีด้ามฤาษี หลวงพ่อได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษกที่วิหารแก้ว 100เมตร พร้อมสมเด็จองค์ปฐม รุ่น1 เป็นพิธีชาตรี เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2535 ที่ใบมีดเขียนว่า "มีดหมอชาตรี" และ "วัดท่าซุง ๓๕" มีดหมอของหลวงพ่อแต่ละเล่มไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ จะมีเทวดาคุ้มครองดูแลอยู่ อธิษฐานอาราธนาขอได้ทุกอย่าง...

วิธีใช้.....ให้อาราธนาพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระอริยเจ้าทั้งหมด พรหมและเทวดาทั้งหมด ครูบาอาจารย์ มีหลวงพ่อปานวัด บางนมโค และหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เป็นที่สุด และท่านท้าวจตุมหาราชทั้ง4

ถ้าใช้รักษาโรค ให้เอามีดเเตะศรีษะแล้วว่าคาถา
" ทุกขา ทุกขัง ปฏิฐิตัง สัมปติฉามิ "

ถ้าใช้ไล่ผี ถ้าชักมีดขึ้นมามันยังไม่ไป ให้เอามีดแตะศรีษะเป่าด้วยคาถา
" นะโมพุทธายะ "

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (1.10.216.*) [15 Jun 2014 10:56] #3361856 (80/84)


(N)


เปรียบเทียบ พระคำข้าวรุ่น 2 แท้ กับ ของปลอม ดูพิมพ์พระ เนื้อพระ คราบแป้ง เบื้องต้นนะครับ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (1.10.216.*) [15 Jun 2014 10:57] #3361857 (81/84)


(N)
ดูเนื้อพระ จะเห็นความแตกต่างกันครับ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (1.10.216.*) [15 Jun 2014 11:06] #3361867 (82/84)


(N)


พระกลีบบัวรูปเหมือน ปี 2527 กล่องสีเหลือง หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
ลักษณะ เป็นพระรูปเหมือนหลวงพ่อ ทำเป็นรูปกลีบบัวเนื้อโลหะรมดำ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สร้างเมื่อปี 2527
แต่นำมาให้ทำบุญเมื่อปี 2528 เพื่อเป็นที่ระลึกในงานฉลองรับพระราชทานสมณศักดิ์พระสุธรรมยานเถระของหลวงพ่อ

ด้านหน้า เป็นรูปหลวงพ่อนั่งสมาธิ
ด้านหลัง เขียนคำว่า หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

จำนวนการสร้าง จัดสร้างทั้งหมดจำนวน 3,000 องค์บรรจุอยู่ในกล่องกำมะหยี่สีต่างๆ เช่น สีแดง สีชมภู สีฟ้า สีเหลือง เป็นต้น

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย.... พระรุ่นนี้เป็นอีกรุ่นนึงที่มีพระธาตุเสด็จมาสงเคราะห์มากเป็นพิเศษ เคยได้ยินได้ฟังมาว่าพระที่ท่านเป็นคนยกกล่องพระรุ่นนี้เข้าพิธี ในตอนแรกนั้นยังไม่มีพระธาตุ แต่ภายหลังจากหลวงพ่อได้ทำพิธีพุทธาภิเษกเสร็จแล้ว ก็ปรากฎว่ามีพระธาตุเสด็จมาเกาะบนองค์พระมากมายครับ และเท่าที่เราพอจะทราบกันก็คือ พระเครื่องวัตถุมงคลทุกชนิดของหลวงพ่อจะมีเทวดาคอยปกปักรักษาอยู่ทุกองค์
แต่ถ้าองค์ไหนมีพระธาตุเสด็จ หรือมีการติดพระธาตุเข้าไป....พระองค์นั้นจะมีพรหมเป็นผู้ปกปักรักษาแทนครับ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (1.10.216.*) [15 Jun 2014 11:08] #3361869 (83/84)


(N)


ด้านหลัง มีพระธาตุเสด็จครับ

โดยคุณ ศุภกิจอธิคม (1136) (1.10.216.*) [15 Jun 2014 11:09] #3361871 (84/84)


(N)


รูปใต้ฐาน

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM